เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
Finance เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
World ‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
Finance สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Biz Movement ‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
Biz Movement รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
Politics รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
Economic ‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจภูมิภาค ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ดูทั้งหมด

คุณค่า ของ ชีวิต-

13 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ ระดมสมอง

โดย รณดล นุ่มนนท์

สวัสดีครับ ผมได้รับหนังสือ “ปัญญาวิชาชีวิต” จากคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ที่ได้นำเสนอและถ่ายทอดปรัชญาของ ศาสตราจารย์เคลย์ตันคริสเตนเซน (Clayton Christensen) ต่อแนวทางการประเมินความคุ้มค่าของชีวิตของแต่ละคน (How Will You Measure Your Life ?) โดยที่คุณภิญโญได้ฝากโน้ตสั้น ๆ ไว้ว่า “คิดว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการขบคิดกับพี่ดลครับ”

แถมในบทนำได้เกริ่นไว้ว่า “ถ้าจะให้ได้ผลดีขอจงอ่านในวันที่ไม่เร่งรีบ รุ่มร้อน อ่านในห้วงตอนที่มีความสงบในชีวิต เป็นการอ่านเพื่อขบคิดให้เกิดปัญญา ไม่ใช่อ่านเพื่อสะสมเรื่องราวหรือเนื้อหา” ทำให้เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมต้องมานั่งอ่านหนังสือเล่มนี้ในบรรยากาศสงบ ๆ แบบช้า ๆ แต่สามารถอ่านรวดเดียวจนจบ แถมได้อ่านทวนอีกรอบหนึ่งเพื่อค้นหาคำตอบ 3 คำถามปริศนา ที่มีอิทธิพลต่อการงานและชีวิตของแต่ละคน

นั่นคือ 1.เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีความสุขในอาชีพการงาน 2.เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์กับครอบครัวจะเป็นต้นธารแห่งความสุขอย่างยั่งยืน และ 3.เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพไม่จบชีวิตเดียวดายในเรือนจำ1/

พวกเราอาจจะนึกว่า ศ.เคลย์ตัน คริสเตนเซน เป็นศาสตราจารย์สอนวิชาปรัชญาหรือจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัย Harvard แต่แท้จริงแล้วท่านเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของทฤษฎี Disruptive Innovation จากหนังสือ The Innovator’s Dilemma ที่นิตยสาร Forbes ได้ยกย่องให้ท่านเป็นนักทฤษฎีธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ด้วยการเชื่อมโยงคำว่า disruption เข้ากับการอยู่รอดของการดำเนินธุรกิจ

ชีวประวัติของ ศ.เคลย์ตัน เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเกิดมาในครอบครัวใหญ่ที่เคร่งต่อศาสนา เป็นคนเรียนเก่งที่สามารถเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาเศรษฐศาสตร์ และจบปริญญาโทบริหารธุรกิจที่ Harvard ก่อนจะออกไปทำงานในบริษัทที่ปรึกษา ก่อร่างสร้างธุรกิจเทคโนโลยี

แต่ในปี 1987 ธุรกิจก็มาสะดุดล้มลงอย่างแรงจากเหตุการณ์ Black Monday เป็นจุดพลิกผันให้ท่านตัดสินใจกลับเข้าไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่ Harvard และได้เป็นศาสตราจารย์สอนหนังสือในคณะบริหารธุรกิจ พร้อม ๆ กับสอนวิชา “Building and Sustaining a Successful Enterprise” วิชาเลือกที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด

ชีวิตของท่านเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพบว่าเป็นโรคร้าย แถมซ้ำร้ายเกิดเป็นโรคหัวใจฉับพลัน ทำให้การเดินและการพูดของท่านไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม แต่เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นจึงตัดสินใจเขียนหนังสือ How Will You Meas-ure Your Life ? เพื่อแปลงทฤษฎี Disruptive Innovation ที่ท่านค้นคิดมาเป็นทฤษฎีในการดำรงชีวิต และเดินสายถ่ายทอดแนวคิดนี้ไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อปีที่แล้วของ ศ.เคลย์ตัน ในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย WGU ในมลรัฐยูทาห์ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนระดับปริญญาโทแบบ online ให้กับนักศึกษาที่ส่วนใหญ่ทำงาน หรือประกอบอาชีพอยู่ ศ.เคลย์ตันได้เริ่มต้นกล่าวว่า เหตุผลหลักที่ท่านตอบรับมากล่าวสุนทรพจน์ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะบัณฑิตที่นี่มีชีวิตที่คล้ายคลึงกับท่าน ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา เรียนรู้แบบไม่หยุดนิ่ง เหมือนกับที่ท่านได้ตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาเอกเมื่ออายุ 38 ปี2/

ท่านกล่าวว่าตลอดชีวิตของท่าน ท่านพยายามค้นหาคำตอบว่า “ทำไมความสำเร็จจึงไม่ยั่งยืน ?” เมื่อย้อนกลับไปหวนคิดถึงช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะค้นพบว่า บริษัทที่เคยรุ่งเรืองหลายแห่งต้องย่อส่วน หรือปิดกิจการลง เพราะบริษัทเหล่านั้นให้ความสำคัญกับเป้าหมายในระยะสั้น ๆ ส่งผลให้วัฒนธรรมองค์กร การบริหารจัดการ ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรไปในทิศทางที่ผิด ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบริโภค การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป

และสำคัญที่สุดคือ การพัฒนาการทางเทคโนโลยีถือเป็น disruptive ทำให้บริษัทที่เคยยิ่งใหญ่ต้องล่มสลาย ในขณะที่บริษัทที่ประสบความสำเร็จ กลับเริ่มต้นด้วยการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่มีแนวคิดใหม่หรือให้คุณค่าใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าจาก “ตลาดล่าง” ก่อนเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด แล้วมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าหรือบริการของตนให้ดียิ่งขึ้นจนสามารถ “ปั่นป่วน” ตลาดเดิม3/

ท่านได้ยกตัวอย่างบริษัทนูคอร์ (Nucor) ที่ผลิตเหล็กเส้นขนาดเล็กเพื่อขายในตลาดเหล็กเสริมคอนกรีต หรือค่ายรถยนต์โตโยต้าที่เริ่มผลิตรถ Corona รถขนาดเล็กเพื่อเอาใจผู้ขับรถในตลาดที่มีส่วนแบ่งไม่มากนักในสหรัฐ จากนั้นบริษัททั้งสองก็ค่อย ๆ ไล่ไปตลาดบน ตัดราคาโรงเหล็กดั้งเดิมและผลิตรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้โรงงานผลิตเหล็กขนาดใหญ่และค่ายรถยนต์ของสหรัฐต่างสั่นสะเทือนไปตาม ๆ กัน

บริษัทที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ทะนงตัว มีความกระตือรือร้นอย่างถ่อมตน ที่พร้อมจะเรียนรู้จากทุก ๆ คน โดยไม่ทราบด้วยซ้ำว่า บริษัทจะอยู่รอดในระยะยาวหรือไม่ กลับเป็นบริษัทที่อยู่รอดและประสบความสำเร็จ และนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ความสำเร็จมีความยั่งยืน ซึ่งไม่ต่างกับชีวิตของคนเราที่ต้องให้ความสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาว

ท่านได้กล่าวไว้ในตอนท้ายของสุนทรพจน์ว่า “โศกนาฏกรรมของโลกมนุษย์คือ เราวัดค่าความเป็นมนุษย์ด้วยตำแหน่งหน้าที่ ฐานะในสังคม และทรัพย์สินเงินทอง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เรามีชีวิตที่ดี หากเราได้มีโอกาสไปเดินตามอาคารต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย เราจะพบเห็นป้ายชื่อผู้บริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัย แต่เราเคยหยุดอ่านชื่อเหล่านั้นไหม คนที่เราจะรู้สึกขอบคุณ กลับเป็นคนรอบข้างที่เราเคยสัมผัส เคยได้รับการช่วยเหลือ เคยได้รับแรงบันดาลใจ คนรอบข้างเหล่านี้เปลี่ยนแปลงชีวิตเราให้เป็นคนที่ดีขึ้น ถ้าเราต้องการสร้างอะไรที่มีคุณค่าที่ยั่งยืน เราจะเลือกมีชื่อบนป้าย หรือมีชื่อบนหัวใจคนรอบข้างที่เราพบเจอและผ่านเข้ามาในชีวิตเราแต่ละวัน”4/

สัปดาห์หน้าพวกเรามาค้นหาคำตอบสำหรับ 3 คำถามปริศนาข้างต้นร่วมกันนะครับ

แหล่งที่มา : 1/ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ปัญญาวิชาชีวิต จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Openbooks 2561

(How Will You Measure Your Life ?, Clayton M. Christensen)

2/ บทสุนทรพจน์ของศาสตราจารย์เคลย์ตัน คริสเตนเซน ในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย WGU

15 กรกฎาคม 2560

https://archive.wgu.edu/artifact/wgu-commencement-address-clayton-m-christensen

3/ เรวัต ตันตยานนท์ สตาร์ทอัพกับ Disruptive Innovation Knowledge Community SMEs

10 พฤษภาคม 2559

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/637676

4/ อาร์ม ตั้งนิรันดร How do you measure your life? บันทึกผ่าน Facebook 10 เมษายน 2014

เวลา 10.46 น.

https://www.facebook.com/notes/arm-tungnirun/how-do-you-measure3yourlife/10152074629467568/

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code