เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนารักษ์ นำรถรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์เคลื่อนที่ บริการประชาชน พ.ย. 69
Finance ธนารักษ์ นำรถรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์เคลื่อนที่ บริการประชาชน พ.ย. 69
หุ้นไทยยังเสี่ยงเป็นขาลง! จับตาเลือกตั้งสหรัฐ โบรกฯ ชู BDMS-HANA หลบภัย
Finance หุ้นไทยยังเสี่ยงเป็นขาลง! จับตาเลือกตั้งสหรัฐ โบรกฯ ชู BDMS-HANA หลบภัย
อีสานตอนบน ชง ‘ครม.สัญจร อุดรฯ’ 170 โครงการ 7.8 หมื่นล้าน
Politics อีสานตอนบน ชง ‘ครม.สัญจร อุดรฯ’ 170 โครงการ 7.8 หมื่นล้าน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ฝ่าวิกฤตที่ธุรกิจคาดไม่ถึง ด้วย 5 กลยุทธ์ 3 คำถาม
Columns ฝ่าวิกฤตที่ธุรกิจคาดไม่ถึง ด้วย 5 กลยุทธ์ 3 คำถาม
ธพส. ชี้ Senior Complex รามาฯ-ธนารักษ์ ยังไม่ล่ม คาดค่าก่อสร้างสูงขึ้น 30%
Finance ธพส. ชี้ Senior Complex รามาฯ-ธนารักษ์ ยังไม่ล่ม คาดค่าก่อสร้างสูงขึ้น 30%
ทองราคาร่วง ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี จับตาเลือกตั้งสหรัฐ-สงครามเสี่ยงปะทุรอบใหม่
Finance ทองราคาร่วง ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี จับตาเลือกตั้งสหรัฐ-สงครามเสี่ยงปะทุรอบใหม่
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,400 บาท
เปลี่ยนความกลัวเป็นพลังนำ AI สร้างงานใหม่
SD Talk เปลี่ยนความกลัวเป็นพลังนำ AI สร้างงานใหม่
คลังโชว์ปิดหีบงบประมาณปี’69 เก็บรายได้เกินเป้า 8.9 หมื่นล้าน-กู้โปะขาดดุลลดลง
Finance คลังโชว์ปิดหีบงบประมาณปี’69 เก็บรายได้เกินเป้า 8.9 หมื่นล้าน-กู้โปะขาดดุลลดลง
ดูทั้งหมด

กรณ์ ลั่น ประกันรายได้เกษตร-แรงงาน ใช้เงิน 3.9 แสนล้าน ยันไม่กระทบความมั่นคงทางการคลัง

23 ก.พ. 2562 | 17:45น.
“กรณ์” ลั่น ประกันรายได้เกษตร-แรงงาน ใช้เงิน 3.9 แสนล้าน ยัน ไม่กระทบความมั่นคงทางการคลัง-หนี้สาธารณะ
“ปธ.นโยบายปชป.” ลั่นดูแลรายได้คนไทยทั้งระบบ ประกันรายได้เกษตรกร พ่วง ประกันรายได้แรงงาน สู่เป้าหมายนโยบาย “แก้จน-สร้างคน-สร้างชาติ”
 
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตนในฐานะที่เป็น รมว.คลัง ได้ทำนโยบายประกันรายได้ เป็นครั้งแรก และในช่วงระยะเวลา 2 ปี 8 เดือน ที่เป็นรัฐบาล ได้ใช้เงินงบประมาณจากภาครัฐจ่ายส่วนต่างราคาข้าวให้ชาวนาประมาณ 200,000 ล้านบาทหรือประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท
 
“ขณะที่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เข้ามาบริหารประเทศในระยะเวลาใกล้เคียง ใช้เงินไปกับโครงการจำนำข้าว 800,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่เสียหายขาดทุนและเป็นภาระหนี้สินต่อประเทศ อีกเป็นสิบ ๆ ปี ผู้เสียภาษีต้องชำระหนี้ที่เกิดจากความเสียหายในโครงการดังกล่าวถึงปีละ 30,000 ล้านบาท ตรงนี้ตรวจสอบได้”
 
 
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า หาก ปชป.ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล ก็จะเดินหน้าประกันรายได้เกษตรกรต่อไป และจะขยายผลไปยังผู้ใช้แรงงานด้วย โดยจะช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานให้มีรายได้เพิ่มขึ้น วันนี้ไม่ต้องถามว่าถ้าค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 320 ต่ำเกินไปไหมเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ก็ต้องบอกว่าต่ำมาก เพียงแต่ถ้าเราจะมาผลักค่าแรงขั้นต่ำสมมติว่าอยู่ที่ 400 บาท ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือผู้ประกอบการได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง เศรษฐกิจอาจจะชะงักงัน และเกิดการว่างงานจากการเลิกจ้าง เมื่อทั้งลูกจ้างและนายจ้างเองได้รับผลกระทบทั้งสองฝ่าย ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องมาเติมรายได้ให้กับผู้ใช้แรงงาน แบ่งภาระนี้มาจากผู้ประกอบการ คือใช้เงินภาษี ไม่ได้บอกว่าจะขึ้นให้เป็น 400 บาทแต่รัฐจะอุดหนุนเพิ่มในส่วนของผู้ประกอบการ ถามว่าทำไมต้องใช้เงินภาษีอีก ก็ต้องบอกว่า นั่นคือหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องใช้เงินภาษี ไม่งั้นจะเก็บมาทำไม
 
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะหารายได้จากไหนมาจ่ายให้กับผู้ใช้แรงงาน นอกจากเงินภาษี นายกรณ์ กล่าวว่า ถ้าเข้าไปดูเว็ปไซต์ของพรรค www.democrat.or.th อันดับแรกคือมีการคำนวนรายละเอียดเลยว่า นโยบายของเราจะต้องใช้เงินภาษีเท่าไร โดยรวมทั้งหมดเราจะต้องใช้เงินภาษีเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร ซึ่งมันก็จะปรากฎชัดว่าเม็ดเงินทั้งหมดที่ต้องใช้ อยู่ที่ประมาณ 390,000 ล้านบาท เทียบกับวงเงินในแง่ของรายได้บวกกับการกู้ยืมผ่าน พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ มันอยู่ในกรอบที่เราสามารถทำได้โดยไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศ คำนวณไว้ให้หมด วงเงินกู้อยู่ระดับตามเกณฑ์ความมั่นคงของกระทรวงการคลังที่กำหนดไว้ หนี้สาธารณะก็ไม่ได้มีสัดส่วนที่จะเพิ่มขึ้นในระดับที่จะเป็นปัญหาแต่อย่างใด ในฐานะที่เป็นอดีต รมว.คลัง เรื่องพวกนี้ต้องทำอยู่แล้ว และเชื่อว่ามีความชัดเจนมากกว่าทุกพรรค
 
 
“ผมไม่อยากให้ใช้วาทกรรมว่า พรรคไหนดีแต่กู้ เพราะไม่มีรัฐบาลไหนที่ไม่กู้ ประเด็นคำถามคือ กู้มาแล้วใช้เงินทำอะไรมากกว่า งบประมาณที่เอาไปใช้มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า มันไปถูกจุด มันไปสู่ มือผู้ที่เดือดร้อนหรือไม่ นั่นคือตัวชี้วัดที่สำคัญมากกว่าวาทกรรม ว่ากู้หรือไม่กู้ เพราะไม่มีใครไม่กู้”
 
 
ต่อข้อถามที่ว่า หากทุกรัฐบาลกู้แล้วปริมาณหนี้สาธารณะจะไม่เพิ่มขึ้นหรือ นายกรณ์ กล่าวว่า ถ้าย้อนกลับไป 10 ปี สัดส่วนหนี้สาธารณะเขาจะวัดกันที่ จีดีพี คือเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ ณ ปัจจุบันก็อยู่ที่ประมาณ 41% ถ้าย้อนกลับไป 10 ปีก็อยู่ที่ 41% บวกลบไม่เกิน 2 มีขึ้นมีลงภาวะเศรษฐกิจ สมัยตนเป็น รมว.คลัง เป็นช่วงที่ทั่วโลกประสบกับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ จำเป็นต้องอัดฉีดด้วยนโยบายทางการคลัง ทำให้หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 44% แต่หลังจากนั้นเราสามารถบริหารเศรษฐกิจให้มันฟื้นตัวได้ ปีถัดมาจีดีพีเพิ่มขึ้น ฐานการคำนวณการคำนวณเปรียบเทียบกับตัวหนี้มันก็ใหญ่ขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นสัดส่วนจึงกลับลงมาในระดับปกติ นั่นหมายความว่า โดยรวมถ้าเราสามารถบริหารหนี้สาธารณะของประเทศให้อยู่ในระดับ 41-42% ประเด็นปัญหาในเรื่องเสถียรภาพทางการคลังจะไม่มี ความเชื่อมั่นที่ต่างประเทศ และคนไทยด้วยกัน ต่อเสถียรภาพทางการเงินจะค่อนข้างมั่นคง
 
 
นายกรณ์กล่าวถึงวาทกรรมที่รัฐบาลมักจะเจอกับคำว่า เอาเงินภาษีของชนชั้นกลางไปอุดหนุนเกษตรกร ว่า เราต้องระวังวาทกรรมเหล่านี้ เพราะต้องรู้ก่อนว่าคนไทยทุกคนเสียภาษี ทั้งในรูปของภาษีบุคคลธรรม และภาษี vat ปัจจุบันมีคนไทยที่เสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลประมาณ 11 ล้านคน ที่ต้องเสียเพิ่มในแต่ละปีก็อยู่ประมาณ 4 ล้านคน นอกนั้นเป็นภาษีกำไรจากบริษัท เพราะฉะนั้นคนไทยทุกคนเสียภาษี เงินจึงเป็นเงินของคนไทยทุกคน หน้าที่ของรัฐบาลเมื่อรวบรวมมาแล้วก็ต้องจัดสรรตามความเหมาะสม ช่วยเหลือผุ้ยากไร้ ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนนั่นคือหน้าที่ ดังนั้นเมื่อเก็บภาษีมา แล้วคืนกลับไปให้กับผู้ที่เสียภาษีมากที่สุด ถ้าไม่ได้ปฏิบัติตามอันนั้นแสดงว่าไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ต้องเคลียร์ให้ชัดเจน