กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งกำชับจังหวัดที่มีความเสี่ยง ชะลอการเดินเครื่องผลิตช่วงที่ฝุ่นพีคหรือช่วงเช้า เพื่อลดวิกฤตมลพิษ ยังลงพื้นที่ตรวจโรงงานเสี่ยงทั่วประเทศ 7,700 แห่ง พบ 9 แห่งมีปัญหาน้ำ และ 14 แห่งปัญหาทางอากาศ สั่งแก้ไข 15 วัน เร่งอีก 2,000 โรงงานติดเครื่องวัดเขม่า พร้อมคุมการเผาอ้อย เผยที่ผ่านมากว่า 50% หรือ 60 ล้านตัน มูลค่าสูงถึง 1,800 ล้านบาท ชาวไร่อ้อยเผาอ้อยถูกปรับเข้ากองทุนฯ
นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามมาตรการดูแลและป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อแก้วิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 แม้ว่าโรงงานอุตสาหกรรมจะสร้างฝุ่นละอองที่มีขนาด PM 10 ก็ตาม ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนโรงงานทั้งหมด 140,000 แห่งทั่วประเทศ และเพื่อแก้วิกฤตดังกล่าวขณะนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม จึงลงพื้นที่ตรวจโรงงานที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ดูแลอยู่คือในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 350 โรงงานที่มีความเสี่ยง จาก 1,700 โรงงาน พบว่า 9 โรงงานมีปัญหาเรื่องของมลพิษทางดิน เสียง น้ำ สั่งการให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 15 วัน
และในพื้นที่ต่างจังหวัดลงพื้นที่ตรวจโรงงานที่มีความเสี่ยง 1,006 โรงงาน จาก 7,700 โรงงาน ในพื้นที่ 12 จังหวัด พบว่า 14 โรงงานมีปัญหามลพิษทางอากาศ สั่งการให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 15 วัน
นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือและสั่งการกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด 12 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา สระบุรี ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี ราชบุรี 20 โรงงานที่มีความเสี่ยงให้ชะลอการผลิต หรือเดินเครื่องการผลิตช่วงหลังจากเวลาพีคที่สุด
และขอให้ 2,000 โรงงานที่มีความเสี่ยงติดตั้งระบบตรวจวัดอากาศในปล่องระบาย (Continuous Emission Monitoring) หรือ เครื่อง CEM ซึ่งขณะนี้มี 600 โรงงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมโรงงานฯ ที่อยู่ระหว่างสั่งให้ทำการติดตั้งเครื่อง CEM และขณะนี้มีประมาณ 100 โรงงานทำการติดตั้งและเชื่อมข้อมูลรายงานมาที่กรมโรงงานฯ แล้ว
นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ในส่วนของการเผาอ้อยนั้น ทางกระทรวงฯ ได้มีการกำชับและขอความร่วมมือไปทางจังหวัด และบางจังหวัดได้สั่งห้ามเผาอ้อยโดยเด็ดขาด เช่น สระแก้ว รวมถึงการปรับปรุงระเบียบในการนำอ้อยเข้าหีบเพื่อลดปัญหา โดยอ้อยที่มีการเผาจะปรับเป็นเงิน 30 บาท/ตัน เพื่อเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งอ้อยแต่ละปีมีจำนวนประมาณ 120 ล้านต้น เป็นอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ 50-60% หรือประมาณ 60 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าที่ถูกปรับเข้ากองทุนฯสูงถึง 1,800 ล้านบาท ซึ่งจะนำเงินจากกองทุนฯ ในสัดส่วน 70% ไปจ่ายชดเชยให้กับอ้อยตัดใหม่
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
