เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วัชระพลเร่งอุดรอยรั่ว ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ รถราง-ห้องน้ำ-ที่จอดรถไม่พอ จี้แก้ใน 7 วัน
Uncategorized วัชระพลเร่งอุดรอยรั่ว ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ รถราง-ห้องน้ำ-ที่จอดรถไม่พอ จี้แก้ใน 7 วัน
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจไทย ลุ้นลดภาษีเหลือ 10%
Economic เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจไทย ลุ้นลดภาษีเหลือ 10%
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
ดูทั้งหมด

เงินบาทกลับมาแข็งค่า จับตา 25 ก.ย. ผลประชุม กนง.

22 ก.ย. 2562 | 10:34น.
เงินบาทกลับมาแข็งค่าช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับลงจากแรงฉุดของหุ้นกลุ่มพลังงานและตัวเลขส่งออกไทยเดือนส.ค.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และสถานะขายพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ตัวเลขยอดค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด ยังหนุนให้เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นช่วงก่อนการประชุมเฟดด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ (ที่ขยับขึ้นหลังเฟดไม่ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนในเรื่องการลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า) เริ่มจำกัดลง ประกอบกับธนาคารกลางของหลายประเทศยังไม่ลดดอกเบี้ยลงตามเฟด แม้ว่าจะยังคงส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินก็ตาม

ในวันศุกร์ (20 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 ก.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.30-30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม กนง. (25 ก.ย.) ขณะที่จุดสนใจในต่างประเทศ ได้แก่ ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสัญญาณดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนี PMI เบื้องต้น และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือนส.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2562

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,636.20 จุด ลดลง 1.55% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,077.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.73% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 2.16% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 346.76 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยขยับขึ้นเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ร่วงลงในเวลาต่อมาตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ประกอบกับมีแรงกดดันในหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมช่วงปลายสัปดาห์จากการเปิดเผยตัวเลขการส่งออกเดือนส.ค. ซึ่งค่อนข้างอ่อนแอ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (23-27 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,630 และ 1,610 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,660 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของกนง. (25 ก.ย.) ประเด็นการค้าสหรัฐฯ-จีน และสถานการณ์ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 (ครั้งสุดท้าย) ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนส.ค. รวมถึงดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนก.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ รายงานการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนก.ย. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.ของจีน