จับตา 5 วาระเขย่าโลก รับศักราช 2019
อีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะก้าวสู่ศักราชใหม่ปี 2019 แต่ยังมีอีกหลายเหตุการณ์สำคัญช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ที่น่าจับตา และจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจากปีนี้ไปจนถึงปีหน้า ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า “เศรษฐกิจโลกยังท้าทาย”
เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. ครบกำหนดมาตรการคว่ำบาตร “อิหร่าน” ของสหรัฐอเมริกา ที่อ้างเป็นการแซงก์ชั่นที่รุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ พร้อมขู่พันธมิตรอิหร่านห้ามร่วมมือทางการค้า มิเช่นนั้นจะถูกหางเลขไปด้วย
ที่ตามมาติด ๆ คือ วันที่ 6 พ.ย. วาระการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งมาได้ครึ่งทาง หรือ 2 ปี โดยจะมีการชิงที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่ง และวุฒิสภา 35 ที่นั่ง ถือเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของชาวอเมริกันที่มีต่อผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ขณะที่โพลล่าสุดของหลายสื่อตะวันตกชี้ว่า มีโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะพลิกกลับมาครองเสียงส่วนมากในสภาล่าง
จากนั้นวันที่ 21 พ.ย.ต้องติดตามผลต่อเนื่องจากการสรุป “เบร็กซิต” ซึ่งนายโดมินิค แรบ รัฐมนตรีฝ่ายกิจการการเบร็กซิตของอังกฤษ ระบุว่า การเจรจาระหว่างอียูและยูเค ใกล้จะบรรลุผลสำเร็จแล้ว และคาดว่าจะแถลงผลการเจรจาได้ภายในวันดังกล่าว
ต่อด้วยเวทีการประชุมระดับโลก “G20” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ ที่ประเทศอาร์เจนตินา ความน่าสนใจอยู่ที่มีการคาดการณ์ว่าเวทีประชุมจะชูประเด็นการอ่อนค่าของเงินหยวน ที่สหรัฐอ้างมาตลอดว่ารัฐบาลปักกิ่งเข้าแทรกแซงค่าเงิน เพื่อให้ได้ดุลการค้า ขณะที่สัปดาห์ก่อนนี้กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า จีนพยายามติดต่อกับสหรัฐเพื่อจัดการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นอกรอบเวทีการประชุม G20
และอีกประเด็นที่ต้องจับตา คือ การประชุมสมัชชาของพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ระหว่างวันที่ 7-8 ธ.ค.ที่เมืองฮัมบูร์ก หลังนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็ก “อังเกลา แมร์เคิล” ของเยอรมนี ประกาศจะก้าวลงจากตำแหน่งประธานพรรค จากที่ครองเก้าอี้หัวหน้าพรรคยาวนานถึง 18 ปี พร้อมจะยุติเส้นทางการเมือง
และก้าวลงจากตำแหน่งนายกฯเมืองเบียร์เมื่อครบวาระในปี 2021