เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

ชงบิ๊กโปรเจ็กต์ลอตสุดท้าย ปิดดีล3สัมปทาน-รถไฟฟ้า10สาย

07 เม.ย. 2562 | 16:05น.
รมว.คมนาคมวางคิวประมูลเมกะโปรเจ็กต์รอยต่อ รัฐบาลเก่า-ใหม่ รถไฟฟ้า “สีส้ม-ม่วงใต้”พรึ่บ 10 สาย ปูพรมทางคู่ทั่วประเทศ เร่งมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ รถไฟไทย-จีน ลุยขยายสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ หัวเมืองรอง ทุ่มซื้อฝูงบินใหม่ 1.6 แสนล้าน ยกยอดสายสีแดงส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้าเชื่อมพุทธมณฑลสาย 4-บางปู-ลำลูกกา ไฮสปีด 4 สายคาบเส้น 2 รัฐบาล ลุ้นปิดดีล 3 สัมปทาน “ทางด่วน-ดิวตี้ฟรี-ไฮสปีดอีอีซี”จังหวะเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงรายละเอียดโครงการขนาดใหญ่ และการให้สัมปทานในช่วงรอยต่อของรัฐบาลเก่า-รัฐบาลใหม่ว่า คมนาคมเป็นกระทรวงที่มีเงินลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง เฉลี่ยปีละกว่า 1 แสนล้านบาท เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่ต้องพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ ทั้งทางบก ระบบราง น้ำและอากาศ ในระยะเวลา 8 ปี (2558-2565) ปัจจุบันมีโครงการต้องเร่งผลักดัน 21 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 1.29 ล้านล้านบาท

“เวลารัฐบาลที่ยังเหลืออยู่ไม่มาก จะพยายามเสนอโครงการที่พร้อมจะดำเนินการให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มากที่สุด เตรียมความพร้อมเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลชุดใหม่ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ประชาชนรอคอยกันมานาน ซึ่งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นสิ่งที่ประเทศเราต้องการ ทุกรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ มีส่วนทำให้อันดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยดีขึ้น”

จัดคิวโปรเจ็กต์เสนอ ครม.

ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ มีโครงการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ มีรถไฟทางคู่ 8 เส้นทาง มูลค่า 304,129 ล้านบาท ในนี้มีทางคู่สายใหม่ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงิน 67,965.33 ล้านบาท ได้รับความเห็นชอบจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดสภาพัฒน์) แล้วรอเสนอให้ ครม. จะรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ

อีก 7 เส้นทาง ได้แก่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย 62,848.74 ล้านบาท, เด่นชัย-เชียงใหม่ 56,826.78 ล้านบาท, จิระ-อุบลราชธานี 37,523.61 ล้านบาท, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี 24,287.36 ล้านบาท, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา 57,369.43 ล้านบาท และหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 6,657.37 ล้านบาท อยู่ระหว่างขอความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เร่งรถไฟฟ้าอนุมัติครบ 10 สาย

รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล 10 เส้นทาง ตามแผนแม่บทรถไฟฟ้า ยังเหลือ 2 เส้นทาง วงเงิน 283,118 ล้านบาท จะเสนอ ครม. ได้แก่ สายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กม. วงเงิน 101,112 ล้านบาท และสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 16.4 กม. วงเงิน 142,600 ล้านบาท

“สายสีส้มผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ด PPP) แล้ว อยู่ระหว่างรอเสนอ ครม. ได้รับอนุมัติ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุน PPP net cost ก่อสร้างช่วงตะวันตก และเดินรถตลอดเส้นทางจากบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ระยะเวลา 30 ปี ส่วนสายสีม่วงใต้ รอประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน เนื่องจากปรับแนวเส้นทางช่วงถนนสามเสน” นายอาคมกล่าว

สีแดงประมูลไม่ทันรัฐบาลนี้ 

รมว.คมนาคมกล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีแดง ครม.อนุมัติหลักการครบแล้วทั้ง 3 เส้นทาง ได้แก่ สายสีแดงเข้มช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. วงเงิน 6,570.40 ล้านบาท สีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 14.8 กม. วงเงิน 10,202.18 ล้านบาท และช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ระยะทาง 4.3 กม. วงเงิน 6,645.93 ล้านบาท ทั้ง 3 เส้นทางจะประมูลภายในปีนี้ แต่คาดว่าอาจจะไม่ทันรัฐบาลชุดนี้

ช่วง missing link (บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และบางซื่อ-หัวลำโพง) รอเอกชนผู้ชนะประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมาก่อสร้างช่วงเป็นอุโมงค์ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน ด้านส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย ระยะทาง 38 กม. จะเดินหน้าโครงการต่อ อยู่ระหว่างปรับแบบแนวเส้นทางช่วงท่าดินแดง เนื่องจากมีประชาชนคัดค้าน ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยังไม่สรุปจะสร้างอุโมงค์หรือเบี่ยงแนวใหม่

ต่อขยาย 3 เส้น รอรัฐบาลหน้า 

“รัฐบาลชุดนี้เร่งอนุมัติรถไฟฟ้าเป็นสายหลักและส่วนต่อขยายที่สำคัญเกิดขึ้นได้ครบทุกสาย ยังเหลือส่วนต่อขยาย 3 เส้นทางที่จะต้องรอรัฐบาลใหม่สานต่อ คือ ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และคูคต-ลำลูกกา คลอง 4” นายอาคมกล่าวและว่า

เนื่องจากต้องรอประเมินผลการเปิดใช้บริการของส่วนต่อขยายก่อน ซึ่งสายสีเขียวแบริ่ง-สมุทรปราการเปิดบริการแล้ว ยังเหลือช่วงหมอชิต-คูคต จะเปิด 1 สถานีในเดือน ส.ค.นี้ และเปิดตลอดสายในปี 2563 สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค จะเปิดในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ และบางซื่อ-ท่าพระ จะเปิดในเดือน ก.พ. 2563

ลุ้นมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ

นายอาคมกล่าวอีกว่า ทางถนนที่ผ่านมาได้ผลักดันการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร และมอเตอร์เวย์ 3 สายใหม่ คือ พัทยา-มาบตาพุด, บางใหญ่-กาญจนบุรี และบางปะอิน-โคราช กำลังจะเสนอ ครม.อนุมัติเพิ่ม 1 สาย คือ นครปฐม-ชะอำ ของกรมทางหลวง เงินลงทุน 79,006 ล้านบาท ผ่านบอร์ด PPP แล้วรอเสนอ ครม. ยังมีประมูลระบบเก็บเงินมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา กับบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่จ้างเอกชนบริหารโครงการ 30 ปี มูลค่า 61,000 ล้านบาท จะยื่นข้อเสนอวันที่ 27 มิ.ย.นี้

ไฮสปีด 4 สายคาบเส้น 2 รัฐบาล 

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง นายอาคมกล่าวว่า จะเป็นโครงการรอยต่อระหว่างรัฐบาลปัจจุบันกับรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมาได้ผลักดันแล้ว 2 เส้นทาง คือ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท จะเชื่อมกับพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP net cost 50 ปี

ล่าสุดกำลังเจรจากับกลุ่ม ซี.พี.และพันธมิตร ก็พยายามเร่งให้จบโดยเร็วเพื่อเสนอ ครม.เห็นชอบและเซ็นสัญญาก่อสร้างต่อไป

อีกโครงการ คือ รถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงิน 179,412 ล้านบาท กำลังทยอยเปิดประมูลงานโยธาให้เสร็จในเดือน พ.ค.นี้ พร้อมกับเร่งเจรจากับฝ่ายจีนในสัญญา 2.3 งานวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ กรอบวงเงินรวม 45,000 ล้านบาท เนื่องจากมีวงเงินเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 7,000 ล้านบาท ตั้งเป้าจะลงนามภายในเดือน เม.ย.นี้

กล่อมญี่ปุ่นร่วมทุน กทม.-พิษณุโลก

สำหรับสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หัวหิน นายอาคมกล่าวว่า ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก โดยช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. เงินลงทุน 100,125 ล้านบาท อยู่ระหว่างบอร์ด PPP อนุมัติโครงการ โดยมอบให้ ร.ฟ.ท.ศึกษาเส้นทางขยายจากหัวหิน-สุราษฎร์ธานี เพื่อให้โครงการคุ้มทุน แต่ทางกระทรวงมองว่า การสร้างทีเดียวลงไปถึง จ.สุราษฎร์ธานี จะเป็นภาระต่องบประมาณ ควรแบ่งสร้างช่วงกรุงเทพฯ-หัวหินก่อนลำดับแรก

ขณะที่สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 672 กม. วงเงิน 508,637 ล้าน อยู่ระหว่างเจรจากับประเทศญี่ปุ่น โดยฝ่ายไทยยังยืนยันว่า ต้องการให้ญี่ปุ่นมาร่วมลงทุนในโครงการนี้ รูปแบบ G to G และร่วมกันรับผิดชอบ ซึ่งหากไทยลงทุนเองจะต้องแบกรับภาระการลงทุนเพิ่ม จากเดิมที่มีภาระรถไฟไทย-จีนอยู่แล้ว จึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ญี่ปุ่นมาลงทุนร่วมกัน ไม่ใช่แค่รับงานใดงานหนึ่งไปทำ แต่ต้องการให้มาร่วมในลักษณะที่เป็นภาพรวมของโครงการทั้งหมดร่วมกัน ตามสัดส่วนการลงทุนที่ตกลงร่วมกัน

“ญี่ปุ่นยอมรับการเจรจาบางส่วนแล้ว ที่เหลือเป็นการเจรจาสัดส่วนการลงทุนร่วมกัน ไทยให้ญี่ปุ่นไปปรับลดต้นทุนลง และยืนยันจะสร้างเฟสแรกจากกรุงเทพฯไปถึงพิษณุโลก จากเดิมที่ญี่ปุ่นขอสร้างถึงอยุธยา เรามองว่าระยะทางสั้นไป จะให้คุ้มค่าต้องเกิน 300 กม. ซึ่งช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทางอยู่ที่ 355 กม. ยังต้องเจรจาในเงื่อนไขต่าง ๆ กันต่อ” นายอาคมกล่าวและว่า

ขยายสนามบินหลัก-หัวเมืองรอง

ด้านโปรเจ็กต์ทางอากาศ จะเร่งเพิ่มขีดความสามารถสนามบินหลัก คือ ขยายสนามบินดอนเมือง เฟส 3 วงเงิน 37,590 ล้านบาท ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงินรวม 62,503 ล้านบาท ล่าสุด บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้เสนอให้บอร์ดสภาพัฒน์พิจารณา 3 โครงการ ได้แก่ 1.รันเวย์ที่ 3 วงเงิน 24,651 ล้านบาท จะเสนอ ครม.เดือน พ.ค.นี้ 2.ส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก (west wing) วงเงิน 6,000 ล้านบาท และ 3.อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 (terminal 2) วงเงิน 42,000 ล้านบาท และยังมีขยายสนามบินเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 15,000 ล้านบาท

กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ยังมีแผนจะขยายสนามบินภูมิภาคในหัวเมืองรอง อยู่ระหว่างประมูลมี 2 แห่ง ที่สนามบินนครศรีธรรมราช 1,800 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารจากเดิม 450 คน/ชม. เป็น 1,600 คน/ชม. และสนามบินตรัง 2,100 ล้านบาท สร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 1,200 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารจากเดิม 600 คน/ชม. เป็น 1,200 คน/ชม. และสร้างลานจอดเครื่องบิน 900 ล้านบาท

ซื้อฝูงบินใหม่ 1.6 แสนล้าน 

ยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น พัฒนาสนามบินทหารเลิงนกทา จ.ยโสธร จะเปลี่ยนที่ตั้งใหม่เป็น จ.มุกดาหาร, สนามบินเบตง จ.ยะลา จะสร้างเสร็จปีนี้ และเปิดใช้ปี 2563 รวมถึงจัดหาฝูงบินใหม่ 38 ลำ ของ บมจ.การบินไทย มูลค่ารวม 160,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ดสภาพัฒน์

ขณะที่โครงการใหญ่ใน EEC ของคมนาคม นอกจากรถไฟความเร็วสูง มีท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดยื่นซองประมูลโซน F ไปแล้ว วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท มียื่น 2 ราย จะทราบผลวันที่ 11 เม.ย.นี้ และศูนย์ซ่อมอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา (MRO) ของการบินไทย ที่ร่วมลงทุนกับแอร์บัส จะยื่นข้อเสนอวันที่ 15 เม.ย.นี้ ทั้งหมดน่าจะประมูลจบภายในรัฐบาลชุดนี้

จับตาสัมปทานดิวตี้ฟรี-ทางด่วน

นายอาคมกล่าวถึงปมสัญญาสัมปทานธุรกิจใหญ่ที่กำลังจะสิ้นสุดอายุสัญญา คือ สัญญาพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) และเชิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ จะสิ้นสุดในปี 2563 ล่าสุด ทอท.ปรับแผนประมูลดิวตี้ฟรีใหม่ แยกสุวรรณภูมิออกมา ไม่รวมกับ 3 สนามบินภูมิภาค (เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่) แล้ว ก็ให้ ทอท.เดินหน้าไปตามข้อกฎหมายและทีโออาร์ ถ้าชัดเจนเรื่องข้อกฎหมายแล้วก็ให้เดินหน้าต่อ

“กระทรวงไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการที่ ทอท.ดำเนินการนั้นโอเคหรือไม่ เพราะประเด็นนี้ ทอท.เคยชี้แจงว่าอาจจะไม่เข้าเกณฑ์ พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 จึงไม่ได้เสนอให้บอร์ด PPP และกระทรวงพิจารณาเพื่อเสนอ ครม. ซึ่งบอร์ดของ ทอท.มีอำนาจพิจารณาเองได้”

ส่วนสัมปทานโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 จะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 27 ก.พ. 2563 หลังจากที่ ครม.ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เจรจากับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) คู่สัญญาสัมปทานในภาพรวม เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆ จนเห็นชอบร่วมกันที่จะต่อสัญญาออกไปอีก 37 ปี แลกกับมูลค่าข้อพิพาทรวม 137,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถบรรบุข้อตกลงได้ เพราะสหภาพ กทพ.คัดค้านนั้น

“ให้บอร์ดการทางฯเป็นผู้พิจารณาไป ส่วนจะทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ แต่เมื่อการเจรจาได้ข้อยุติแล้วก็ควรจะสรุปให้จบโดยเร็ว”

นายอาคมกล่าวย้ำว่า ทุกโครงการของคมนาคมที่พร้อมแล้ว ก็ส่งต่อให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้ทันที เช่น ทางคู่เฟส 2 หากอนุมัติไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ เมื่อรัฐบาลใหม่มารับต่อก็สามารถเสนอได้ทันที เนื่องจากโครงการมีความพร้อมแล้วทั้งการศึกษา แบบรายละเอียด และรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ จะต่างจากตอนที่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามารับตำแหน่งใหม่เมื่อปี 2557 ซึ่งโครงการมีแต่ชื่อ ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้ ต้องมาจัดทำรายละเอียดเสนอ ครม.และเปิดประมูล เช่น โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 3 สาย

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!