เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
Economic เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
Finance ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
Politics หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
ดูทั้งหมด

ทรัมป์เขย่า “เมดอินไชน่า” บริษัทจีน-ต่างชาติย้ายฐานผลิต

15 ก.ย. 2561 | 19:30น.

มหากาพย์สงครามการค้าจีนและสหรัฐอเมริกาที่ไม่มีท่าทีว่าจะยุติความรุนแรงได้เร็ว ๆ นี้ ล่าสุดบริษัทจีนและต่างชาติที่เปิดกิจการในจีนต่างส่งสัญญาณความกังวลชัดขึ้น ตัดสินใจจะย้ายฐานผลิตออกจากจีน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางภาษีจากสงคราม

2 ขั้วอำนาจใหญ่ของโลก

แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานว่า กระแสการโยกย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ ผลพวงของสงครามการค้าเริ่มเขย่านโยบาย “เมดอินไชน่า” ของจีน โดยขณะนี้พบว่าทั้งบริษัทต่างชาติและบริษัทจีนหลายรายเตรียมย้ายฐานการผลิตออกจากแดนมังกร เพราะกังวลผลกระทบจากสงครามการค้าที่กำลังลุกลาม

ชาติเป้าหมายที่โดดเด่นตอนนี้ คือ เวียดนาม เม็กซิโก และเซอร์เบีย

สถานการณ์บีบบริษัทต่างชาติต้องย้ายฐานผลิตออกจากจีนตั้งแต่บริษัท Hasbro ผู้ผลิตของเล่นสัญชาติอเมริกัน, “โอลิมปัส” ผู้ผลิตกล้องถ่ายรูป และแบรนด์รองเท้าชั้นนำจากอเมริกาอย่าง Deckers และ Steve Madden วางแผนเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้กระแสกำลังลุกลามไปยังบริษัทจีนย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ ตัวอย่างเช่น บริษัท HI Corp ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่จักรยานรายใหญ่ของจีน กล่าวกับผู้ถือหุ้นเมื่อเดือน ส.ค.ว่าบริษัทตัดสินใจจะย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนาม เหตุเพราะผลกระทบทางภาษีที่สูงขึ้นจากสงครามการค้า

ก่อนหน้านี้ บริษัท Zhejiang Hailide New Material ผู้ประกอบการด้านสิ่งทอของจีนก็เลือกย้ายฐานผลิตไปประเทศเมียนมา โดยระบุว่า นอกเหนือจากค่าแรงงานในจีนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ผลกระทบจากสงครามการค้าเป็นปัจจัยผลักให้บริษัทต้องกระจายความเสี่ยงให้เร็วที่สุด

รวมทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางรายอื่น ๆ ของจีน เช่น บริษัทผลิตที่นอนที่เข้ามาเปิดโรงงานในไทย ผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าที่ตัดสินใจไปตั้งโรงงานในเม็กซิโก ส่วนบริษัท Linglong Tyre ผู้ผลิตยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากมณฑลซานตงเปิดเผยว่า กำลังสร้างโรงงานการผลิตแห่งใหม่ในเซอร์เบีย มูลค่า 994 ล้านดอลลาร์ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากภาษีที่สูงขึ้น

และล่าสุดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นับเป็นเซ็กเตอร์ที่จีนได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยปีที่ผ่านมามูลค่าการนำเข้าของสหรัฐสูงถึง 16,875 ล้านดอลลาร์ นิกเคอิ เอเชียน รีวิว ระบุว่า บรรดาซัพพลายเออร์ที่สำคัญของแอปเปิล, กูเกิล และอเมซอน ประกาศว่า กำลังวางแผนฉุกเฉินเพื่อย้ายฐานการผลิตบางส่วนออกจากจีนเช่นเดียวกัน

เช่นกรณี “ฟ็อกซ์คอนน์” ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน ที่ผลิตสินค้าให้กับแอปเปิล เช่น MacBooks, iPads และ HomePods ประกาศแผนปรับปรุงโรงงานในเวียดนาม อินเดีย เม็กซิโก และบราซิล และเตรียมย้ายแรงงานจากโรงงานในจีนที่มีมากถึง 650,000 คนไปยังโรงงานอื่นๆ

ขณะที่บริษัท Quanta Computer ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์ไต้หวันอีกรายที่ผลิตแอปเปิล วอตช์ และแมคบุ๊ก ยอมรับว่าได้เตรียมดูฐานผลิตแห่งใหม่

นอกเหนือจากจีนไว้ โดยระบุว่า ผลลัพธ์จากสงครามการค้าคือบาดเจ็บทุกฝ่าย ไม่มีผู้ชนะอย่างแท้จริง ความท้าทายนี้ใหญ่และรุนแรงมาก บริษัทจำเป็นต้องสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ซึ่งอาจเพิ่มการผลิตในไต้หวันและเยอรมนี อย่างไรก็ตาม การย้ายฐานผลิตไปสหรัฐฯ จะส่งผลให้ราคาไอโฟนปรับเพิ่มขึ้นอีก 150 ดอลลาร์ต่อเครื่อง

นอกจากนี้ “Inventec” ผู้ผลิตไต้หวันอีกรายที่เป็นฐานผลิต AirPods และ HomePod ให้กับแอปเปิล ระบุว่า กลยุทธ์ระยะสั้นจะเพิ่มสายการผลิตไปที่โรงงานในไต้หวันหรือเม็กซิโกแทน รวมถึง “Compal Electronics” บริษัทไต้หวันผู้ผลิต Apple Watches และ iPads ประกาศจะเพิ่มกำลังการผลิตบางส่วนไปที่โรงงานในเวียดนาม เม็กซิโก และบราซิล

ส่วน “Pegatron” หนึ่งในซัพพลายเออร์รายใหญ่ของแอปเปิล กำลังเร่งปรับปรุงโรงงานการผลิตในประเทศอื่นเช่น สาธารณรัฐเช็ก และเม็กซิโก คาดว่าในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าบริษัทจะเริ่มขนย้ายเครื่องจักรพร้อมเริ่มฝึกอบรมพนักงานในส่วนการผลิตใหม่

นายคริสโตเฟอร์ โรเจอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนและข้อมูลการค้า จากบริษัท Panjiva ในนิวยอร์ก กล่าวว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนรอบใหม่ เป็นการเติมเชื้อเพลิงให้สงครามรุนแรงขึ้น ซึ่งวันที่ 21 ก.ย.นี้ จีนเตรียมจะขอการอนุมัติจากองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อคว่ำบาตรสหรัฐ หากการเจรจาไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล ความไม่แน่นอนของวิกฤตนี้ ทำให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบในจีนต้องทบทวนระบบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกใหม่

“กุ่ย ฟาน” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ China Society of WTO Studies กล่าวถึงผลกระทบต่อจีนเรื่องการว่างงานที่สูงขึ้นอีก ต่อเนื่องจากปัญหาเดิมในเรื่องต้นทุนด้านแรงงานในจีนที่แพงขึ้น

พร้อมคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศเป้าหมายที่บริษัทในจีนต้องการจะเข้าไปเปิดโรงงานเพื่อลดความเสี่ยง น่าจะอยู่ในเอเชียและแอฟริกาเป็นส่วนใหญ่ เพราะปัจจัยดึงดูดในเรื่องจำนวนแรงงาน

ค่าจ้างแรงงานต่ำ และสิทธิทางภาษี