MADE IN THAILAND ส่งเสริมสินค้าไทยคุณภาพสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
คอลัมน์ แตกประเด็น
โดย พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธานสภาอุตฯแห่งประเทศไทย
ปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น มีมาตรการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้นหลายรูปแบบและมีสงครามทางการค้าระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ส่งออกสินค้าที่เคยส่งสินค้าไปประเทศเหล่านั้นต้องพิจารณาเลือกตลาดอื่น ๆ ทดแทน ส่งผลให้มีสินค้าจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศ ภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรหามาตรการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจของประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงได้จัดทำโครงการ MADE IN THAILAND เพื่อจุดประกายให้เกิดการสร้างความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่นในสินค้าไทย และส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในประเทศ หันมาให้การสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น โดยมอบหมายให้ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อความเป็นเลิศ (INDUSTRIAL EXCELLENCE CENTER) หรือ IEC เป็นศูนย์ประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในภารกิจของ IEC ภายใต้โครงการ MADE IN THAILAND คือ การจัดตั้ง “คณะทำงานพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลคุณลักษณะสินค้า” ร่วมกับกรมบัญชีกลาง มีหน้าที่ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลฐานข้อมูลกลางสินค้าแห่งชาติ (National Product Catalog) กับข้อมูลคลังสินค้า e-Catalog ภายใต้ระบบ e-Market ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบการจัดซื้อหลักของหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดของประเทศ โดยได้เริ่มทำการหารือเพื่อปรับปรุงและบันทึกข้อมูลในกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศเป็นโครงการนำร่อง
ทั้งนี้ ข้อมูลที่มีการบันทึกลงระบบต้องระบุมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนและถูกต้อง เป็นการพัฒนาและเพิ่มมาตรฐานของสินค้าในประเทศ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น เพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการเลือกสินค้าของหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสในการจัดซื้อ
การดำเนินการของ ส.อ.ท. ผ่านศูนย์ IEC และกรมบัญชีกลาง ดังกล่าวนี้จะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้ว่า มีผู้ผลิตในประเทศไทยรายใดบ้าง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้สินค้าที่มีคุณภาพจากผู้ผลิตในประเทศไทยก่อน รวมทั้งข้อมูลสินค้ารูปแบบใหม่นี้จะมีความชัดเจนและถูกต้องกว่าเดิม เพราะให้ผู้ผลิตที่จดทะเบียนกับกรมบัญชีกลางเป็นผู้ลงข้อมูล แทนระบบเดิมที่เปิดให้ผู้ขายเป็นผู้ลงข้อมูล
อีกทั้งยังมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับชนิดและประเภทของสินค้า รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการระบุมาตรฐานที่ชัดเจน เป็นเครื่องช่วยกำกับคุณภาพของสินค้า ลดการนำเข้าสินค้าคุณภาพต่ำ นอกจากนี้ การให้ผู้ผลิตเป็นผู้ลงข้อมูลด้วยตนเอง จะสามารถตรวจสอบและควบคุมได้ดีกว่า และหากพบว่ามีข้อมูลหรือมาตรฐานผิดพลาด ก็สามารถร้องเรียนผ่านหน่วยงานที่ ส.อ.ท.จะจัดตั้งขึ้น เพื่อช่วยตรวจสอบและตอบกลับได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเครือข่ายของผู้ผลิตในประเทศที่เป็นสมาชิกอยู่มากกว่าหนึ่งหมื่นรายทั่วประเทศ
IEC ได้ประสานงานร่วมกับสายงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์โครงการ และขอเชิญชวนผู้ผลิตสินค้าภายในประเทศที่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มสินค้าที่มีปริมาณยอดซื้อภาครัฐสูงสุด 5 ประเภท อันได้แก่ 1) เครื่องปรับอากาศ 2) ทีวี 3) กล้องวงจรปิด CCTV 4) โต๊ะนักเรียน และ 5) เก้าอี้นักเรียน เข้า
ร่วมโครงการ และลงทะเบียนบันทึกข้อมูลคุณลักษณะสินค้าในระบบ e-Catalog ของกรมบัญชีกลาง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-Market ของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีเป้าหมายให้เสร็จทันในปีงบประมาณ 2563 นี้ นอกจากนี้ IEC ยังมีแผนที่จะผลักดันการปรับปรุงฐานข้อมูลและมาตรฐานสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตามรายการสินค้าสำหรับการจัดซื้อด้วย
วิธี e-Market ของกรมบัญชีกลางทั้ง 46 ประเภท ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดของผู้ผลิตในประเทศในการรับมือกับภาวะสงครามการค้าระดับโลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน
“การจัดทำโครงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์สู่ e-Catalog ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนส่งเสริมสินค้าไทย MADE IN THAILAND ให้เป็นที่เชื่อถือ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ทั้ง 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ผลิตสินค้าไทยให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน”