เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

Mentor Coach “ทุกคนสร้างแบรนด์ของตัวเองได้”

24 มี.ค. 2562 | 11:16น.

อาจเป็นเพราะ “ภารไดย ธีระธาดา” ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแบรนด์บุคคล สำหรับนักบริหารระดับสูง ผ่านการทำงานในตำแหน่งผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศกว่า 25 ปี จึงทำให้เขาพบเห็นว่า “การพัฒนา” และ “การเพิ่มศักยภาพ” ของ “คน” เป็นความท้าทายอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับ “คน” ที่มี “เคมี” ตรงกัน และโดยเฉพาะกับ “คน” ที่ต้องการให้เขาช่วยทำหน้าที่ “mentor coach” ไปพร้อมๆ กัน

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า…แล้วเขาจะไปแชร์ตลาดโค้ชที่อยู่ในเมืองไทยได้อย่างไร เพราะโค้ชที่มีชื่อเสียงก็มีอยู่เยอะพอสมควร ? สำคัญไปกว่านั้น ทำอย่างไรถึงจะทำให้ซีอีโอของแต่ละบริษัทเลือกคุณ ? และกลุ่มลูกค้าของ “mentor coach” คือ ใครบ้าง ?

“ภารไดย” อธิบายให้ฟังว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผมทำงานในองค์กรต่าง ๆ จนเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสนุกแล้ว จึงอยากออกมาทำงานส่วนตัว เพราะสิ่งที่ผมชอบ คือ การสร้างแบรนด์ และชอบทำเรื่องแบรนด์ ฉะนั้น เวลาผมทำงานให้กับองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะที่ Orange True จนมาถึงการปรับตัวของ TMB และ dtac ในเวลาต่อมา ผมจึงนำคอนเซ็ปต์ของการสร้างแบรนด์ในองค์กรเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้เป็นการสร้างแบรนด์รายบุคคล

“เพราะผมเชื่อว่าคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน และทุกคนมีความแตกต่างกัน แต่จะทำอย่างไรถึงจะนำเสนอจุดแข็งที่ดูดีของเขาออกมาให้ดูน่าเชื่อถือ และถ้าหากเขาเป็นผู้นำขององค์กร เขาจะต้องเป็นผู้นำที่มีคนปฏิบัติตาม ผมจึงมีความเชื่อว่าการสร้างแบรนด์ในองค์กรสามารถนำมาทำการสร้างแบรนด์รายบุคคลได้ ผมเชื่อเช่นนั้นนะ”

แต่ทั้งนั้น “ภารไดย” บอกว่า…เคมีของเขากับผมจะต้องตรงกันก่อนนะ

“ผมว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเคมีที่ต้องตรงกันเสียก่อน เพราะการโค้ชของผมไม่สามารถโค้ชทุกคนได้ เนื่องจากบางคนชอบสไตล์การโค้ชของคนคนนี้ ส่วนผมเป็น tough coach ที่ไม่ปล่อยอะไรไปง่าย ๆ ผมไม่ใช่โค้ชที่ใจดี แต่ผมจะผลักดัน และพูดจาตรงไปตรงมา ผมจะมีการบ้านให้เขาทำ และทดลองในสิ่งที่เขาจะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ”

“เนื่องจากโค้ชคนไทยส่วนใหญ่จะมาจากสาย HR และเขาจะสอนเป็นคลาสรูม จนทำให้ผมรู้สึกว่าเขาไม่มีประสบการณ์ โค้ชไม่เข้าใจ และไม่รู้จริง แต่หลังจากผมเข้ามาทำงานในหลาย ๆ องค์กร จนมาเป็นผู้บริหาร ผมคิดว่าประสบการณ์ผ่านมาของผมน่าจะช่วยผลักดันศักยภาพของผู้บริหารได้ เพื่อให้เขาไปถึงเป้าหมาย และประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ”

“เพราะผมเคยทำงานในองค์กรที่มีชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นทีมใหญ่ และต้องบริหารจัดการในหลายฟังก์ชั่น และหลายมิติ ทำให้ผมเข้าใจวิถีการทำงานของคนตะวันตก และตะวันออก จนมองออกว่าถ้าเราจะบริหารองค์กรที่เป็น multinational จะต้องทำอย่างไร และไม่ใช่แต่เฉพาะผู้บริหารที่เป็นคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีผู้บริหารที่เป็นชาวต่างชาติด้วย ผมจึงเชื่อว่าประสบการณ์ผ่านมาที่ไม่ใช่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียวน่าจะนำมาผสมผสานกัน จนทำให้ผมแตกต่างจากโค้ชทั่วไป”

ผลตรงนี้ จึงทำให้ “ภารไดย” เชื่อว่า…แต่คนเป็นซีอีโอ หรือผู้บริหารระดับสูงต้องกล้าที่จะล้มเหลว และเรียนรู้กับความล้มเหลวดังกล่าวด้วย

“เพราะผมเป็นคนชอบทดลองหลายๆ วิธีด้วยกัน สิ่งที่ทำผิดประจำคือการประชุม และเดาว่าทำแบบนั้นแบบนี้จะดี จนไม่กล้าทดลองอะไรใหม่ๆ เพราะกลัวล้มเหลว ตรงนี้เป็นหน้าที่ของผมที่จะเข้าไปเปลี่ยนวิธีการคิด และชักชวนให้เขาทดลองทำอะไรใหม่ๆ จนทำให้เขาเชื่อว่าความล้มเหลวดีกว่าการหยุดนิ่ง เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความตายในการบริหารธุรกิจ”

“ดังนั้น เราจึงต้องทำให้ซีอีโอมีความเชื่อมั่น และต้องการผลักดันในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง ทั้งยังต้องทำให้พนักงานในองค์กรมีความมั่นใจในตัวเอง และมีความรู้สึกว่าพวกเขามีคุณค่าในองค์กร ถ้าเขายังไม่มีความรู้สึกนี้ เราต้องหาวิธีดึงพวกเขาให้เกิด passion เพื่อก้าวไปหาความสำเร็จพร้อมๆ กัน”

ฉะนั้น ต่อคำถามที่ว่า…กลุ่มลูกค้าของ “mentor coach” คือ ใคร ? และหน้าที่ของ “mentor coach” ต้องทำอะไรบ้าง ?

“ภารไดย” จึงบอกว่า…ผมโค้ชให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ แต่จะต้องเป็นผู้บริหารระดับกลางขึ้นไป ไม่ว่าจะทำงานในส่วนของทนายความ, หน่วยงานราชการ, ธนาคาร, บริษัทพลังงาน, SMEs และอื่นๆ

“ส่วนเวลาของการโค้ชขึ้นอยู่กับผู้บริหารแต่ละคน และขึ้นอยู่กับปัญหาของพวกเขาด้วย แต่ส่วนใหญ่โดยเฉลี่ยผมจะโค้ชประมาณ 6 ครั้ง โดยทุกๆ 1 ครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. เพื่อมอบหมายให้เขาทำงาน และเพื่อสำรวจตัวเอง จากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ จะนัดเจอกันอีกครั้ง แต่ถ้าเขาต้องการปรึกษาปัญหาด่วนจะใช้วิธีนัดหมาย หรือใช้โทรศัพท์พูดคุยกัน ส่วนค่าตัวของผมเรตราคาเท่ากับโค้ชต่างชาติ”

“ฉะนั้น หน้าที่ของ mentor coach จึงทำ 2 อย่างไปพร้อม ๆ กัน คือ ทำหน้าที่พี่เลี้ยง และโค้ช แต่ส่วนใหญ่แล้วผมจะหันมาช่วยผู้บริหารระดับกลางมากกว่า เพราะคนเหล่านี้อายุน้อย ประสบการณ์ยังมีไม่มาก พอมีปัญหาเขายังมองไม่ออกว่าจะแก้ไขอย่างไร หน้าที่ของผมคือต้องนำปัญหาของเขามาคลี่ดู เพื่อมองให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ หรือไอเดียของเขาในการรันธุรกิจ เพื่อช่วยผลักดันไอเดียของเขาให้เกิดขึ้นจริง”

นอกจากนั้น “ภารไดย” ยังมองภาพของตลาดโค้ชให้ฟังเพิ่มเติมว่า…ในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์ มีการใช้โค้ชค่อนข้างเยอะ แต่สำหรับ mentor coach มีน้อยมาก ยิ่งเฉพาะในเมืองไทย ผมว่ามีน้อยมาก ๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นโค้ชทั่วไปมากกว่า

“ผมจึงมองว่าหน้าที่อีกอย่างของ mentor coach นอกจากจะต้องสร้างคุณค่าให้กับผู้ที่ถูกโค้ชว่า เขาจะต้องมีคุณค่าแบบไหน เพื่อส่งต่อคุณค่านี้ไปช่วยผลักดันองค์กร และถ้าเป็นไปได้ หากคุณค่าเหล่านี้ช่วยทำให้สังคมดีขึ้นด้วยจะยิ่งดี ดังนั้น คนที่ผมโค้ชจึงต้องมีทัศนคติเชิงบวก และพร้อมที่จะช่วยกันเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ดีขึ้น เพราะผมเองมีประสบการณ์เรื่องความเข้าใจในสิ่งแวดล้อมขององค์กร ตรงนี้อาจเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ผมผ่านการสร้างแบรนด์องค์กรต่าง ๆ จนนำมาเป็นจุดแข็งในการพัฒนาแบรนด์ของแต่ละบุคคลขึ้นมา”

อันเป็นคำตอบของ “mentor coach” ผู้ที่มีความเชื่อว่า ทุกคนสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้