เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

จีนผงาดที่ 1 ส่งออกข้าว

02 มิ.ย. 2562 | 18:00น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

 

การประชุม Thailand Rice Conversation 2019 ได้มีการตั้งวงเสวนาเรื่องแนวโน้มการค้าข้าวโลกจาก “เทรดเดอร์ข้าว” ระดับโลก คือ Mr.Jeremy Zwinger จากบริษัท Rice Trader, Mr.Satish Thampy จากบริษัทโอแล่ม และ Mr.Sminder Bedi จากบริษัท Phoenix

โดยทั้ง 3 ท่านได้ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ระบบการค้าข้าวโลกจะได้รับผลกระทบอย่าง “ถอนรากถอนโคน” จากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ที่ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันด้วยการขึ้นภาษีไปมาระหว่างกัน

สิ่งที่เทรดเดอร์ข้าวเป็นห่วงก็คือ ปริมาณสต๊อกข้าวคงค้างของจีนได้พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 117 ล้านตันในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นปริมาณ “มหาศาล” ในขณะที่ไทยส่งออกข้าวอย่างเก่งที่สุดประมาณปีละ 10 กว่าล้านตันเท่านั้น ปริมาณสต๊อกคงค้างดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ แต่เป็นสต๊อกสะสม

ในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายอุดหนุนการเกษตรของรัฐบาลจีนเอง คล้าย ๆ กับนโยบายของรัฐบาลไทยในอดีตนั่นก็คือ การรับซื้อข้าวเข้าเก็บและมีการคาดการณ์ในวงการค้าข้าวว่า ประเทศจีนจะเปลี่ยนจากประเทศ “ผู้นำเข้าข้าว” กลายเป็นประเทศ “ผู้ส่งออกข้าว”

และด้วยสต๊อกที่มหาศาลมากมายเช่นนี้ รัฐบาลจีนมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งขาย หรือระบายข้าวออกนอกประเทศทันที ก่อนที่สต๊อกข้าวใหม่ในปี 2562 จะโถมทับกันเข้ามาอีก

โดยประมาณกันว่าจีนอาจจะต้องระบายข้าวออกนอกประเทศยาว ๆ ไปจนถึงปี 2563 เพื่อลดสต๊อกที่ล้นเกินมากกว่า 3 เท่าตัวลงมาเป็นอย่างน้อย และนั่นหมายความว่า ลำดับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกจะเปลี่ยนไป ไม่ใช่อินเดียหรือไทย แต่จะกลายเป็น “จีน” ขยับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกตว่า ปรากฏการณ์สต๊อกข้าวล้นเกินของจีนนั้น “สวนทาง” กับสต๊อกข้าวของประเทศไทย หลังจากที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามาแก้ไขปัญหาสต๊อกข้าวที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีมากกว่า 18 ล้านตัน ด้วยการขายทั้งภายในและภายนอกจนหมดภายใน 5 ปีที่ผ่านมา โดยการระบายข้าวส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากการทำ MOU ขายข้าวแบบ G to G ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ในปริมาณ 1 ล้านตันแรก และ 1 ล้านตันที่สอง

โดยขณะนี้รัฐบาลไทยได้ขายข้าว G to G ส่งมอบให้กับรัฐบาลจีนไปแล้ว ประมาณ 700,000 ตัน และเหลืออีก 300,000 ตัน จะหมดล้านตันที่หนึ่ง แต่ยังไม่ได้เริ่ม 1 ล้านตัน ที่สอง ซึ่งเชื่อกันในวงการค้าข้าวว่า “อาจจะไม่มีการส่งมอบข้าวล้านตันที่สองอีกแล้ว” เหตุผลสำคัญก็คือ ปริมาณสต๊อกข้าวล้นเกินปกติถึง 3 เท่าของจีนในตอนนี้ จะมีผลทำให้รัฐบาลจีนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งซื้อข้าวตาม MOU ที่ทำไว้กับรัฐบาลไทยทั้ง 2 ฉบับ

นั่นหมายความว่า การส่งมอบข้าว G to G ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยพยุงราคาข้าวภายในประเทศจากผลทางจิตวิทยาส่วนหนึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำหรับข้าวฤดูกาลใหม่ และรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศกำลังหมดไป หรือเรียกว่า “ไม่มีตัวช่วยเรื่อง G to G จากจีนเข้ามาอีก”

ตรงกันข้าม จีนเองกำลังจะกลายเป็นคู่แข่งของการขายข้าวกับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “ตลาดแอฟริกา” ที่จีนมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลเหล่านั้น ผ่านทางนโยบายการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินอยู่แล้ว นอกเหนือไปจากตลาดข้าวในเอเชียที่จะต้องแข่งกับข้าวเวียดนาม ที่มีราคา “ถูกกว่า” ข้าวขาวไทยถึง 20 เหรียญต่อตัน

ขณะที่ภาพรวมการส่งออกข้าวของไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ทำไปได้เพียง 3.1 ล้านตัน หรือลดลงไปถึง 15.7% ด้วยมูลค่า 1,616 ล้านเหรียญ หรือลดลง 12.5% เฉลี่ยส่งออกได้เดือนละล้านกว่าตัน ยิ่งต้องมาเผชิญกับการระบายข้าวในสต๊อกของจีน และคาดการณ์กันว่า จีนจะต้องรุกเข้ามาในตลาดข้าวแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตทั้งอินเดีย-ไทย-เวียดนาม ด้วยการออกชุดมาตรการที่ทำให้เงินหยวน “อ่อนค่าลง” มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าที่จีนมีต่อสหรัฐด้วยแล้ว

จึงเป็นเรื่องยากที่ไทยจะกลับมาส่งออกข้าวในระดับ 9.5 ล้านตัน ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้อีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก ส่งออกข้าว