เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
World การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
Business CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
SD GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,400 บาท
สงป.สั่งคุมงบกำลังคนรัฐปี 70 รัดเข็มขัดบรรจุ ขรก.
Politics สงป.สั่งคุมงบกำลังคนรัฐปี 70 รัดเข็มขัดบรรจุ ขรก.
ค่าเงินบาทวันนี้ (16 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (16 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
“ข้อมูลต้องเร็วกว่าเงิน” รัฐวาง 4 ระบบกลาง ไล่เส้นเงินมิจฉาชีพ
Economic “ข้อมูลต้องเร็วกว่าเงิน” รัฐวาง 4 ระบบกลาง ไล่เส้นเงินมิจฉาชีพ
ทุ่ม 3 หมื่นล้านเวนคืนที่ดิน “บ้านหรูภูเก็ต” ตัดทางด่วนกะทู้-ป่าตอง-เมืองใหม่
Real Estate ทุ่ม 3 หมื่นล้านเวนคืนที่ดิน “บ้านหรูภูเก็ต” ตัดทางด่วนกะทู้-ป่าตอง-เมืองใหม่
DENZA Z9GT แรงจัด ตามสั่ง
Automotive DENZA Z9GT แรงจัด ตามสั่ง
ดูทั้งหมด

OSP เข้าเทรดวันแรก ราคาเหนือจองแตะ 30 บาท บริษัทเผยปีหน้าเห็นความคืบหน้าตลาดเวียดนาม-จีนแน่นอน

17 ต.ค. 2561 | 14:38น.

บมจ.โอสถสภา หรือ OSP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET) เป็นวันแรกโดยราคาเปิดสูงถึง 30 บาท/หุ้น ขึ้นมาจากราคาจองที่ 22-25 บาท/หุ้น เตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนรุกหน้าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในอาเซียน นอกจากการสร้างโรงงานที่เมียนมา บริษัทฯ กำลังศึกษาตลาดเวียดนามและจีนอยู่ คาดว่าปีหน้าเห็นความคืบหน้าแน่นอน

นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกในวันที่ 17 ต.ค. 61 โดยใช้ชื่อย่อ ‘OSP’ ในการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์ฯ(SET) มีความเชื่อมั่นหุ้น OSP ว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่มั่นใจในพื้นฐานและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน จากความแข็งแกร่งของแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสามารถเข้าถึงทุกกลุ่มผู้บริโภคและเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง เข้ามาช่วยสนับสนุนขีดความสามารถการแข่งขันในการทำตลาด รวมถึงการบริหารจัดการด้านต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ที่ช่วยผลักดันผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรที่ดีในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเปิดโรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งใหม่ที่ประเทศเมียนมาได้ภายในไตรมาส 4/62 เพื่อผลิตสินค้าออกสู่ตลาด รองรับการเติบโตของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต จากปัจจุบันที่ OSP มีสัดส่วนมูลค่าค้าปลีกเครื่องดื่มบำรุงกำลังเป็นอันดับหนึ่งสำหรับปี 2560 นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเร่งปรับปรุงการผลิต การจัดจำหน่ายและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของฐานการผลิตในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับแผนงานขยายธุรกิจไปในภูมิภาคนี้เพิ่มเติม

“เรามีความพร้อมในการรุกใหญ่ขยายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคนี้เพิ่มเติม เนื่องจากขีดความสามารถการแข่งขันในการทำตลาด ตลอดจนแบรนด์สินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกออฮล์และของใช้ส่วนบุคคลที่มีความแข็งแกร่ง และช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ดีและรักษาตำแหน่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคนี้ไว้ได้” นางวรรณิภา กล่าว

นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.โอสถสภา เปิดเผยว่า เป้าหมายต่อไปของเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปปรับปรุงและพัฒนาบริษัท โดยมีแผนสร้างโรงงานที่เมียนมาและการสร้างโรงงานแป้งเด็ก “เบบี้มายด์” หลังจากได้รับเงินไปแล้วมีเพียงหนี้จากเครื่องจักรใหม่ที่ต้องชำระ ส่วนเป้าหมายในระยะสั้นที่จะเห็นในเร็วๆ นี้ นอกจากเสริมสร้างความแข็งแรงของตลาดในประเทศ ได้มีการกำลังศึกษาตลาดเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศ CLMV โดยต้องการสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มนี้ก่อนจึงขยายไปยังประเทศอื่น ซึ่งในปัจจุบันกำลังศึกษาตลาดประเทศจีน

ส่วนเป้าหมายปลายปีนี้ ต้องการให้มีการเติบโตทั้งในส่วนของรายได้และกำไร คาดว่าจะไม่หวือหวามากแต่จะเห็นพัฒนาการดีทั้งด้านรายได้และกำไรของบริษัทฯ ทั้งยังเชื่อว่า OSP จะโตได้ไม่ต่ำกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม FMCG(Fast Moving Consumer Goods) และสามารถแข่งขันในมาตรฐานโลกได้ ด้านสัดส่วนรายได้มีการจัดการพอร์ตลงทุนโดยไม่ได้เน้นไปที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง วางแผนการเติบโตไว้ 9-10% ซึ่งตลาดต่างประเทศจะเป็นที่มาของรายได้ที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในอนาคตอันใกล้จะโตได้ถึง 20% โดยตั้งเป้าไว้ไม่เกิน 5 ปี

นางพรธิดา บุญสา กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการสายการเงิน บมจ. โอสถสภา เสริมว่า สัดส่วนของรายได้ต่างประเทศคิดเป็น 16% ของรายได้ทั้งหมด โดยปัจจุบันได้มีการศึกษาอย่างจริงจังในตลาดประเทศเวียดนามและประเทศจีน คาดว่าในปีหน้าจะได้เห็นความคืบหน้าของตลาดทั้งสองประเทศนี้แน่นอนส่วนในประเทศจากปัจจัยต่างๆ เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น การส่งออกดีขึ้น และมีการลงทุนในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก(Eastern Seaboard) ทำให้การบริโภคดีขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัท ในปีหน้านอกจากการล้อไปตามเศรษฐกิจแล้ว OSP แบ่งพอร์ตลงทุนโดยมีสินค้าหลากหลายกลุ่มที่จับกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกในครั้งนี้ของ บมจ.โอสถสภา ราคาเปิดสูงถึง 30 บาท/หุ้น จากราคาจองที่ 22-25 บาท/หุ้น มีมูลค่ารวม 15,094 ล้านบาท โดย บมจ.โอสถสภา จะมีมูลค่าตามราคาตลาด(market capitalization) ประมาณ 75,094 ล้านบาท ณ ราคาที่เสนอขาย ซึ่งจะส่งผลให้ OSP เป็นหุ้นที่ใหญ่ที่สุดที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2561 ณ วันที่ OSP เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันแรก โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินร่วมและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ด้าน นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จุดแข็งของ OSP คือ ความยาวนานของแบรนด์และการเติบโตอย่างมั่นคงเสมอมา โดย 2 ปีที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างของบริษัทเป็นผลให้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารงานมากขึ้นและมีการตั้งเป้าหมายต่างๆ สูงขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันบริษัทฯ เติบโตจากทั้งภายใน(Organic Growth) และในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเมียนมาที่มีการลงทุนโรงงานใช้ผลิตสินค้าในอนาคต นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการศึกษาตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอ

ในส่วนของบล.บัวหลวง ปีหน้ามีดีลหลายเจ้าอยู่ในมือ ทั้งนี้ ความพร้อมในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานต่างๆ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างบริษัทที่อาจส่งผลให้บางบริษัทเข้าซื้อขายช้ากว่ากำหนด หรือส่งผลให้ต้องเลื่อนการซื้อขายไปเป็นปีหน้า ในปี 2562 คาดว่าจะมีหุ้นใหญ่หลายตัวจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาระดมทุน และแต่ละตัวนั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ตลาดหลักทรัพย์