ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมสัปดาห์วันออมแห่งชาติ 31 ต.ค.-7 พ.ย. ชูเงินฝาก “ดี๊ดี” ให้ดอกเบี้ยสูง 1.70-1.85%
ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมสัปดาห์วันออมแห่งชาติ 31 ต.ค.-7 พ.ย. ชูเงินฝาก “ดี๊ดี” ให้ดอกเบี้ยสูง 1.70-1.85% พร้อมแจกฟรีกระปุกออมทรัพย์ “น้องหอมจัง ตังค์เยอะ” เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากใหม่หรือฝากเงินเพิ่ม ตั้งเป้าปีบัญชี 2561 เงินฝากเติบโต 5.7 หมื่นล้านบาท
นายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จะจัดกิจกรรม “สัปดาห์วันออมแห่งชาติ” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน 2561 ณ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการออม ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการออมเงิน อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
โดย ธ.ก.ส.ได้นำผลิตภัณฑ์เงินฝากหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนได้ออมเงินที่ตรงกับความต้องการ เช่น โครงการเงินฝากดี๊ดี ที่ให้ดอกเบี้ยสูงแบบขั้นบันไดและรับดอกเบี้ยทุกเดือน มีทั้งแบบฝาก 16 เดือน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.70% ต่อปี และฝาก 21 เดือน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.85% ต่อปี รวมถึงเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค ที่ให้ดอกเบี้ยและให้โชคทุก 6 เดือน ลุ้นรับรางวัลระดับจังหวัดปีละ 2 ครั้ง และรางวัลระดับประเทศอีก 1 ครั้ง และกองทุนทวีสุข ซึ่งเป็นเงินฝากแบบมีสวัสดิการ เป็นต้น

“มีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับผู้ที่ร่วมออมเงินกับ ธ.ก.ส. ทั้งเปิดบัญชีเงินฝากใหม่หรือฝากเงินเพิ่มในบัญชีออมทรัพย์หรือ ออมทรัพย์ทวีโชค ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป และสำหรับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่เปิดบัญชีใหม่หรือฝากเงินเพิ่มในบัญชีเดิม จำนวนเพียง 1,000 บาท รับกระปุกออมทรัพย์ ธ.ก.ส. “น้องหอมจัง ตังค์เยอะ สุดน่ารัก” ฟรีทันที ซึ่งมีจำนวนจำกัด” นายกษาปณ์กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “เกษตรกรสุขภาพดีกับ ธ.ก.ส.” โดยจัดตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี รวมทั้งการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพแก่เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่เข้าร่วมกิจกรรม เป้าหมาย 160,000 ราย
นายกษาปณ์ กล่าวด้วยว่า ในปีบัญชี 2561 (เม.ย.61-มี.ค.62) ธ.ก.ส. ตั้งเป้าหมายเงินฝากเติบโต 57,000 ล้านบาท หรือมียอดรวมอยู่ที่ 1.587 ล้านล้านบาท เพิ่มจาก ณ สิ้นปีบัญชี 2560 ที่อยู่ที่ 1.529 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ดี จากต้นปีบัญชีจนถึงวันที่ 21 ต.ค. 2561 เงินฝากลดลงไป เนื่องจากเงินฝากของส่วนราชการลดลงไป ซึ่งเป็นปกติในช่วงสิ้นปีงบประมาณ (สิ้น ก.ย.) แต่หลังจากนี้ จะระดมเงินฝากเพิ่มขึ้นให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยจะขยายสัดส่วนเงินฝากเกษตรกรให้มากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 11-12%
