Skip to content

USTR ‘พอใจ’ การแก้ปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไทย ลุ้นผลทบทวนคงสถานะในบัญชี WL ต่ออีกปี

07 เม.ย. 2562 | 20:15น.
USTR ‘พอใจ’ การแก้ปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไทย ลุ้นผลทบทวนคงสถานะในบัญชี WL ต่ออีกปี

ผู้สื่อข่าว”ประชาชาติธุรกิจ”รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2562 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เผยแพร่รายงานประเมินสถานการณ์การค้าของประเทศคู่ค้าประจำปี 2562 (2019 National Trade Estimate Report) โดยในประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา USTR เห็นควรคงสถานะไทยไว้ที่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่สหรัฐฯ ได้เลื่อนสถานะไทยให้ดีขึ้นจากเดิมที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) มานาน 10 ปี

เนื่องจากกลุ่มเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐฯ พอใจในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การปราบปรามการละเมิด เช่น การนำงานละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบอินเทอร์เน็ต (Notice & Takedown System)

ประเด็นนี้น่าจะส่งผลให้การทบทวนสถานะคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ที่สหรัฐฯ จะประกาศผลในช่วงสิ้นเดือนเมษายน 2562 ไทยจะยังคงอยู่ในสถานะเดิมต่อไป

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รายงานดังกล่าวครอบคลุมประเด็นด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐฯ เช่น นโยบายการนำเข้าสินค้า อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

โดยในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รายงานฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และไทยมีความร่วมมือและการดำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กรอบความตกลงการค้าการลงทุนสหรัฐฯ–ไทย (TIFA) ทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อีกทั้งสหรัฐฯ ยังตระหนักถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งในส่วนของการแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสิทธิบัตร , การแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ให้มีกระบวนการแจ้งเตือน และนำงานละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบอินเทอร์เน็ต (Notice & Takedown System) และการบรรจุผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าเพื่อแก้ไขปัญหางานจดทะเบียนค้างสะสม

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังชื่นชมการทำงานในเชิงบูรณาการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยที่ได้ปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ตผ่านมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการตรวจตราพื้นที่และการจับกุมผู้ละเมิดอย่างจริงจัง และการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

“กรม จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศต่อไป ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย”

นายทศพล กล่าวอีกว่า ผลจากการที่สหรัฐฯ พอใจกับการดำเนินงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งการป้องกัน โดยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการปราบปรามการละเมิด ซึ่งน่าจะส่งผลให้การทบทวนสถานะคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ที่สหรัฐฯ จะประกาศผลสิ้นเดือนเม.ย.2562 ไทยจะยังคงอยู่ในสถานะเดิมที่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) ต่อเนื่องอีกปี หลังจากปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เลื่อนสถานะไทยให้ดีขึ้นจากเดิมที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) มานานนับ 10 ปี

“ภาคเอกชนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ ทั้งเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรส่วนใหญ่เสนอแนะให้ USTR คงสถานะไทยไว้ที่เดิม คือ WL เพราะปีที่ผ่านมา ไทยทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาเยอะมาก ทั้งการป้องกัน และการปราบปราม ส่งผลให้การขายสินค้าละเมิด ทั้งในตลาดทั่วไป และตลาดออนไลน์ ลดลง และยังมีการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ละเมิดภาพยนตร์ เพลงอีก จนทำให้สหรัฐฯ พอใจไทย”

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายงาน NTE 2019 ฉบับเต็มซึ่งจะครอบคลุมทุกประเด็นที่ https://ustr.gov/sites/default/files/2019_National_Trade_Estimate_Report.pdf

แท็กที่เกี่ยวข้อง

USTR