Skip to content

“ทอท.-กรมท่าอากาศยาน” MOU ใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุสนามบินสุวรรณภูมิ-ภูมิภาคปั้นธุรกิจนอนแอร์โรว์

04 มี.ค. 2562 | 13:36น.
“ทอท.-กรมท่าอากาศยาน” MOU ใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุสนามบินสุวรรณภูมิ-ภูมิภาคปั้นธุรกิจนอนแอร์โรว์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2562 มีการลงนามข้อตกลงการใช้ประโยชน์สนามบินสุวรรณภูมิ และข้อตกลงการใช้ประโยชน์สนามบินอนุญาตในส่วนภูมิภาคฉบับปรับปรุงแก้ไข ครั้งที่ 2 ระหว่างกรมท่าอากาศยาน (ทน.) และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) โดยมีนางบุษกร ปราบณศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพมหานคร กรมธนารักษ์ ในฐานะเจ้าของที่ดิน เข้าร่วมในพิธี โดยลงนาม MOU 2 ฉบับ คือ ใช้ประโยชน์ที่ดินสนามบินสุวรรณภูมิเนื้อที่ 19,251 ไร่ และสนามบินภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และแม่ฟ้าหลวง เนื้อที่รวม 8,184 ไร่เศษ

นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงการใช้ประโยชน์สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูมิภาค ระหว่าง 2 หน่วยงานเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังและกรมการบินพาณิชย์ (กรมท่าอากาศยานในปัจจุบัน) ว่าด้วย การให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่อยู่ในความปกครองดูแลและใช้ประโยชน์ของกรมการบินพาณิชย์อันเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอนุญาตในส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2545

โดยเป็นการปรับปรุง แก้ไข ข้อตกลงการใช้ประโยชน์ (สนามบินสุวรรณภูมิ) และข้อตกลงการใช้ประโยชน์ (สนามบินอนุญาตในส่วนภูมิภาค) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 เพื่อกำหนดกิจกรรมในการให้บริการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอันเกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจกรรมท่าอากาศยาน ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับการดำเนินกิจการท่าอากาศยานในระดับมาตรฐานสากล ร่วมทั้งเพื่อการพัฒนาการใช้ที่ราชพัสดุในท่าอากาศยานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวเป็นไปตามผลการหารือระหว่าง ทย. ทอท. และกรมธนารักษ์

ทั้งนี้การแก้ไขข้อตกลงดังกล่าว จะเป็นผลให้ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง สามารถดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการท่าอากาศยานทั้ง 10 กลุ่มได้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงและเป็นการเริ่มต้นที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของท่าอากาศยานในประเทศไทยให้มีมาตรฐานและการให้บริการที่ทัดเทียมท่าอากาศยานในระดับสากล ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินและเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าได้ต่อไป

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ทอท. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทอท.ได้จัดประชุมความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุสำหรับท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ แม่ฟ้าหลวง ร่วมกับกรมท่าอากาศยานและกองทัพอากาศ ในฐานะเจ้าของพื้นที่

เพื่อปรับปรุงในข้อกำหนดกิจกรรมอันเกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการท่าอากาศยานที่สามารถดำเนินการได้ในที่ราชพัสดุ ให้เกิดความชัดเจนในการที่ ทอท.จะดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ 10 กิจกรรม ได้แก่ โรงแรม การขนส่งและโลจิสติกส์ สำนักงานและศูนย์ธุรกิจ ร้านค้าและศูนย์การค้า การท่องเที่ยวและนันทนาการ การประชุมสัมมนาและนิทรรศการ ที่พักอาศัย การกีฬา การรักษาพยาบาลและกิจกรรมอื่นๆ ที่จะตกลงกัน

เพื่อสร้างรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (นอนแอร์โรว์) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 45% ตั้งเป้าในปี 2563 จะเพิ่มเป็น 50% เพื่อสร้างสมดุลรายได้ในอนาคต มาจากกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ใช่การบินอย่างเดียว ซึ่ง ทอท.ได้ตั้งบริษัทลูกเพื่อมาซัพพอร์ตธุรกิจต่างๆ แล้ว เช่น คาร์โก้ ในปีนี้แพลตฟอร์มต่างๆ จะแล้วเสร็จทั้งหมด

“6 สนามบินนี้ จะนำร่องพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิก่อน มี 2 แปลง คือ พื้นที่ 723 ไร่ และแปลงที่ 37 กว่า 800 ไร่ จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP และเสนอโมเดลการพัฒนาในกิจกรรมต่างๆ ล่าสุดได้ทำหนังสือขอขยายอายุสัญญาเช่าไปยังกรมธนารักษ์ จากเดิมจะหมดปี 2575 เป็น 30 ปี ต่อได้อีก 10 ปี 2 ครั้ง รวม 50 ปี เพื่อจูงใจเอกชนมาลงทุน“

อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งด้านการขนส่ง การท่องเที่ยว และการบริการได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในระดับสากล (เมกะเทรนด์) ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป

นายนิตินัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการรับโอน 4 สนามบินจากกรมท่าอากาศยาน ได้แก่ ชุมพร อุดรธานี สกลนคร และตาก ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน คาดว่าจะรับโอนได้ภายในต้นปีงบประมาณ 2563 ซึ่ง ทอท.เตรียมงบประมาณ 3,500 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ แยกเป็น 1,500 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงอุปกรณ์ให้เป็นมาตรฐานสากล และอีก 2,000 ล้านบาท เป็นการขยายและเพิ่มประสิทธิภาพสนามบินอุดรธานี เช่น ขยายรันเวย์

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมท่าอากาศยาน ทอท.