เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า

02 ธ.ค. 2568 | 17:52น.
ภาพโดย REUTERS/Jo Yong-Hak

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือน พ.ย. และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนกันยายน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (02/12) ที่ระดับ 32.02/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (01/12) ที่ระดับ 32.00/01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากกระแสคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงสร้างแรงกดดันต่อดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือน พ.ย.จาก ADP ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือน ก.ย. ซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ ก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของเฟดจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (01/12) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 48.2 ในเดือน พ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.8 จากระดับ 48.7 ในเดือน ต.ค. โดยดัชนียังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน ขณะที่ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.2 ในเดือน พ.ย. จากระดับ 52.5 ในเดือน ต.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ความเชื่อมั่นดีดตัวขึ้นเช่นกัน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. จะออกนโยบายทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติม เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยจะเป็นนโยบายภาพรวม ไม่ใช่มาตรการเฉพาะเจาะจง ซึ่ง ธปท.จะดำเนินการภายใต้สมาคมธนาคารไทย (TBA) และธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่-สงขลา

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.94- 32.08 บาท/ดอลลาร์สหหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.00/01 บาท/ดอลลาร์สทรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเข้าวันนี้ (02/12) ที่ระดับ 1.1605/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (01/12) ที่ระดับ 1.1620/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร มาร์ติน โคเชอร์ นักกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเมื่อวานนี้ (01/12) ว่าธนาคารกลางควรชะลอการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อจะแสดงระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% เล็กน้อยในปีหน้า โดยโคเชอร์เน้นย้ำว่าการเบี่ยงเบนเล็กน้อยจากเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ไม่ควรกระตุ้นให้มีการดำเนินการทันที

Advertisement

นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ (01/12) มีรายงานออกมาว่าดัชนี HCOB Manufacturing PMI ของเยอรมนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเก้าเดือนมาอยู่ที่ระดับ 48.2 จาก 49.6 ในเดือนตุลาคม โดยการลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างรวดเร็วของคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งลดลงในอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม และยอดขายส่งออกลดลงเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน โดยมีอัตราการลดลงเร็วที่สุดในปีนี้ท่ามกลางความต้องการที่อ่อนแอลงทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเสื่อมถอยเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนของภาคการผลิตของเยอรมนี

ทั้งนี้ แม้ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่เก้าติดต่อกัน แต่อัตราการเติบโตชะลอตัวลงสู่ระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ผู้ผลิตยังคงลดจำนวนแรงงานผ่านการไม่ทดแทนพนักงานที่ลาออก การไม่ต่อสัญญา และการเลิกจ้าง ส่งผลให้การจ้างงานในโรงงานลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1602 – 1.1616 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1610/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเข้าวันนี้ (02/12) ที่ระดับ 155.62/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (01/12) ที่ระดับ 155.28/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ (01/12) นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในวันนี้ว่า การที่ BOJ ล่าช้าในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังกล่าวเสริมว่า เงินเฟ้อในระดับสูงอาจทำให้ BOJ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดความปั่นป่วน

นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นประจำเดือน พ.ย. พบว่าดัชนีปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 48.7 จากระดับ 48.2 ในเดือน ต.ค. ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นที่ 48.8 แม้ดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50.0 จะบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 แต่ถือเป็นอัตราการหดตัวที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.

โดยหากดูรายละเอียดรายกลุ่มพบว่า สินค้าขั้นกลางและสินค้าเพื่อการลงทุนยังคงอยู่ในภาวะซบเซา มีเพียงสินค้าอุปโภคบริโภคที่กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่ยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปีครึ่งโดยผู้ประกอบการระบุว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ลูกค้าลดงบประมาณ และการลงทุนภาคเอกชนลดลง โดยเฉพาะความต้องการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนเริ่มมีความหวังมากขึ้นโดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้าพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน ปัจจัยบวกมาจากการเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่และการคาดการณ์ว่าตลาดจะฟื้นตัว โดยเฉพาะในหมู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการขนส่ง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.41 – 156.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.96/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี้ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของสหรัฐ (01/12), ดุลการค้าเดือน ต.ค. ของฝรั่งเศส (02/12), อัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือน ต.ค. ของอียู (02/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของอียูและอังกฤษ (03/12),

ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน พ.ย.จาก ADP ของสหรัฐ (03/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. ของสหรัฐ (03/12), ดัชนีภาคบริการเตือน พ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐ (03/12), ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค. ของอียู (04/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (04/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 3) ของอียู (05/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ (05/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (05/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.8/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -6.6/-4.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ