เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

คีย์ซักเซส “Kittima” ผงาด วงการแฟชั่นบูติคโลก

30 มี.ค. 2562 | 11:41น.

แฟชั่นคือธุรกิจรูปแบบหนึ่ง เช่นเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ อีกหลากหลายต้องใช้ทักษะหลายด้าน ไม่เพียงแต่ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับในตลาด

“กิตติมา กว้างนอก” ผู้ก่อตั้ง และ creative director แบรนด์แฟชั่นบูติค “Kittima” แบรนด์ที่แจ้งเกิดและมีฐานผลิตที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และได้รับการยอมรับจากเวทีแฟชั่นระดับโลก รวมถึงได้รับคัดเลือกโดย Vogue ให้เป็นทาเลนต์รุ่นใหม่ในปี 2015 ซึ่งเธอเป็นหนึ่งผู้บริหารที่ทำงานระดับโลกจนประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมนี้

อะไรทำให้เด็กไทยธรรมดาคนหนึ่งก้าวสู่เจ้าของแบรนด์ และทำงานระดับโลกจนเป็นที่รู้จัก ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนไทยคนแรกที่ขึ้นพูดบนเวที TED Padova ในปี 2016 ที่ประเทศอิตาลี ทั้งยังได้รับการจับตามองจากสื่อแฟชั่นชั้นนำ และได้รับการคัดเลือกให้แสดงบนเวทีแฟชั่น Chengdu ที่ประเทศจีน

“กิตติมา” ได้บินตรงจากอิตาลีมาประเทศไทย และให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” เกี่ยวกับประสบการณ์การบริหารงานในอุตสาหกรรมสายแฟชั่น โดยเธอเล่าย้อนให้ฟังว่า เรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจในไทย และได้ทำงานในสายงานธนาคาร พอทำไประยะหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าขาด passion ไม่รู้สึกสนุก จึงเริ่มค้นหาตัวเองว่าควรจะเดินต่อทางไหน

“ด้วยความที่ชื่นชอบในการวาดรูป โดยเฉพาะรูปผู้หญิง และรูปเสื้อผ้าสวย ๆ บวกกับใจรักในศิลปะและประวัติศาสตร์ ทำให้ได้คำตอบว่า อยากมุ่งไปสายแฟชั่น และต้องการเดินทางไปอิตาลีเพื่อเรียนด้านแฟชั่นอย่างจริงจัง”

มันเป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะเราเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และการไปเรียนต่างประเทศต้องใช้เงินมาก แต่ด้วยความตั้งใจ และมีความเชื่อว่า ความฝันต้องเป็นจริงได้ ถ้าเราเชื่อมั่น จึงเริ่มเรียนภาษาอิตาเลียน 3 เดือนในไทย และเดินทางไปอิตาลีในปี 2008 เธอยังจำวันที่อยู่ที่สนามบินได้ดี วันนั้นตั้งปณิธานว่า จะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าและจะมีแบรนด์ของตัวเองให้ได้

เมื่อไปถึงอิตาลีได้เลือกเรียนที่ Nuova Accademia di Belle Arti Milano (NABA) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านแฟชั่นที่มีชื่อเสียงว่าดีที่สุดในยุโรป โดยเรียนเป็นระดับปริญญาตรี 3 ปี ด้านออกแบบแฟชั่น เมื่อเรียนจบก็เลือกเรียนต่อระดับปริญญาโท 1 ปี ด้าน luxury management ที่ Domus Academy Milano

“มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องมีประสบการณ์ทำงานจริงในสายแฟชั่น ก่อนที่จะสร้างแบรนด์ของตัวเอง ขณะที่เรียนดิฉันจึงทำงานไปด้วย เป็นงานหลังเวทีแฟชั่น ช่วยสไตลิสต์เตรียมเสื้อผ้า นอกจากนั้นยังทำงานตามโชว์รูมเสื้อผ้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่รวมเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นปีหน้าจากหลายแบรนด์ เพื่อให้ผู้ซื้อจากร้านต่างๆ มาเลือกไปขาย พอเรียนจบก็ได้ทำงานกับแบรนด์ Giambattista Valli 1 ปี”

จากนั้นก็เริ่มทำคอลเล็กชั่นภายใต้แบรนด์ Kittima ของตัวเอง ด้วยเงินทุนเพียง 1 พันยูโร เริ่มทำ 4-5 ตัว จ้างนางแบบมาสวมใส่ และถ่ายรูปเพื่อส่งไปให้แมกาซีนหลายๆ เจ้า จนกระทั่งไปเตะตา Vogue และถูกคัดเลือกให้เป็นทาเลนต์ (The Vogue Talents Corner.com) ในปี 2015

ทำให้เสื้อผ้า Kittima ได้นำจัดแสดงใน Milan Fashion Week Autumn/Winter 2015 ซึ่งนั่นเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เสื้อผ้าของดิฉันเป็นที่รู้จัก และผู้ซื้อเริ่มมาคัดเลือกไปขาย

เมื่อพูดถึงความท้าทายในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่อิตาลี “กิตติมา” บอกว่าคือเรื่องการตัดสิน และสร้างความแตกต่างให้ได้

“3 ปีแรกที่อยู่ที่อิตาลีได้เรียนรู้ที่จะผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นอิตาลีและไทยลงในเสื้อผ้า อิตาลีจะเน้นความเรียบง่าย สีสันไม่ฉูดฉาด ในขณะที่วัฒนธรรมเอเชียจะมีความเป็นผู้หญิงแบบ exotic (แปลกใหม่) ดิฉันผสมผสานสีสันให้เข้ากับความสง่างาม ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยของผู้หญิงมืออาชีพ”

เธอมองว่าอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่นจะเป็นเรื่องของวัตถุดิบที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในทวีปเอเชียจะมีเกาหลีใต้ที่จะกลายมาเป็น trend setter เพราะเป็นประเทศที่มีฤดูที่แตกต่างชัดเจน ทำให้เขาเน้นเรื่องตัวผ้า ซึ่งเป็นการทำงานรูปแบบเดียวกับแฟชั่นของอิตาลี และที่ผ่านมามีคนเกาหลีไปเรียนด้านแฟชั่นเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียด้วย แต่ในขณะเดียวกัน คนอินเดียเริ่มมาเรียนแฟชั่นที่อิตาลีเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อินเดียจึงจะเข้ามาในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากขึ้น

“กิตติมา” กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ออฟฟิศของ Kittima มีพนักงานซึ่งเป็นดีไซเนอร์ 2 คน จากการทำงานร่วมกับเด็กรุ่นใหม่มามาก เพราะมีเด็กจากหลายประเทศหมุนเวียนมาเรียนรู้งานด้วย ทั้งยังมีบทบาทในการสอนแฟชั่นที่ Domus Academy Milano ทำให้เห็นว่า

เด็กรุ่นใหม่มีความอดทนต่ำ เชื่อมั่นในตัวเองมากไป รวมถึงมีไอเดียเยอะแต่กลับใช้ไม่ได้จริง และขาดการตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะเขาเติบโตมาในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนรวดเร็ว

“ฉะนั้นการที่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จะประสบความสำเร็จต้องพัฒนาในเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะการแข่งขันในวงการแฟชั่นสูง เด็กสายแฟชั่นค่อนข้างตกงานเยอะ เพราะจำนวนเด็กจบใหม่เยอะมากในแต่ละปี เนื่องจากบางหลักสูตรเรียน 6 เดือนก็จบแล้ว ส่วนแบรนด์แฟชั่นดังๆ ก็ใช้ดีไซเนอร์เพียง 4-5 คนเท่านั้น”

คีย์ซักเซส คือ ก่อนการที่จะเป็นดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องซื่อสัตย์กับความคิดตัวเอง ไม่คิดในกรอบ คิดต่างจากคนอื่น ให้มองว่าอะไรที่อยู่รอบตัวเป็นแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด และที่สำคัญคือ passion เพราะการทำงานอย่างมีความสุขจะช่วยปลดล็อกไอเดียใหม่ๆ