เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

ปั่นไปไม่ทิ้งกัน ปี 2 ปฏิบัติการส่งต่อพลังสู่ผู้พิการ

06 ก.พ. 2562 | 14:15น.

หากมองถึงทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อคนพิการยังมีแง่มุมเรื่องความสงสารหรือเวทนา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนพิการขาดความมั่นใจ และส่งผลต่อการก้าวไปสู่การประกอบอาชีพด้วยตัวเอง โดยในทางกลับกัน ถ้าสังคมมองว่าคนพิการมีศักยภาพ พวกเขาก็จะเกิดความมั่นใจ และกล้าที่จะเรียนรู้อาชีพต่าง ๆ สำหรับเลี้ยงดูตัวเองหรือคนรอบข้างได้

ทั้งนั้น ข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 2561 ระบุว่า ประเทศไทยมีคนพิการที่จดทะเบียนทั่วประเทศ 2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 3.05 ของประชากรทั้งหมด จำนวนนี้มีคนพิการที่อยู่ในวัยแรงงาน คือ อายุระหว่าง 15-60 ปี กว่า 8 แสนคน แบ่งย่อยเป็นคนพิการที่มีงานทำ 2.1 แสนคน คนพิการที่ทำงานได้แต่ยังไม่มีงานทำ 1.5 แสนคน และคนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน แต่ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากพิการรุนแรงอีก 5 หมื่นคน

ในส่วนของคนพิการที่ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้มีถึง 2 แสนคน ซึ่งเมื่อเทียบตัวเลขกับปี 2560 ที่มี 5.7 แสนคน ถือว่าจำนวนคนพิการที่ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้ลดลงกว่า 3.7 แสนคน ภายในระยะเวลา 1 ปี

ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ

เพื่อพัฒนาคนพิการให้มีศักยภาพมากขึ้น เมื่อปีที่ผ่านมามีการจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่” โดย “ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์” ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ผู้ริเริ่มศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน มองว่า ทางออกหรือแนวทางที่จะสามารถช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศ คือ ต้องสร้างงาน และสร้างอาชีพให้คนพิการมีรายได้เพียงพอและยั่งยืน เพื่อให้ก้าวพ้นความยากจน และเกิดการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

“ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนแห่งนี้อยู่บนพื้นที่ 33 ไร่ เป็นทั้งสถานที่ฝึกอาชีพด้านเกษตร การบริการและงานโรงแรม รวมถึงการพัฒนาสายอาชีพที่คนพิการสามารถทำได้ในท้องถิ่น อันสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับทุกคน หรือ tourism for all ถ้าการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์จะสามารถฝึกอาชีพคนพิการในสาขาอาชีพต่าง ๆ ได้มากกว่า 1,000 คนต่อปี”

อย่างไรก็ดี เมื่อปีที่ผ่านมามูลนิธิสากลเพื่อคนพิการได้จัดโครงการ “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind” ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่คนตาบอดปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ รวมระยะทางกว่า 867 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่ต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 150 ล้านบาท โดยจากกิจกรรมนี้สามารถระดมทุนได้กว่า 32 ล้านบาท

เป้าหมายของการก่อสร้างศูนย์แห่งนี้จะประกอบด้วยอาคารฝึกอาชีพการเกษตร, อาคารฝึกอาชีพอาหาร, อาคารฝึกอาชีพการท่องเที่ยวและโรงแรม, อาคารที่พักชาย-หญิง ซึ่งมีระบบสุขาภิบาลครอบคลุมพื้นที่ทั้งศูนย์ รวมถึงมีโครงสร้างและงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่อำนวยความสะดวกให้คนพิการทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม (universal design)

เพื่อเติมเต็มศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนให้เดินหน้าก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามแผนงาน ในปีนี้จึงมีการจัดกิจกรรม “ปั่นไปไม่ทิ้งกัน No One Left Behind ปี 2” ซึ่งต้องการระดมทุนเพิ่ม 118 ล้านบาท โดยจะมีคนตาบอด 22 คน และอาสาสมัคร 22 คน ร่วมปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯถึงศูนย์ฝึกคนพิการอาเซียน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผ่าน 15 จังหวัด

ได้แก่ กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว, ปราจีนบุรี, นครราชสีมา, ลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, สุพรรณบุรี และนครปฐม ในวันที่ 9-22 ก.พ. 2562 ระยะทางรวม 1,500 กิโลเมตร ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนในสังคมเห็นศักยภาพของคนพิการ และให้โอกาสคนพิการในการพัฒนาตนเอง เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาสังคมต่อไปในอนาคต

“ศ.วิริยะ” บอกว่า หลังจากที่ก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนที่ อ.เชียงดาว มาแล้ว 1 ปี ได้ก่อสร้างโรงฝึกอาชีพ 3 หลัง และอาคารเรือนพักรวมของผู้เข้าร่วมการอบรม 2 หลัง โดยสามารถเปิดฝึกอบรมอาชีพให้กับผู้พิการไปแล้ว 2 รุ่น รวมคนพิการและผู้ดูแลคนพิการที่เข้าร่วมอบรม 287 ครอบครัว ซึ่งพวกเขาต้องมาใช้ชีวิตในศูนย์แห่งนี้เพื่อปรับตัว เปลี่ยนวิธีคิด ควบคู่กับการเรียนรู้งานในอาชีพต่าง ๆ การฝึกอบรมมุ่งไปยังอาชีพที่สามารถมีรายได้รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน อีกทั้งคนพิการสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยมีการฝึกอบรมใน 3 อาชีพ ได้แก่ เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด, เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน และปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้พื้นที่น้อย ลงทุนต่ำ และขายได้กำไรดี

“คนพิการที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถไปรวมกลุ่มอาชีพในพื้นที่ และจังหวัดต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมในท้องถิ่น ปัจจุบันได้เกิดเครือข่ายขยายออกเป็นสาขาย่อยจำนวน 12 ศูนย์ โดยมีแผนที่จะเพิ่มสาขาย่อยอีก 18 ศูนย์ภายในปีหน้า”

โดยหนึ่งในคนพิการที่ได้เข้าร่วมอบรมจากศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียนคือ “ประพันธ์ ยอดแก้ว” ซึ่งพิการด้วยโรคโปลิโอ เขาบอกว่าตัวเองอาศัยอยู่กับน้องชายที่พิการด้วยโรคโปลิโอเช่นกัน โดยตนได้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพจากศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อ.แม่ริม หลังเข้ารับฝึกอบรมแล้วก็เริ่มปลูกผักสวนครัว เพาะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงจิ้งหรีด เพราะมีความเหมาะสมกับพื้นที่ และความถนัดของตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการเข้ามาติดตาม และให้ความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ

“ทุกวันนี้เก็บไข่ไก่ได้วันละ 5-10 ฟอง ขายได้ฟองละ 3 บาท ส่วนเห็ดนางฟ้าเก็บ 3-4 วันต่อครั้ง ครั้งละ 1-2 กิโลกรัม ขายได้ราคากิโลกรัมละ 30-35 บาท รวมถึงพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษหลากหลายชนิดก็นำมาวางจำหน่ายหน้าบ้าน บางครั้งก็เก็บส่งขายให้กับคนมาสั่งไว้ ทำให้มีรายได้ทุกวัน เฉลี่ยวันละ 100-200 บาท”

“เมื่อก่อนผมทำงานรับจ้างทั่วไป ได้เงินแค่วันละ 100 บาท แต่เมื่อได้ทำอาชีพเหล่านี้ ทำให้ผมมีรายได้มาเลี้ยงดูตัวเองและน้องชาย อีกทั้งมีเงินเหลือใช้นิดหน่อย เพราะไม่ต้องซื้อของจากข้างนอกเข้ามากิน โดยมีทั้งของที่ปลูกและเลี้ยงเอง ส่วนใหญ่จะซื้อเฉพาะข้าวสาร”

“พิษณุพงศ์ ทรงคำ” ผู้จัดการศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการติดตามผลผู้อบรมอย่างต่อเนื่อง พบว่า ร้อยละ 70 ของคนพิการและผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพอิสระได้จริง ส่วนอีกร้อยละ 20 เจอปัญหาความไม่พร้อมเรื่องเงินทุน และอีกร้อยละ 10 คือ ไม่มีการดำเนินงานใด ๆ

“ส่วนตัวแล้วผมมองว่าการจ้างงานคนพิการในปัจจุบันมีอุปสรรค 2 ประเด็น คือ ความไม่พร้อมของสถานประกอบการในการรองรับคนพิการ และคนพิการมีทักษะไม่ตรงกับสายงาน ส่งผลให้สถานประกอบการมองข้ามคนพิการ จึงอยากให้สถานประกอบการหรือคนทั่วไปลองปรับทัศนคติกับคนพิการ เปิดโอกาสให้เขาแสดงความสามารถ เพราะบางครั้งอาจมีภาพจำในคนพิการว่าทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเราเปิดโอกาสก็จะเห็นได้ว่าคนเหล่านี้มีความสามารถหลาย ๆ ด้าน”

เพราะเมื่อสร้างหรือฝึกอาชีพให้กับคนพิการอย่างเหมาะสม ก็เปรียบได้กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ เมื่อถึงจุดนั้นก็จะสามารถเปลี่ยนภาพคนพิการที่จากเดิมถูกมองว่าเป็นภาระให้กลับกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ