เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
ดูทั้งหมด

ถึงเวลา… อินเด็กซ์ฯ ให้ผลกำไร ขาดทุนกำหนดการเติบโตธุรกิจ

01 พ.ย. 2561 | 21:30น.

ถือเป็นบริษัทที่มีเอกลักษณ์และสามารถสร้างความแข็งแกร่งบนตลาดอีเวนต์ไทยได้ยาวนานถึง 28 ปี พร้อม ๆ กับการเติมประสบการณ์ใหม่ ๆ บนเวทีอีเวนต์ระดับโลกอย่าง เวิลด์ เอ็กซ์โป และอินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์โป อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแตกธุรกิจออกไปสร้างการเติบโตในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว ทั้งหมดกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เส้นทางรบบนสมรภูมิอีเวนต์ของ “อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ” แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ถึงก้าวสำคัญของการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และทิศทางการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ไป

Q : ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

คาดว่าตลาดอีเวนต์ปีนี้จะโต 10% จากปีก่อน ๆ หรือมีมูลค่า 13,200 ล้านบาท และถือเป็นปีทองของอีเวนต์ก็ว่าได้ เพราะมีปัจจัยบวกทั้งเศรษฐกิจดีขึ้น การเมืองนิ่ง เชื่อว่าผู้เล่นหลาย ๆ รายก็คงได้รับอานิสงส์ด้วย แต่ถ้ารายไหนไม่ดีก็อาจจะต้องกลับมาดูว่า ได้ปรับตัวแล้วหรือยัง เพราะตลาดนี้ก็ได้รับผลกระทบมาต่อเนื่อง ส่วนปีนี้อินเด็กซ์ฯคาดว่าจะปิดรายได้ที่ 1,650 ล้านบาทตามแผน

Q :อีเวนต์เป็นธุรกิจที่อ่อนไหวต่อปัจจัยลบ การนำบริษัทเข้าตลาดแสดงว่าความเสี่ยงเหล่านี้หายไป

ไม่ ธุรกิจอีเวนต์ยังมีความเสี่ยงอยู่ และความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าสถานการณ์ของไทยไม่เอื้อให้ธุรกิจอีเวนต์เลยด้วยซ้ำ เพราะมีวิกฤตเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลกระทบต่อธุรกิจนี้ทั้งนั้น แต่ก็คงไม่มีธุรกิจไหนที่ไม่มีความเสี่ยง ทำให้เราต้องขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และลาว โดยออกไปจัดเทรดแฟร์ เจาะกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้มีงานทุก ๆ ปี เรียกว่าการกระจายความเสี่ยง เพื่อไม่ให้ผูกติดกับรายได้ในประเทศเท่านั้น

Q : ทำไมตัดสินใจรื้อแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯอีกครั้ง หลังพับแผนมายาวถึง 10 ปี

การรื้อแผนครั้งนี้ถือเป็นสเต็ปของการถ่ายโอนต่อให้เจเนอเรชั่นต่อไปได้เข้ามาบริหาร จากที่ผ่านมาอินเด็กซ์ฯผูกติดและถูกขับเคลื่อนด้วยตัวผู้ก่อตั้งเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้มีความพร้อมแล้ว เพราะมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ มีวิธีการใหม่ ๆ พร้อมกับการปรับโครงสร้าง วางระบบในองค์กรมาตั้งแต่ 6 ปีก่อน โดยเชื่อมั่นในระบบที่วางไว้ว่าแข็งแรง และพร้อมที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

เมื่อตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะก็ตั้งเป้าหมายว่าจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯให้ได้ในปี 2563 หรืออย่างช้าปี 2564 หลังจากต้องพับแผนมากว่า 10 ปี ซึ่งวันนี้ อินเด็กซ์ฯมั่นใจว่า พร้อมแล้วที่จะให้ผลกำไร ขาดทุนมากำหนดการเต้นของหัวใจและการเติบโตของธุรกิจ

Q : ตอนนี้อินเด็กซ์ฯมีความแข็งแรงขึ้น แล้ววางกลยุทธ์สร้างการเติบโตในอนาคตไว้อย่างไร

ที่ผ่านมา อินเด็กซ์ฯทำอะไรมาหลายอย่าง เรียกว่าลองผิด ลองถูกมาพอสมควร จนเรียนรู้ว่าอะไร คือ สิ่งที่ดีที่สุด และพบว่าต้องสร้างอีเวนต์เป็นของตัวเอง ทำให้เราเพิ่มน้ำหนักกับกลุ่มโอว์นโปรเจ็กต์ (own project) หรืออีเวนต์ที่สร้างเองมากขึ้น และผลผลิตใหม่ที่ได้ลงแรงเพาะปลูกก็เติบโตเร็ว เนื่องจากได้นำประสบการณ์การทำงานกว่า 28 ปี มาปรับใช้กับอีเวนต์ใหม่ ๆ นี้ ตั้งใจว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า โอว์นโปรเจ็กต์จะโตขึ้น และกินสัดส่วน 20-25% ของรายได้รวม ขณะที่อนาคตอาจจะขยายเป็น 50% ซึ่งการมีโอว์นโปรเจ็กต์ทำให้บริษัทมีรายได้ที่แน่นอนในทุก ๆ ปี เพราะสามารถวางแผนการจัดอีเวนต์ล่วงหน้าเองได้

ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าธุรกิจรับจ้างผลิตที่เป็นธุรกิจเดิมต่อ เพราะยังเป็นรายได้ใหญ่ คิดเป็น 70% ของรายได้รวม และเป็นธุรกิจที่แข็งแรง

“ด้วยแนวทางที่วางไว้ มั่นใจว่าบริษัทจะมีรายได้ที่เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะสามารถประเมินรายได้ล่วงหน้า (backlog) ได้ชัดเจนกว่าอดีต เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากโอว์นโปรเจ็กต์ที่มั่นคงขึ้น และทำให้รายได้ไม่สะวิงมาก โดยไม่ต้องรองานจ้างเหมือนที่ผ่านมา”

Q : ให้น้ำหนักกับกลุ่มโอว์นโปรเจ็กต์ แสดงว่าทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

ปีนี้ทดลองจัดไลฟ์สไตล์อีเวนต์ที่อยู่กลุ่มโอว์นโปรเจ็กต์ขึ้น ภายใต้ชื่อ “กิโลรัน” ไปแล้ว 2 อีเวนต์ ได้แก่ กรุงเทพฯ และบาหลี อินโดนีเซีย ส่วนโอซากา ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีเวนต์ที่ 3 ถูกยกเลิกไป เนื่องจากอากาศไม่อำนวย แต่แค่เริ่มต้นปีแรกก็มีกระแสตอบรับที่ดี จนได้รับการติดต่อจากหลายประเทศทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน รัฐอาบูดาบี และถือเป็นไลฟ์สไตล์อีเวนต์ที่ขายไปต่างประเทศได้ ซึ่งอนาคตอาจจะมี “กิโลรัน ลอนดอน อังกฤษ” ก็ได้

สำหรับปี 2562 คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 7-8 อีเวนต์ หรือมากที่สุดอาจจะจัดถึง 12 อีเวนต์ อยู่ระหว่างวางแผน แต่เตรียมจะพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ที่คล้ายกับ “กิโลรัน” อีก 2-3 งาน ซึ่งต้องทำให้อีเวนต์เหล่านั้นเกิดขึ้นให้ได้ เพราะการมีโอว์นโปรเจ็กต์จะทำให้บริษัทมีรายได้ที่แน่นอน

Q : จุดขายโอว์นโปรเจ็กต์ในสไตล์อินเด็กซ์ฯ

หลักการทำงานของอินเด็กซ์ฯชัดเจน คือ from inside to Idea หรือทุกอย่างต้องมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้วแปลงทุกอย่างเป็นไอเดีย อย่างกิโลรัน เป็นการดึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคนี้ออกมา นั่นคือ คนยุคนี้ชอบกิน ดื่ม เที่ยว ซึ่งเราจับตรงนี้มาแปลงเป็นอีเวนต์

ขณะที่การหาไลฟ์สไตล์ของคนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ไม่ต้องทำโฟกัสกรุ๊ปเหมือนอดีต แต่วันนี้แค่เปิดเฟซบุ๊ก ก็รู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ซึ่งหลัก ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหาร ถ่ายรูป เป็นต้น โดยพฤติกรรมก็วน ๆ อยู่ เพียงแต่ต้องจับสิ่งที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์และปรับใช้ให้ได้

ด้วยแนวทางนี้ทำให้เกิดกิโลรัน และทำให้อีเวนต์นี้ต่างจากงานวิ่งมาราธอนทั่ว ๆ ไปที่ใช้หลักกิโลมาเป็นตัววัด แต่จุดขายกิโลรันแปลกใหม่ตรงที่อาหารต้องอร่อย และได้วิ่งผ่านสถานที่ที่สำคัญของแต่ละประเทศ ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายของกิโลรันจึงค่อนข้างหลากหลาย อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่ทำต้องย้อนกลับมาที่ตัวผู้บริโภค เราจึงเชื่อว่าอีเวนต์ไม่มีวันตาย เพราะอีเวนต์ คือ คอนเทนต์ ที่ดึงคนออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน

ยิ่งวันนี้คนอยู่คอนโดฯมากขึ้น ยิ่งทำให้อีเวนต์เหล่านี้ได้รับความนิยม เพียงแต่ว่าอีเวนต์นั้น ๆ ตอบโจทย์คนได้หรือไม่ ซึ่งหน้าที่ของอีเวนต์ไม่เพียงต้องดึงคนออกมานอกบ้าน แต่ต้องช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ต้องทำให้ผู้บริโภคมีสถานะทางสังคมดูดีขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ก็ทำให้คนอยากมาอีเวนต์ เพราะอีเวนต์คือ คอนเทนต์ ที่ทำให้คนได้เอาไปโพสต์ต่อ แชร์ต่อบนโลกออนไลน์

Q : ความคืบหน้าของการเข้าร่วมประมูลบริหารจัดการศาลาไทยในเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอประกาศผล โดยปีนี้รัฐบาลไทยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ดูแลโครงการนี้ ซึ่ง อินเด็กซ์ฯหวังใช้โปรเจ็กต์นี้เป็นบทพิสูจน์ฝีมือบนเวทีอีเวนต์โลก พร้อมกับการสร้างแบรนดิ้งประเทศไทยไปด้วย

หากย้อนกลับไป อินเด็กซ์ฯถือว่ามีประสบการณ์การทำงานในเวิลด์ เอ็กซ์โป และอินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์โป มาแล้ว 5 ครั้ง เช่น โปรตุเกส เยอรมนี ก่อนขยับเข้ามาดูแลงานบริหารจัดการศาลาไทยเต็มตัวที่เซี่ยงไฮ้ จีน และทุกครั้งที่ทำงานนี้ก็พบว่า ความท้าทายและโจทย์เปลี่ยนตลอดต้องทำการบ้านหนัก เพื่อดึงคนเข้าศาลาไทยให้ได้

โดยผลงานจากเวิลด์ เอ็กซ์โป ที่ผ่านมาก็ติด 1 ใน 7 ติด 1 ใน 3 ของพาวิเลียนยอดนิยม และเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มีน่าจะทำให้อินเด็กซ์ฯมีโอกาสได้ไปโชว์ผลงานบนเวทีโลกอีกครั้ง