คปภ.เปิดทางบริษัทประกัน ตั้งราคาเบี้ยกรมธรรม์แบบอัตโนมัติ คาดนำร่องประกันแบบ “สะสมทรัพย์-ชั่วระยะเวลา-ตลอดชีพ” พร้อมให้ส่ง “รายงาน” กำหนดราคาเสนอก่อนวางขาย หวังถ่วงดุลและสกัดตั้งราคาสูงเกิน เปิดเฮียริ่งครึ่งปีหลัง ลุ้นบังคับใช้ต้นปี’63
แหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คปภ.กำลังดำเนินการปรับปรุงกระบวนการให้ความเห็นชอบเรื่องการยื่นขอออก “ผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบอัตโนมัติ” หรือ file and use ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่จะเปิดให้บริษัทประกันเป็นผู้กำหนดเพดานอัตราเบี้ยประกันภัยได้เอง ตามนโยบายการเปิดเสรีของ คปภ.
แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันจะต้องมีการจัดทำรายงานกำหนดราคามายื่นต่อ คปภ.ก่อนที่จะวางขายสินค้านั้น หลังจากนั้นจะต้องนำส่งข้อมูลผลิตภัณฑ์มาเปิดเผยบนเว็บไซต์ของ คปภ. ซึ่งขณะนี้ คปภ.อยู่ระหว่างการจัดทำระบบส่วนนี้เพิ่มในเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกันต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการถ่วงดุลไม่ให้บริษัทประกันกำหนดราคาสูงเกินไป
“คปภ.จะผ่อนคลายการกำกับอัตราเบี้ย โดยเปลี่ยนให้กลไกตลาดควบคุมกันเอง จากเดิมที่มีกรอบกำหนดไว้ แต่เราก็จะมีการมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลาจากทั้งในส่วนของรายงาน และการปฏิบัติงานของ product committee แต่ละบริษัท ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันได้มากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว
นอกจากนี้ บริษัทประกันจะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางกำกับการทำงาน และติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย รวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ซึ่งจะต้องมีนักคณิตศาสตร์ประกันภัยทำหน้าที่กำหนดราคา ทดสอบกำไร และประเมินความเสี่ยงโดยการกำหนดราคาต้องมีความสมเหตุสมผลกับผู้เอาประกันภัย ฝ่ายขาย และบริษัท ซึ่งแต่ละฝ่ายได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสม
“ทาง คปภ.ได้สั่งการให้ทั้ง 2 สมาคม คือ สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ทำการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษารายละเอียดของรายงานกำหนดราคา โครงสร้าง product committee และข้อมูลที่บริษัทประกันจะต้องเปิดเผยสู่สาธารณะว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่ คปภ.จะนำมาใช้ประกอบการจัดทำประกาศ โดยคาดว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า ก็คาดว่าจะเริ่มต้นใช้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยบางแบบก่อน เช่น สะสมทรัพย์, ชั่วระยะเวลา, ตลอดชีพ และค่อยขยายไปยังแบบประกันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) หรือสัญญาเพิ่มเติมต่าง ๆ” แหล่งข่าวกล่าว
นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต ประธานอนุกรรมการคณิตศาสตร์ประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ปัจจุบันคณะทำงานของสมาคมดำเนินการเรื่องนี้ไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งทางสมาคมรายงานผลให้ คปภ.เป็นประจำทุก ๆ 2 สัปดาห์ และคาดว่ากลางปีนี้จะได้ข้อสรุปเพื่อนำเสนอเข้าคณะกรรมการชุดใหญ่ของสมาคม และนำส่งรายละเอียดให้ คปภ.เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น (hearing) ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
“เรากำลังทำการบ้านเพื่อพิจารณาองค์ประกอบที่จะต้องอยู่ในรายงานกำหนดราคาของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ คปภ.ทราบว่าบริษัทประกันคิดค่าใช้จ่ายมาจากองค์ประกอบและหลักการอะไรบ้าง มีสมมุติฐานเป็นอย่างไร ทำไมถึงราคาเท่านี้” นายนิติพงษ์กล่าว
ส่วนโครงสร้าง product committee คาดว่าจะต้องมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เช่น ฝ่ายคณิตศาสตร์ประกันภัย, ฝ่ายบริการผู้เอาประกันภัย, ฝ่ายรับประกัน, ฝ่ายสินไหม, ฝ่ายบริหารความเสี่ยง, ฝ่ายการเงิน, ฝ่ายไอที และอาจมีฝ่ายที่ดูแลช่องทางการขายร่วมด้วย เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะกระทบต้นทุนบางบริษัท
“แม้จะมีต้นทุนแต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เช่น นักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่จำเป็นต้องมีเพื่อทำการกำหนดราคา ทดสอบกำไร และประเมินความเสี่ยง ซึ่งถ้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ก็มีอยู่แล้ว แต่บริษัทขนาดเล็กอาจจะต้องมีทำเพิ่ม เนื่องจากที่ผ่านมา คปภ.วางเป็น maximum premium ทำให้บริษัทเล็ก ๆ สามารถเอาราคาตลาดไปยื่นขออนุมัติ คปภ.ได้โดยไม่ต้องทำ profit testing พูดง่าย ๆ คือ เขาอาศัย benchmarking เรื่องราคาจากบริษัทใหญ่” นายนิติพงษ์กล่าว
นอกจากนี้ คปภ.ได้จัดทำระบบการยื่นขอรับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยผ่านอิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกว่า i-Serff เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถอัพโหลดข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ขออนุมัติ (รายงานกำหนดราคา แบบและข้อความ) ที่เป็นไฟล์ PDF ส่งไปขออนุมัติบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ได้ และหากมีการจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านระบบ payment บนออนไลน์ได้จะเพิ่มความคล่องตัวยิ่งขึ้น
“ถ้าทำได้จริงและยกเลิกการใช้เอกสารแบบกระดาษ การเก็บเอกสารของ คปภ.ต่อไปจะสามารถสืบค้นได้ง่ายขึ้น และถ้า คปภ.มีระบบแบบ end to end จากต้นทางถึงปลายทางได้จริง ๆ ต่อไปการพิจารณาอนุมัติสินค้าก็จะเร็วมากขึ้น” นายนิติพงษ์กล่าว