Skip to content

ผลสำรวจใหม่พลิก! ชาวอังกฤษต้องการอยู่กับ “อียู” มากกว่าให้เบร็กซิต

08 ม.ค. 2562 | 12:54น.
ผลสำรวจใหม่พลิก! ชาวอังกฤษต้องการอยู่กับ “อียู” มากกว่าให้เบร็กซิต

ผลสำรวจล่าสุดของ YouGov ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) ระบุว่า ในปัจจุบันชาวอังกฤษที่ต้องการให้สหราชอาณาจักร (ยูเค) คงเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) มีจำนวนมากกว่า กลุ่มที่ต้องการแยกตัวจากอียู

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของ YouGov จาก 25,000 คน ระบุว่า ต้องการให้มีการลงประชามติครั้งสุดท้าย เพื่อการตัดสินใจที่แท้จริงเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนชาวอังกฤษในปัจจุบัน โดย 46% ของผู้ที่โหวตกล่าวว่า หากมีการลงประชามติอีกครั้งจริงจะเลือกให้อังกฤษยังคงรวมตัวเป็นส่วนหนึ่งของอียูต่อไป

ขณะที่ 39% ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกจากอียู ส่วนอีก 15% ระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ หรือปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

และเมื่อเทียบกับผลการสำรวจในปี 2016 พบว่า มีประชาชนชาวอังกฤษสูงถึง 52% ที่ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกของอียู ส่วน 48% ยืนยันให้อังกฤษยังคงอยู่กับอียูต่อไปเช่นเดิม

นักวิเคราะห์บางรายที่อ้างผลสำรวจของ YouGov กล่าวว่า ความต้องการที่เปลี่ยนไปของประชาชน จากที่ยืนยันให้อังกฤษทำการเบร็กซิต กลายมาเป็นคงสภาพการเป็นสมาชิกของอียูในปัจจุบัน มีความเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งครั้งล่าสุดที่การเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ กับอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็น “เขตพรมแดนไอร์แลนด์”

นอกจากนี้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หนังสือเดินทางของชาวอังกฤษที่ยื่นเพื่อเข้ามาใน เยอรมนี ไอร์แลนด์ สเปน และโปรตุเกส มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะความกังวลว่าหลังจากที่การเบร็กซิตเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจได้อย่างเสรีเช่นเคยในหลายประเทศสมาชิกอียู

ทั้งนี้ การโหวตอนุมัติข้อตกลงเบร็กซิต โดยสภาผู้แทนราษฎร จะมีขึ้นในวันที่ 15 ม.ค.นี้ โดยผลการลงมติจากสภาล่างเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางกำหนดการถอนตัวออกจากอียู ในวันที่ 29 มี.ค.ปีนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อังกฤษ อียู เบร็กซิต (Brexit)