เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

“สายการบิน” ปรับแผน รับมือ (หาก) ไม่ผ่าน AOC

17 ส.ค. 2560 | 21:18น.

จากกระแสข่าวที่ระบุว่าขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการสายการบินอีกกว่า 10 ราย ที่ยังอยู่ในกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ หรือ (AOC Re-certification) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท.

และในจำนวนนี้หากรายใดยังไม่ได้รับใบรับรอง AOC ใหม่ กพท.ก็จะสั่งให้หยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศทันทีนับตั้งแต่กันยายนนี้เป็นต้นไป

“ไทยเวียตเจ็ท” ทบทวนแผน”

“เลือง เชือง อาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า ขณะนี้ไทยเวียตเจ็ทอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC Re-Certification) ซึ่งปัจจุบันกำลังจะเริ่มขั้นตอนการตรวจสอบที่ 4.1 แล้ว โดยคาดว่าจะตรวจสอบตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วเสร็จในอีก 2 เดือนข้างหน้า หรือภายในเดือนตุลาคมนี้

ทำให้ “ไทยเวียตเจ็ท” ต้องหยุดทำการบินเส้นทางบินระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ 1 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ไฮฟอง เวียดนาม โดยในช่วงที่หยุดทำการบินเส้นทางนี้ ทางสายการบินได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว คือ จะให้สายการบินแม่อย่าง “เวียตเจ็ท แอร์ไลน์” เข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารแทน เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ

ขณะที่เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ สู่ฮานอย และโฮจิมินห์ซิตีนั้น ที่ผ่านมาสายการบินแม่ทำการบินเองตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว

“เมื่อได้รับใบรับรอง AOC ใหม่แล้ว เรามีแผนเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากสุวรรณภูมิไปเวียดนาม จีน อินเดีย และไต้หวัน ซึ่งคาดว่าน่าได้เห็นภายในเดือนพฤศจิกายนนี้”

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา “ไทยเวียตเจ็ท” ได้ยื่นขอใบอนุญาตเปิดเส้นทางบินในประเทศไปแล้ว 5 เส้นทางบินใหม่ คือ กรุงเทพฯ (สุวรณภูมิ) สู่กระบี่ เชียงราย หาดใหญ่ อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นไปตามแผนขยายธุรกิจที่ต้องการเปิดเส้นทางบินให้ครอบคลุมเส้นทางหลักในประเทศ

Advertisement

โดยคาดว่าภายใน 2-3 เดือนนี้จะเห็นเส้นทางใหม่อีก 1 เส้นทาง จากเดิมที่ให้บริการไปแล้ว 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต และเส้นทางข้ามภูมิภาคภูเก็ต-เชียงราย

“เลือง เชือง อาน” บอกด้วยว่า ตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2559 ที่ผ่านมา การเติบโตของ “ไทยเวียตเจ็ท” อาจจะไม่ได้ดีมาก แต่ก็นับว่ายังเป็นไปตามเป้าหมาย มียอดผู้โดยสารรวมนับตั้งแต่วันแรกที่ให้บริการจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 7 แสนคน

และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร เฉลี่ยที่ 85-90% สูงกว่าเป้าหมายซึ่งวางไว้ที่ 80% และตั้งเป้าว่า 5 ปีนับจากนี้ จะมีอัตราการเติบโตด้านรายได้และจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยปีละ 10% ขึ้นไป

พร้อมแจงว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้ไทยเวียตเจ็ทต้องทบทวนแผนธุรกิจและเป้าหมายต่าง ๆ อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละจุดหมายปลายทาง ขั้นตอนการขอใบรับรอง AOC ใหม่ ซึ่งล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงการขอใบอนุญาตบินไปยังเส้นทางใหม่ ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะส่งผลกระทบต่อการขยายฝูงบินบ้าง แต่คาดว่าตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป “ไทยเวียตเจ็ท” น่าจะเริ่มรับมอบเครื่องบินได้อีก 7-10 ลำต่อปีตามแผนเดิม จากปัจจุบันที่มี 3 ลำ และจะมีทยอยรับเข้ามาเพิ่มอีกในช่วงปลายปีนี้

“โอเรียนท์ไทย” ปักหลักในจีน

นอกจากสายการบิน “ไทยเวียตเจ็ท” แล้ว อีกสายการบินที่คาดว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบของ กพท. ในเวลาที่กำหนดคือ “โอเรียนท์ไทย” ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่า สายการบินแห่งนี้ได้ปรับแผนการทำธุรกิจไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยหันไปโฟกัสการทำตลาดแบบให้เช่าเหมาลำเป็นหลัก

ในประเด็นนี้ แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินรายนึ่ง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันโอเรียนท์ไทยได้โยกฐานการบินไปอยู่ที่ประเทศจีนโดยมีฮับการบินอยู่ใน 3 เมืองหลัก ประกอบด้วย ฉางชา หนานหนิง และเซี่ยงไฮ้ (ผู่ตง)

นอกจากนี้ “โอเรียนท์ไทย” ยังอยู่ระหว่างเตรียมแผนเปิดฮับบินในอีก 2 เมืองใหญ่ของจีน ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้เร็ว ๆ นี้ ขณะที่เส้นทางบินในประเทศนั้นมีเพียงแค่ 1 เส้นทางเท่านั้น คือ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต โดยเส้นทางบินทั้งหมดนี้เป็นการให้บริการเป็นให้เช่าเหมาลำเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านี้ “โอเรียนท์ไทย” ยังยึดโมเดลทำงานร่วมกับเอเยนซี่ทัวร์รายใหญ่ในประเทศจีน ขนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทย หากบริษัททัวร์ในประเทศจะจัดแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวจีนและอยากใช้บริการสายการบินแห่งนี้ก็ต้องประสานงานผ่านไปทางเยนซี่ที่เป็นตัวแทนของโอเรียนท์ไทยเท่านั้น

จากโมเดลการทำงานดังกล่าวนี้ ทำให้ “โอเรียนท์ไทย” แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการตรวจสอบและการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ของ กพท.

นับเป็นการเตรียมความพร้อมและปรับตัวเพื่อรับมือกับมาตรการของหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล…หากไม่ผ่านการพิจารณาและไม่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ครั้งนี้…

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สายการบิน ไทยเวียตเจ็ท