ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/4) ที่ระดับ 31.67/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (29/3) ที่ระดับ 31.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ม.ค. ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ลดลง 0.1% ในเดือน ม.ค. ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ก.พ. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ม.ค.
สำหรับปัจจัยในประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อในเดือน มี.ค. 62 อยู่ที่ 102.37 ขยายตัว 1.24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากตลาดคาดการณ์ที่ 0.90% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน มี.ค. 62 อยู่ที่ 102.34 ขยายตัว 0.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.02% จากเดือน ก.พ. 62 ส่งผลให้ในไตรมาส 1/62 CPI ขยายตัว 0.74% ส่วน Core CPI ขยายตัว 0.62% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.67-31.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.71/31.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (1/4) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1224/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (29/3) ที่ระดับ 1.1211/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนายคลาส น็อต ผู้ว่าการธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงต้นปีนี้ แต่เขามีความเห็นเชิงผ่อนคลายนโยบายต่ออัตราดอกเบี้ยในระยะยาว นอกจากนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของมาร์กิตสำหรับภาคการผลิตของเยอรมนี ลดลงสู่ระดับ 44.1 ในเดือน มี.ค. ลดลงจาก 47.6 ในเดือน ก.พ. และต่ำกว่าข้อมูลเบื้องต้น 44.7 นอกจากนี้รัสภาอังกฤษได้ลงมติคัดค้านข้อตกลงของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ เพื่อแยกออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) เป็นครั้งที่ 3 แล้ว และเนื่องจากนางเมย์พ่ายแพ้อีกครั้ง ตลาดจึงคาดว่าจะไม่มีการบรรลุข้อตกลง Brexit ก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 12 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1215-1.1247 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1241/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (1/4) เปิดตลาดที่ระดับ 111.11/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (29/3) ที่ระดับ 110.78/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นในไตรมาส 1/2562 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ปรับตัวลงมากสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2555 ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 1 อยู่ที่ระดับ +12 ลดลงจากไตรมาส 4/2561 ซึ่งอยู่ที่ระดับ +19 และยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์สำนักข่าวเกียวโดคาดการณ์ไว้ที่ +13 ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.82-111.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.95/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ก.พ. (1/4) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค.จากมาร์กิต (1/4) ดัชนีภาคการผลิตเดือน มี.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.พ. (2/4) ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน มี.ค. จาก ADP (3/4) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน มี.ค. จากมาร์กิต (3/4) ดัชนีภาคบริการเดือน มี.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (3/4) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (4/4) ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มี.ค. (5/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.40/-2.10 สตางค์/ดอลลาร์สหาัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดิอนต่างประเทศอยู่ที่ 0.3/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ