เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ดูทั้งหมด

เครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน บุก ก.คลัง ค้านแก้ไข พ.ร.บ.สสส. เหตุรวบอำนาจเหนือบอร์ดกองทุน

11 ต.ค. 2561 | 16:14น.

เครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนกว่า 100 ชีวิต บุกกระทรวงการคลัง คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ซุกปีกคลัง รวบอำนาจเหนือบอร์ดกองทุน ถอยหลังกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ จี้หยุดเดินหน้า หยุดอ้างบัญชานายกตัดตอนภาคประชาชนด้านสุขภาพ

วันนี้ 11ต.ค. บริเวณด้านหน้ากระทรวงการคลัง นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) นำตัวแทนเครือข่ายสุขภาพจาก 4 ภาค ประกอบด้วยกลุ่มองค์กร ภาคประชาชนที่ทำงานด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ แรงงานนอกระบบ ผู้บริโภค คนจนเมืองและชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ กว่า 100 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ กฎหมายสสส. ที่ริดรอนความเข้มแข็งของภาคประชาชนด้านสุขภาพและยังเป็นการรวบอำนาจจากกรรมการบริหารกองทุน โดยต้องมาผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลังพร้อมเรียกร้องให้ยุติการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ หยุดการอ้างคำสั่งนายกฯ

นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) เปิดเผยว่า การรวมตัวของเครือข่ายสุขภาพครั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงจุดยืนร่วมกันในการคัดค้านแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ กฎหมายสสส. เนื่องจากพบว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุข มีความพยายามแก้ไข พ.ร.บ. สสส. โดยสาระสำคัญในการแก้ไขกฎหมายขัดแย้งกับเจตนารมณ์ในการก่อเกิด สสส.อย่างสิ้นเชิง และยังเป็นการรวบอำนาจในการทำงาน ส่งผลกระทบให้การทำงานของ สสส.ขาดความเป็นอิสระ

“หากการแก้ไข พ.ร.บ. สสส. เป็นผลสำเร็จแล้ว ในกฎหมายใหม่ได้ระบุว่า การดำเนินงานของกองทุนจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลังก่อน และยิ่งไปกว่านั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้มีอำนาจในการทบทวนวงเงินงบประมาณกองทุนตามอัตราเงินเฟ้อทุกๆ 2 ปี เป็นตรรกะที่แปลกประหลาดมาก ที่ระดับการตัดสินใจของบอร์ด ซึ่งนายกเป็นประธานและมีผู้แทนของกระทรวงการคลังอยู่ในบอร์ดนี้ด้วย แต่ยังต้องนำเรื่องมาขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังอีก” นายคำรณ กล่าว

นายคำรณ กล่าวต่อว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ สสส.เมื่อระบบราชการเข้ามาครอบงำ คือ ขาดความเป็นอิสระและขาดความคล่องตัวต่อการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ปัจจุบันมีความซับซ้อนและต้องการความรวดเร็วในการทำงานและในการจำกัดวงเงินเท่ากับควบคุมการทำงานสร้างเสริมสุขภาพตามหลักการสร้างนำซ่อม ถูกทำให้เล็กลง เสมือนตัดแขนตัดขาทำให้แคระแกรน ทำให้มีผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษามากขึ้นโดยไม่จำเป็นและกลุ่มคนที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการแก้ไขในกฎหมายครั้งนี้ คือกลุ่มทุนผลิตภัณฑ์สินค้าและสารเคมีอันตรายที่ทำลายสุขภาพทั้งสิ้น

ทั้งนี้เครือข่ายขอแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องต่อกระทรวงการคลัง เพื่อนำไปพิจารณาดังต่อไปนี้ 1.ขอให้ยุติการแก้ไขพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 เพราะร่างกฎหมายใหม่ไม่เห็นว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังถอยหลังไปไกลทั้งในประเด็นการจำกัดเพดานวงเงินการรวบอำนาจกรรมการบอร์ดกองทุน สสส. ให้ต้องมาผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเป็นการแก้ไขที่ขัดกับเจตนารมณ์ในการก่อเกิด สสส.ที่ต้องการลดช่องว่าง ลดอุปสรรคที่ระบบราชการเข้าไม่ถึงประชาชนในการสร้างเสริมสุขภาพ ก่อนที่จะเจ็บป่วยและเข้าสู่การบำบัดรักษา 2.การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศอย่างสิ้นเชิงในแทบทุกมิติ ทั้งในการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน การสร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันทางสังคม การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรมและความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งการปฏิรูปประเทศในทุกมิติดังกล่าวต้องก้าวหน้าขึ้น ไม่ใช่ถอยหลังกลับไปสู่ความล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการสร้างเสริมสุขภาพตามวัตถุประสงค์ของกองทุน สสส.

3.ขอให้ยุติการกล่าวอ้างว่าการแก้ไขพ.ร.บ.สสส.เป็น บัญชานายก เพราะตั้งแต่ปี 58 ที่มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้ามาตรวจสอบการทำงานของสสส.พบว่าปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขระเบียบการดำเนินงานต่างๆของกองทุนไปแล้วถึง 19 ฉบับ การดำเนินงานเรื่องภาษีที่มีปัญหาบางส่วนก็ได้ข้อยุติจากกรมสรรพากรชัดเจน ตลอดจนมีคำสั่ง คสช.ที่ 70/2559 ยกเลิกคตร.แล้ว ในขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ประเมินองค์กรของรัฐในเรื่องความโปร่งใส ความพร้อมรับผิด ความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร และคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน พบว่า สสส.เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีผลคะแนนสูงมาก ถึง 81.41 คะแนน และได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติจากนายกรัฐมนตรีการแก้ไขพ.ร.บ.สสส. จึงขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิงที่จะเดินหน้าต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง