มือโปรแบบ “Fastwork” ดันธุรกิจสู่อันดับ 1 ของอาเซียน
จากการเห็นคนรุ่นใหม่ในเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถหาเงินผ่านช่องทางออนไลน์จากการรับทำงานที่ตัวเองถนัด และมีความเชี่ยวชาญ “วสะ สุภาโชค เอี่ยมสุรีย์” ที่ไปเรียนปริญญาโท และทำงานในขณะนั้นจึงระดมไอเดียกับเพื่อนอีก 3 คน แล้วมาต่อยอดสู่การสร้าง “Fastwork” แพลตฟอร์มรวบรวมมืออาชีพ และฟรีแลนซ์คุณภาพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาแล้วถึง 3 ปี
ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 2 เดือนแรกของการก่อตั้งบริษัท สตาร์ตอัพกลุ่มนี้ได้เงินลงทุนรอบแรกจาก 500 TukTuks และ Angel Investor อีก 3 ราย หลังจากนั้นมีเงินลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนอย่าง CyberAgent, Line Ventures รวมเงินที่สามารถระดมทุนได้ประมาณ 200 ล้านบาท
“วสะ” ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด เล่าถึงการทำงานของ Fastwork ว่าประกอบด้วย 2 ฝั่ง คือ supply หรือมืออาชีพ และอีกฝั่งคือ buyer หรือคนที่อยากได้มืออาชีพมาช่วยงาน โดยมีตั้งแต่บุคคล บริษัทขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทระดับโกลบอล
“บริษัทต้องการหาคนที่มีความสามารถจากข้างนอกมาทำงานด้วย นอกเหนือจากระบบจ้างงานปัจจุบัน เพราะเขามองว่าสามารถลดต้นทุนให้บริษัทได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานระยะสั้น ๆ หรือจ้างงานเฉพาะโปรเจ็กต์”
ตอนนี้ Fastwork มีงานให้บริการเกือบ 30,000 งานที่ไม่ซ้ำกัน แบ่งเป็น 7 หมวดหมู่ใหญ่ หรือ 70 หมวดหมู่ย่อย โดยบริษัทตั้งระบบการให้เรตติ้งและรีวิว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับมืออาชีพ รวมถึงสร้างระบบจ่ายเงินผ่าน Fastwork ที่ช่วยปกป้องลูกค้าว่าทำงานแล้วได้เงินแน่นอน และจากการวางระบบแบบนี้ ทำให้ฝั่งของ buyer สามารถหามือโปรที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยในการทำงานร่วมกันในส่วนของลูกค้าองค์กรที่จะจ้างงานขนาดใหญ่ หรือมีมูลค่าการจ้างงานสูง บริษัทมีบริการ Fastwork Enterprise โดยลูกค้าสามารถติดต่อมาได้โดยตรง บริษัทจะมี project manager คอยดูแลลูกค้ารายนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งจะจัดหามือโปรของงานนั้น ๆ มารวมกัน ก่อนที่จะส่งพอร์ตโฟลิโอให้ลูกค้าเลือกว่าต้องการได้ใครมาทำงานด้วย อย่างไรก็ดี ลูกค้าบุคคล หรือเอสเอ็มอีที่ต้องการ project manager สามารถ request มาได้ด้วยเช่นกัน
“วรพล ลีลาเวชบุตร” รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด กล่าวเสริมว่าจุดแข็งของ Fastwork คือมี pool มืออาชีพเยอะมาก ตั้งแต่คนที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยถึงคนอายุ 30-40 ปีที่มีประสบการณ์สูง และเคยทำงานในองค์กรใหญ่หลายแห่ง จึงทำให้บริการของบริษัทมีเรตราคาค่อนข้างกว้าง เริ่มตั้งแต่หลักร้อยบาทจนถึงหลักหมื่นบาท และหากเป็นงานขนาดใหญ่จะมีราคาสูง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ โดยบริษัทคิดค่าส่วนแบ่งแตกต่างกันตามหมวดหมู่ และขนาดงาน สูงสุดอยู่ที่ 17%
สำหรับกลุ่มงานที่ได้รับการจ้างงานมากที่สุดจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การรับจดทะเบียนบริษัท และออกแบบโลโก้ ถัดมาคือการตลาดและโฆษณา รวมถึงด้านการทำเว็บไซต์ และเพจออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อสร้างธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
“งานที่ถือว่าเติบโตเร็วมาก ๆ คือ บล็อกเกอร์รีวิว เน็ตไอดอล ดูแลร้านค้าออนไลน์ รวมถึงการรับซื้อของจากเว็บไซต์ Taobao ของจีน และการออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ ส่วนงานที่หาคนทำงานได้ยากจะเป็นงานเฉพาะทางมาก ๆ เช่น การถอดเทปภาษาพม่า หรือแปลซับไตเติลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอินเดีย หรือจากภาษาอาหรับเป็นภาษาฝรั่งเศส”
“วรพล” บอกว่าบริษัทมีแผนเพิ่มหมวดหมู่งานอีกเท่าตัว รวมถึงคิดค้นบริการใหม่ ๆ ตลอดเวลา อย่างล่าสุดได้จัดทำแพ็กเกจรวมให้ลูกค้า ซึ่งรวมบริการหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่นทำโลโก้+แบรนดิ้ง, ทำฉลาก+แพ็กเกจจิ้ง ซึ่งจะรวมบริการให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจด้วย ทั้งนั้น จากการดำเนินงานมาแล้ว 3 ปี Fastwork ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในไทยอย่างมาก โดย “วสะ” บอกว่าเมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโต 10 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2560 และเมื่อเดือน มี.ค. 2561 ได้ขยายธุรกิจไปยังเมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพราะเล็งเห็นว่าตลาดของอินโดนีเซียมีขนาดใหญ่ ด้วยประชากรที่เยอะกว่าไทยเกือบ 5 เท่า อีกทั้งยังมีความพร้อมที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในแถบนี้
“ปัจจุบันเราเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในไทยมีมือโปรประมาณ 20,000 คน ขณะที่อินโดนีเซียมีอยู่เกือบ 5,000 คน โดยมีลูกค้าไทยและอินโดนีเซียกว่า 3 แสนคนที่เคยจ้างงานผ่านเรา ส่วนใหญ่เข้ามาใช้ซ้ำ เพราะหากเขาอยากหาอะไรที่ต่อยอดจากงานเดิม เราก็มีบริการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ”
เขามองว่าตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังน่าสนใจ และกำลังเติบโต เพราะผู้เล่นในตลาดที่ให้บริการลักษณะเดียวกับ Fastwork มีไม่ถึง 10 ราย อีกทั้งเทรนด์การหารายได้เสริมของคนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แรงกว่าทวีปอื่น ด้วยภาพรวมของคนภูมิภาคนี้มีรายได้น้อย จึงอยากได้เงินเพิ่ม
“เป้าหมายธุรกิจคือ อีก 3 ปีต่อจากนี้ เราจะปักธงทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากแผนงานที่วางไว้ทำให้เราต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน โดยตอนนี้พนักงานในอินโดนีเซียมีอยู่ 10 คน ส่วนในไทยมีประมาณเกือบ 100 คน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัทที่มีพนักงานประมาณ 10 กว่าคน พนักงานส่วนใหญ่เป็นคน Gen Y อายุเฉลี่ย 27 ปี”
โดยเป็นการขยายองค์กรไปพร้อมกับหลักการทำงาน “people-product-profit” เริ่มต้นด้วยความเชื่อว่าหากดูแลทีมงานหรือคนขององค์กรให้ดีที่สุด ให้อิสระพวกเขาได้ทำสิ่งที่อยากทำ และเปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูก ก็จะทำให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข ส่งผลต่อการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีและเมื่อลูกค้ามีการตอบรับ บริษัทจะมีกำไรตามมา
อันเป็นแนวทางที่ทีมผู้บริหารทุกคนยึดมั่นเป็นแนวทางตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้ง Fastwork