เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
Finance ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,800 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
Politics นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
Economic ‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
Finance CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
Economic ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
Politics ‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
Politics ปกรณ์ ชี้ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ทำเพื่ออนาคตประเทศ หลังงบพัฒนาเหลือน้อย รายจ่ายประจำแตะ 70%
ดูทั้งหมด

เปิดกรุ ‘วัดนันตาราม’ ความงดงาม “ไม้สักทองทั้งวิหาร” จากอารยธรรมพม่า

27 ก.ย. 2561 | 23:30น.
จังหวัดพะเยา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม และศาสนาที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจ แวะเวียนเข้ามาเก็บภาพ รวมไปถึงซึบซับความทรงจำดีๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งความงามเชิงศาสนาหนึ่งในนั้นคือ “วัดนันตาราม” วัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญสูงสุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ด้วยการรวบรวมสถาปัตยกรรมหลายชนิดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของชาวปะโอ , พม่า , จีน , อินเดีย , ล้านนา และประเทศอังกฤษ นอกจากนี้วัดนันตารามยังได้รับพระราชทาน “วิสุงคามสีมา” เขตที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่พระสงฆ์เป็นการเฉพาะเพื่อใช้สร้างอุโบสถ…
วัดนันตาราม ถูกสร้างขึ้นโดย “พ่อเฒ่านันตาหรือ พ่อเฒ่าอู๋” ในปีพ.ศ. 2467 ซึ่งแต่เดิมพื้นที่บริเวณวัดนันตาราม เคยเป็นวัด “จองคา” มาก่อน ซึ่งคำว่า “จองหรือเจาง์” แปลว่า วัด ในภาษาพม่า ส่วนคำว่า “คา” มาจากวัสดุของหลังคาที่ใช้หญ้าคาในการมุง แต่ชาวบ้านทั่วไปในละแวกนั้นนิยมเรียกว่า “วัดม่าน” มาจากคำว่า “มล่าน” ในภาษาล้านนาแปลว่าพม่านั่นเอง แต่บางครั้งก็ถูกเรียกว่า “วัดจองเหนือ” ด้วยเหตุผลที่ตั้งของวัดนั้นอยู่เหนือต้นน้ำลาวสอดคล้องกับวัดจองกลางและวัดจองใต้ ที่อยู่ตอนกลางและตอนใต้ของแม่น้ำลาวนั่นเอง

“พิมพ์เภา สดุดีหารสกุล” อาสาสมัครของวัด หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้เล่าว่า “วัดจองคา” แต่เดิมเคยเป็นพื้นที่รกร้างก่อนที่ ”พ่อหม่องโพธิ์ขิ่น” จะสร้างวัดจองคาขึ้นมา จากนั้นได้นิมนต์ “พระอูว์วัณณะ” จากเมืองตองกี รัฐฉาน ประเทศพม่าให้มาจำพรรษาในวัด ช่วงเวลานั้นวัดจองคาได้ถูกตั้งเป็นอารามสงฆ์ขึ้นตรงต่อคณะสงฆ์พม่า ต่อมา “นางจ๋ามเฮิยง” ได้บริจาคที่ดินให้กับวัดเป็นจำนวน 5 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา

ทำให้วัดจองคามีพื้นที่รวมทั้งหมด 8 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา จนกระทั่งปีพ.ศ. 2467 พ่อเฒ่านันตาอู๋ คหบดีชาวปะโอ ได้เดินทางจากเมืองตองกี รัฐฉาน ประเทศพม่า เข้ามาทำการค้าขายเพชรพลอย และผ้าไหมต่อมาเมื่อธุรกิจค้าไม้ในภาคเหนือเริ่มมีการขยายตัวพ่อเฒ่านันตาจึงได้เข้ามารับจ้าง ขนส่งไม้ ให้กับบริษัทสัมปทานจนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่นานพ่อเฒ่านันตา จึงได้บริจาคทรัพย์ส่วนตน เพื่อสร้างวิหารหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมจากการมุงหญ้าคา
โดยว่าจ้างพ่อเฒ่าตั๋น จากบ้านป่าขาม จังหวัดลำปาง ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างร่วมกันจนแล้วเสร็จใน ปีพ.ศ. 2468 หลังจากนั้นจึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปไม้สักทองจากวัดจองเหม่ถ่า อำเภอปง มาประดิษฐาน กระทั่ง พ.ศ. 2414 วัดจองคา ได้เปลี่ยนจากวัดในการปกครองของคณะสงฆ์พม่า มาเป็นวัดในมหานิกายคณะสงฆ์ไทย และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514
ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อจากวัดจองคาเป็น “วัดนันตาราม” เพื่อเป็นเกียรติแก่พ่อเฒ่านันตาอู๋ จวบจนถึงปัจจุบัน ด้านประเพณีความเชื่อของชาวพม่า และชาวล้านนาก็ปรากฏออกมาให้เห็นในรูปแบบของงานประณีตศิลป์ทั่วบริเวณวัด สวยงามตามศิลปกรรมแบบพม่า ผ่านสถาปัตยกรรมของวิหารวัดนันตาราม ที่มีลักษณะเป็นอาคารไม้ยกพื้นสูง

ซึ่งนอกจากจะเป็นวัดแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นโรงเรียนสอนสามเณรด้วยเช่นกัน หรือแม้กระทั่งอาคารอเนกประสงค์ ในขณะเดียวก็กันเป็นได้ทั้งพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่ปิด ,บริเวณล่างเป็นใต้ถุน ส่วนด้านบนแบ่งเป็นที่อยู่ของภิกษุหรือสามเณร มีพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั่นเอง ส่วนอาคารเจาง์ ของวัดนันตารามทำหน้าที่เป็นทั้งวิหารอุโบสถ และศาลาการเปรียญตามรูปแบบของวัดไทย
ลักษณะของเจาง์ที่ปรากฏในพม่ายังแตกต่างออกไปจากท้องถิ่น บริเวณภาคเหนือของไทยยังพบเจาง์ ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วยเช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ลำปาง ,แพร่ และจังหวัดพะเยา
ทั้งนี้พื้นที่ใช้งานภายในวิหารวัดนันตาราม แบ่งออกเป็น 4 ส่วน บริเวณแรกคือ ทางเข้าของวิหารที่มีประติมากรรมรูปสิงห์ 2 ตัว พร้อมกับเสาสูงสองเสาขนาบข้าง บนยอดสุดมีการประดับประติมากรรมรูปนกยูงส่วนด้านหน้าราวบันไดเป็นประติมากรรมสัตว์ผสม ส่วนที่ 2 คือ พื้นที่ที่อยู่ถัดจากบริเวณทางเข้าด้านหน้าขึ้นมามีลักษณะเป็นห้องโถงขนาดกว้างสองช่วงเสา ยาวห้าช่วงเสาวางตัวขนานกับทิศตะวันออกและตก เรียกว่า “จองตะกา” เป็นพื้นที่ส่วนฆราวาสไว้สำหรับทำบุญไหว้พระ สวดมนต์ฟังธรรมตลอดจนการถวายปัจจัยต่างๆแก่พระสงฆ์นั้นเอง ส่วนที่ 3 คือพื้นที่ถัดจาก จองตะกา ลักษณะเป็นโถง มีเสาร่วมขนาดกว้าง 3 ช่วงเสา ยาว 5 ช่วงเสา พื้นที่ส่วนนี้เรียกว่าจองพารา

เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการประดิษฐานพระพุทธรูป พื้นที่ส่วนนี้มีการยกพื้นขึ้นสองระดับ ชั้นแรกเป็นพื้นที่สำหรับพระสงฆ์ ส่วนถัดไปคือพื้นที่ประดิษฐานพระประธาน และพระพุทธรูปอื่นๆ จากชั้นของสงฆ์อีก 40 เซนติเมตร ส่วนที่ 4 คือพื้นที่ด้านตะวันออกมีขนาดกว้าง 3 ช่วงเสา ยาว 2 ช่วงเสา เรียกว่า “จองสังฆะ” ใช้เป็นที่จำวัดของเจ้าอาวาส โดยวิหารวัดนันตารามมีเสาทั้งหมด 68 ต้น ซึ่งเป็นเสาไม้สักลงทองทุกต้น รูปแบบอาคารของหลังคาวัดนันตารามนั้น เป็นเรือนซ้อนต่อกันเป็นชั้น มีความสูงต่ำลดหลั่นกันเพื่อแสดงถึงวรรณะและชนชั้นทางสังคมตามแนวคิดในการสร้างเรือนที่พักของฐานันดรชั้นสูงในวัฒนธรรมอินเดียนั่นเอง

ส่วนบริเวณเพดานเลือกใช้กระจกสีในการประดับตกแต่งลาย แบ่งเป็นสองชนิดใหญ่ๆ ชนิดแรกคือกระจกเหลี่ยมเป็นการเทแก้วที่มีความบางลงในแผ่นตะกั่วหรือดีบุกมีสีต่างๆ เช่นสีใสสีเขียว ,สีฟ้าสีขาวและสีแดงซึ่งส่วนใหญ่จะต้องสั่งจากจีน อีกชนิดหนึ่งคือกระจกแก้วเป็นกระจกที่มีความหนามีสีสันหลากหลายโดยได้รับรูปแบบมาจาก “อุ่นเจาง์” ในจังหวัดลำปาง ซึ่งรับอิทธิพลจากพม่าตอนล่างมาอีกที

ส่วน “พระพุทธรูป” ที่ได้อัญเชิญมาจากวัดจองเมตตา ถูกแกะสลักจากไม้สักทองทั้งต้นตามรูปแบบของศิลปะ “มันดาเล” ที่นิยมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 มีลักษณะอุษณีย์ส์เป็นมวยผม พระเกศาเป็นแบบเล็กมีกรอบกระบังหน้า และทำลวดลายติดกระจกจากตะวันออกรับอิทธิพลมาจากศิลปะจีน พระเนตรมองตรง พระหัตถ์ขวาแตะที่พื้น ประทับบนบัลลังก์ฐานสูง พร้อมพระอัครสาวกขนาบทั้งสองข้าง นอกจากนี้ยังพบการทำลวดลาย พรรณพฤกษา และรูปคิวบิกทั้งพนัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลจากงานศิลปกรรมของประเทศอังกฤษอย่างงดงามลงตัว

 

“วัดนันตาราม คือสถานที่แห่งความผูกพันของผู้คนทั้งชาวไทย และชาวพม่าที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาอันร่มเย็นแห่งเมืองเชียงคำ และเป็นศาสนสถานแห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงอดีตอันไกลโพ้นกับ อนาคตอันแสนไกลของพุทธศาสนา บนดินแดนล้านนาไทยตราบนานเท่านาน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พม่า พะเยา