เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
Automotive Asap กวาด 3 รางวัล Trip.com Envision 2026 หลังยอดจองบนแพลตฟอร์ม พุ่ง 117%
มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
Uncategorized มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ DPU เปิด 4 บูธ นวัตกรรมสร้างเศรษฐกิจ
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
ดูทั้งหมด

ปิดดีลโปรเจ็กต์ยักษ์ ก.พ. 62 อัดช็อปช่วยชาติเวอร์ชั่น 2 โด๊ป ศก.-

19 พ.ย. 2561 | 07:00น.

“สมคิด” เร่งกู้ ศก. โหมเมกะโปรเจ็กต์ 2.4 ล้านล้าน เร่งปิดดีล EEC 5 โครงการ 6.5 แสนล้าน ขาย
ทีโออาร์เมืองการบินขีดเส้นได้ผู้ชนะ ก.พ.ปีหน้า สั่งบีโอไอจัดแพ็กเกจออนท็อปดึงต่างชาติลงทุน คลังจัดสารพัดมาตรการกระตุ้น “เติมเงินบัตรคนจน-เพิ่มเบี้ยคนชรา-ช็อปช่วยชาติเวอร์ชั่น 2” ชง ครม. 27 พ.ย.นี้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้และต้นปีหน้าจะเป็นช่วงนาทีทองของการลงทุน ทั้งจากในและต่างประเทศ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาการขนส่งและโลจิสติกส์ถึง 2.4 ล้านล้านบาท ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อเชื่อมโยงและรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

โหม 6.5 แสนล้านเข้าอีอีซี

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว 5 โครงการ คือรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนทั้ง 5 โครงการกว่า 6.5 แสนล้านบาท คาดว่าจะได้ผู้ลงนามในสัญญาภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

“โครงการเหล่านี้ไทยต้องการเชิญชวนเอกชนจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมลงทุน หากมีความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นลงทุนร่วมกันในอีอีซีก็ทำให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างดี” นายสมคิดกล่าว

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า รัฐบาลกำลังเร่งรัดการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมทั้งทางบก ถนน และมอเตอร์เวย์ โครงการรถไฟฟ้าในเมืองและภูมิภาค กำลังเดินหน้าหลายเส้นทางอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หลายเส้นทางอยู่ระหว่างการประกวดราคา หรือรอ ครม.อนุมัติ ซึ่งโครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนหรือ PPP

ปี 2562 นาทีทองแห่งการลงทุน

นายสมคิดกล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในวันที่ 19 พ.ย.นี้จะออกมาตรการพิเศษทำให้ตั้งแต่วันนี้จนถึงปี 2019 จะเป็น Golden year ของการลงทุน

“เรากำลังเตรียมการต้อนรับนักลงทุนที่จะมาประเทศไทยในช่วงเวลานี้ ทำให้จีนและญี่ปุ่นเห็นว่าทิ้งไทยไม่ได้” นายสมคิดกล่าว

เร่งลงทุนรัฐวิสาหกิจ

นายสมคิดกล่าวว่า การใช้จ่ายรัฐบาล ปีหน้าจะเป็นปีที่การลงทุนโครงการใหญ่เดินหน้า การลงทุนรัฐวิสาหกิจต้องเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ผ่านมาตกท้องช้าง เคลื่อนไม่ออก ดังนั้นเหลืออีก 1 ไตรมาสต้องเร่งให้เงินลงทุนออกสู่ระบบเศรษฐกิจ

“ถ้ารักษาอัตราการลงทุนภาครัฐและเอกชนได้ ที่เหลือคือความเชื่อมั่นของประชาชน ต้องเชื่อมั่น ต้องมั่นใจ ต้องเดินไปด้วยกัน เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”

นอกจากนี้ก็ได้สั่งให้กระทรวงการคลังเตรียมงบประมาณเพื่อจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ในกรณีที่ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศทำให้ตัวเลขการส่งออกลดลงเพราะเดือน ก.ย.ติดลบ

“ช็อปช่วยชาติ” เวอร์ชั่น 2

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้ โดยจะเน้นช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในส่วนของผู้ถือบัตรอาจได้รับการช่วยเหลือมากกว่า นอกจากนี้ยอมรับว่า จะมีการช่วยเหลือแบบ “เติมเงิน” ให้บางส่วน และอีกหลาย ๆ มาตรการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำลังพิจารณาว่าจะมีมาตรการสำหรับคนรายได้ปานกลางด้วยหรือไม่

สำหรับมาตรการภาษีช็อปช่วยชาตินั้น นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณามาตรการในทำนองเดียวกันนี้ คือกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย แต่อาจไม่ได้ทำเหมือนมาตรการช็อปช่วยชาติเดิม ซึ่งยังอยู่ระหว่างหาข้อสรุป

“มาตรการช้อปช่วยชาติจะไม่ทำเหมือนเดิม เพิ่งคุยกันไป แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ลงตัว” นายอภิศักดิ์กล่าว

แพ็กเกจของขวัญประชาชน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้ของคลังจะเป็นแพ็กเกจที่เน้นกระตุ้นการบริโภคเป็นหลัก เพราะอยากให้เห็นผลทันที เนื่องจากเห็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปีจะแผ่วลงมาก แต่ภาพรวมทั้งปียังขยายตัวได้ดี เพราะอานิสงส์จากครึ่งปีแรกที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ 4.8%

หากได้ข้อสรุปรัฐบาลจะประกาศให้เป็นของขวัญแก่ประชาชน อย่างเช่น มาตรการที่หวังผลกระตุ้นการบริโภคมากที่สุด โดยใช้มาตรการทางภาษีในทำนองเดียวกับช็อปช่วยชาติที่ให้ลดหย่อนภาษีในการซื้อสินค้าได้ไม่เกิน 15,000 บาท แต่จะนำระบบอีเพย์เมนต์มาเชื่อมโยง คือการคืนภาษี จากการจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบพร้อมเพย์

“ช่วงเวลาการทำมาตรการอาจจะ 7 วัน หรือ 1 เดือน ตอนนี้ยังไม่นิ่ง ต้องหาข้อสรุปอีกที” แหล่งข่าวกล่าว

เพิ่มเบี้ยคนชรา

ส่วนอีกมาตรการจะเป็นการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมเข้าไป เช่น การเติมเงินช่วยค่าน้ำมันสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการที่ขับจักรยานยนต์รับจ้าง การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้คนจน เป็นต้น รวมทั้งมาตรการดูแลผู้สูงอายุ โดยมีข้อเสนอให้เพิ่มเบี้ยคนชราเพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปโรงพยาบาล และหากมีเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ หรือเหลือจากการเดินทางจะนำมาใส่ในกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) รวมถึงมีแนวคิดให้ทำประกันสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุด้วย

อย่างไรก็ดี มาตรการทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ยังต้องประชุมหารือกันอีกเพื่อให้ได้ข้อสรุปแล้วเสนอ รมว.คลัง ในวันที่ 23 พ.ย. และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 27 พ.ย.ต่อไป

“สมคิด” ถกรัฐวิสาหกิจบี้ลงทุน

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า วันที่ 21 พ.ย.นี้ รองนายกฯสมคิดจะเรียกผู้บริหารรัฐวิสาหกิจมาประชุมเพื่อเร่งรัดเบิกจ่ายงบฯลงทุน ในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า หรือก่อนจะมีการเลือกตั้ง

“ก่อนการเลือกตั้งอาจเกิดการชะลอตัวเรื่องการเบิกจ่ายงบฯลงทุน แต่ประเทศรอไม่ได้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ดังนั้นก็ต้องเร่งทุกจังหวะ” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะที่นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะโฆษก สคร.กล่าวว่า ขณะนี้ สคร.กำลังวิเคราะห์การเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจรายโครงการ โฟกัสโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เนื่องจากจะเกิดผลในทางเศรษฐกิจได้มาก อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น

EEC เร่งประมูล 5 โครงการ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กล่าวว่า ภายในเดือน พ.ย.นี้จะทยอยเปิดให้เอกชนไทยและต่างชาติทั่วโลกที่สนใจเข้าร่วมประมูล PPP Net Cost ระยะเวลา 30-50 ปี ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่งพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 5 โครงการ มูลค่าลงทุน 652,559 ล้านบาท เป็นการลงทุนโดยรัฐ 32% หรือ 209,916 ล้านบาท และเอกชน 68% หรือ 442,643 ล้านบาท โดยเอกชนที่เสนอผลตอบแทนให้รัฐมากที่สุดจะเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก คาดว่าภายในเดือน ก.พ. 2562 จะได้เอกชนผู้ชนะประมูลทุกโครงการ

“เพิ่งยื่นซองประมูลวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา คือรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน”

ก.พ. 62 เซ็นสัญญาครบ

อีก 4 โครงการกำลังทยอยประกาศขายทีโออาร์ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงิน 114,047 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 5-19 พ.ย. 2561 ยื่นซองวันที่ 14 ม.ค. 2562, ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 วงเงิน 55,400 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 9-21 พ.ย. 2561 เปิดยื่นซองวันที่ 6 ก.พ. 2562, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก วงเงิน 290,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 16-29 พ.ย. 2561 เปิดยื่นซองวันที่ 28 ก.พ. 2562 ส่วนโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) วงเงิน 10,588 ล้านบาท การบินไทยอยู่ระหว่างดำเนินการ

ชงรถไฟฟ้ากว่า 2 แสนล้าน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภายในเดือน ธ.ค.นี้จะเร่งเสนอรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์ ระยะทาง 10 กม. เงินลงทุน 7,596 ล้านบาท และสายสีแดงอ่อน ส่วนต่อขยายช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 20 กม. วงเงิน 19,042.13 ล้านบาท ให้ ครม.อนุมัติ ในเดือน ม.ค. 2562 จะเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ ระยะทาง 13.4 กม. วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท

ลุ้นจีดีพีไตรมาส 3

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สศค.ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ 4.5% โดยครึ่งแรกขยายตัว 4.8% ซึ่งมีการประเมินไว้แล้วว่าครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลง

เพิ่มบัตรคนจน 3.5 ล้านใบ

นายลวรณกล่าวอีกว่า จากการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนเพิ่มอีก 4.5 ล้านราย โดยผ่านคุณสมบัติ 3.5 ล้านราย ซึ่งจะมีการแจกบัตรในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ และเริ่มใช้จ่ายเงินผ่านบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป

Golden Year BOI

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ด BOI) ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้จะมีการเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม หรือ Top Up จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่มีอยู่เดิมตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ปี 2562 เป็นปี gloden year โดยหลักการให้การส่งเสริมจะเป็นไปตามประเภทกิจการ ขนาดการลงทุน และระยะเวลาการลงทุน “จะไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะรายใหญ่เท่านั้น”

หากบอร์ด BOI เห็นชอบมาตรการจะมีผลทันที เบื้องต้นคาดว่าจะมีกรอบระยะเวลาใช้ Top Up 1 ปี

“สาเหตุที่ต้องเสนอมาตรการ Top Up ไม่ใช่ว่า 9 เดือนแรกยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนต่ำกว่าเป้าหมาย แต่เป็นเพราะเรามองเห็นแล้วว่า มีนักลงทุนจากหลายประเทศที่กำลังให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนมากขึ้น หลังจากมีสงครามการค้าเกิดขึ้น ทำให้มีการแข่งขันส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นไทยจำเป็นต้องมีมาตรการขึ้นมาเพื่อช่วงชิงเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศเหล่านั้น เราจะกำหนดสเป็กและเงื่อนไขส่งเสริมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนมากขึ้น เร็วขึ้น ส่วนกรอบระยะเวลาส่งเสริมจะเป็นระยะสั้น ประมาณ 1 ปี ไม่ได้กำหนดใช้ในปีนี้เพราะปี 2561 เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งโดยปกติเดือนธันวาคมจะมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามามากที่สุด BOI มั่นใจว่า การส่งเสริมการลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้” น.ส.ดวงใจกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากมาตรการส่งเสริมการลงทุน Top Up มีผลบังคับใช้ ทาง BOI มีแผนจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในลักษณะ one to one หรือการเข้าไปพบเคาะประตูยังบริษัทนักลงทุนที่เรามองว่า มีศักยภาพโดยตรง ซึ่งจะเป็นการจัดกิจกรรมเพิ่มจากการส่งเสริมตามแผนปกติ โดยพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ จีน ซึ่งมีนักลงทุนสนใจให้การลงทุนจำนวนมากขึ้นหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นักลงทุนญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปก็ยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ

สำหรับมาตรการ Top Up จะประกอบด้วย 1) การให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติกับโครงการที่ยื่นคำขอส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2562 โดยจะต้องเป็นโครงการที่เข้าตามหลักเกณฑ์ (ประเภทกิจการ-ขนาดการลงทุน) และต้องดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด

2) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกระตุ้นให้บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ตลาดทุนไทย

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”