เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Biz Movement ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
Finance Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
Finance เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
World ‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
Finance สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Biz Movement ‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
Biz Movement รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
Politics รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ดูทั้งหมด

กกร.จ้างฝรั่งยกเครื่องกฎหมาย รวมข้อมูลรอชงรัฐบาลใหม่ปฎิรูปทั้งระบบ-

17 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

กกร.เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายลดอุปสรรคธุรกิจเฟส 2 เน้นปลดล็อกการขอใบอนุญาต อำนวยความสะดวกแรงงาน ขีดเส้น 3 เดือนเห็นผลก่อนมีรัฐบาลใหม่ พร้อมแนะจัดให้มีอีแพลตฟอร์ม ศูนย์กลางรวมข้อมูลภาครัฐ

นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท กฎหมายเอสซีจี จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการรวบรวมและให้ความเห็นต่อภาครัฐในการปรับปรุง ปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางธุรกิจ ทั้งพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด กฎกระทรวง และประกาศ เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติ ทำให้เกิดความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วในระยะแรกเมื่อกลางปี 2561 และเตรียมดำเนินการระยะที่ 2 ต่อเนื่อง ทั้งนี้ กกร.ได้อนุมัติเห็นชอบว่าจ้างที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญจากสหรัฐ โดยมีเป้าหมายจะต้องได้เห็นความชัดเจนภายใน 3 เดือน และก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศต่อไป

“ระยะที่ 2 นี้วางเป้าหมายในการรวบรวมข้อมูลกฎหมายด้านการขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ใบอนุญาตนำเข้า ส่งออก ตั้งโรงงาน แรงงาน การท่องเที่ยว ซึ่งรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยจะให้ความสำคัญในส่วนของประกาศ กฎกระทรวงที่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที เพราะหากเป็น พ.ร.บ. หรือพระราชกำหนดต่าง ๆ ต้องผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลา ดังนั้น จึงเลือกในสิ่งที่สามารถประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขได้ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พร้อมให้ความร่วมมือ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน ที่พร้อมจะปฏิรูปกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ทั้งนี้ ตัวอย่างกฎหมายที่จะดำเนินการแก้ไข อาทิ การลดขั้นตอนให้ดำเนินการได้สะดวกและง่ายมากขึ้น การต่อใบอนุญาตทำงานของต่างชาติ หรือต่างด้าว ควรให้แยกในส่วนความสามารถ ความเชี่ยวชาญของแรงงานให้มีความชัดเจน เพราะปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคลดระยะเวลาในการรายงานทุก 90 วัน ประเด็นนี้ได้มีการเสนอแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อีกทั้งเพื่อให้ไทยเป็นประเทศที่ส่งเสริมการจัดประชุม งานแสดงสินค้าต่าง ๆ ได้ ซึ่งสิงคโปร์มีการจัดระเบียบในเรื่องนี้

การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน อาทิ การขอจดเครื่องหมายการค้า ซึ่งภาครัฐออกประกาศแล้วว่าห้ามให้ทุกหน่วยงานมีการถ่ายสำเนา แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถดำเนินการได้จริง ยังต้องมีสำเนาเอกสารเพื่อยื่นเรื่อง อีกทั้งยังต้องประสานไปแต่ละหน่วยงานกว่าจะยื่นเรื่องขอจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงเดียวกัน ดังนั้น ควรมี e-Platform ฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ ควรมีการปรับข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคหรือเป็นการสร้างภาระต้นทุนภาคเอกชน เช่น การประชุมผู้ถือหุ้นผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือการติดต่อกับภาครัฐควรมี single application เพื่อให้บริการในจุดเดียว ซึ่งการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมีหลายประเทศที่สามารถนำมาเป็นต้นแบบกับไทยได้ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้

นายกิตติกล่าวว่า เป้าหมายหากลดกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเห็นว่าต้องปรับปรุงออกไปได้กว่าครึ่ง ซึ่งมีกว่า 6,000 ฉบับไปได้ไม่เพียงเป็นแนวทางให้กฎหมายใหม่ที่กำลังออก แต่จะทำให้กฎหมายเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพ และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของเอกชนต่อในอนาคต ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การจัดอันดับ ease of doing business ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ของธนาคารโลก (The World Bank) ปรับอันดับให้ไทยดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาเวิลด์แบงก์ประเมินว่าปัญหาด้านกฎหมายส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทย 10-15% หากลดลงได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในการปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบการอาชีพ (regulatory guillotine) นั้น ยังต้องการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระยะต่อไปก็จะขยายไปยังกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ระยะแรกคณะทำงานได้เสนอให้ภาครัฐดำเนินการแก้ไขหลายเรื่อง อาทิ การชำระภาษี การขออนุญาตก่อสร้าง ประกันสังคม ซึ่งได้รับการแก้ไขไปบ้างแล้ว

ปัจจุบันคณะทำงานได้ประสานงานกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน (คปก.) และประธานกรรมการปฏิรูปประเทศที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิรูปกฎหมายเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 30 ล้านบาท และว่าจ้างทีดีอาร์ไอศึกษากฎหมายในฝั่งรัฐบาลด้วย หากดำเนินการร่วมกันแล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการทำธุรกิจ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code