เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
Economic บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
Economic เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
Politics เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
Economic ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
‘อนุทิน’ เล็งพบ ‘ทรัมป์’ เวทีอาเซียน-เอเปค แย้มภาษีไม่เกิน 19%
Politics ‘อนุทิน’ เล็งพบ ‘ทรัมป์’ เวทีอาเซียน-เอเปค แย้มภาษีไม่เกิน 19%
ดูทั้งหมด

3 สมาคมตบเท้าพบ สนช. ดันยกเครื่อง กม.ไซเบอร์-

22 ต.ค. 2561 | 07:00น.

3 สมาคม “TISA-TCT-TISPA” ยื่นหนังสือ สนช. ค้าน กม. “ไซเบอร์-ข้อมูลส่วนบุคคล” ดันยกเครื่องก่อนบังคับใช้ ระบุให้อำนาจ “สนง.-เลขาธิการ” ครอบจักรวาลไม่มีกลไกตรวจสอบ หวั่นกระทบวงกว้าง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2561 ผู้แทนจาก 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (TISA) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย (TCT) และสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (TISPA) ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แสดงถึงความกังวลต่อร่างกฎหมาย 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. มี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นผู้รับมอบเอกสาร และระบุว่าจะเชิญตัวแทนสมาคมมาให้ข้อเสนอแนะเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.

นายเมธา สุวรรณสาร นายกสมาคม TISA เปิดเผยว่ามีประเด็นน่ากังวลหลายเรื่อง ซึ่งอาจเกิดความวุ่นวาย และมีการประท้วงจากผู้ได้รับผลกระทบและประชาชนที่ไม่เห็นด้วยเป็นวงกว้างได้จึงเสนอให้ สนช.ปรับแก้ร่างกฎหมายหลายส่วน

โดยร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ไม่มีธรรมาภิบาลร้ายแรง และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ที่จะตั้งขึ้นใหม่ เนื่องจากในมาตรา 14 กำหนดให้เป็นหน่วยงานรัฐ แต่ไม่เป็นส่วนราชการ มาตรา 17 ถือหุ้นหรือร่วมทุนในนิติบุคคลอื่นได้ กู้ยืมเงินได้ และรายได้ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ทั้งที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจึงไม่ควรมีหน้าที่เป็นผู้ให้บริการและไม่ควรแสวงหารายได้หรือถือหุ้นในเอกชนทั้งอำนาจหน้าที่เลขาธิการ กปช.ยังมากเกินไป ตั้งแต่มาตรา 24-31 และมาตรา 51-58 อาทิ กรณีที่เกิด หรือ “คาดว่าจะเกิด” ภัยคุกคามไซเบอร์ระดับร้ายแรง มีอำนาจสั่งการหน่วยงานรัฐ สั่งบุคคลที่แค่มีเหตุสงสัยว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากภัยคุกคาม มีอำนาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานประกอบการ เข้าถึงทรัพย์สินสารสนเทศ ตรวจสอบและยึดคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ “โดยไม่ต้องมีหมายศาล” ผู้ฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 150,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีปัญหาการไม่มีธรรมาภิบาลร้ายแรง และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ตั้งขึ้นใหม่ กำหนดให้เป็นหน่วยงานรัฐ แต่ไม่เป็นส่วนราชการ มาตรา 44 (4) ให้ถือหุ้นหรือร่วมทุนในนิติบุคคลอื่นได้ ทั้งค่าปรับทางปกครองถือเป็นรายได้สำนักงาน ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา 45 (5)

ส่วนอำนาจคณะกรรมการยังมีลักษณะผูกขาดรวบอำนาจที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่กำหนดนโยบาย การส่งเสริม การเสนอกฎหมาย ให้คำปรึกษา บังคับใช้กฎหมาย ขณะที่อำนาจเลขาธิการมีมากเกินไป อาทิ ให้ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษทางปกครองกับหน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชน เป็นต้น

ทั้งยังให้เวลาหน่วยงานรัฐและเอกชนเตรียมการเพียง 180 วัน หลังประกาศใช้ ถือว่าสั้นเกินไป รวมถึงการกำหนดให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ปฏิบัติหน้าที่แทนก่อนตั้งสำนักงานไม่เหมาะสม เนื่องจาก สพธอ.ไม่ได้มีหน้าที่และความเข้าใจการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และอาจมีปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”