เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
Economic บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
Economic เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
Politics เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
Economic ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
‘อนุทิน’ เล็งพบ ‘ทรัมป์’ เวทีอาเซียน-เอเปค แย้มภาษีไม่เกิน 19%
Politics ‘อนุทิน’ เล็งพบ ‘ทรัมป์’ เวทีอาเซียน-เอเปค แย้มภาษีไม่เกิน 19%
ดูทั้งหมด

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจไทย ลุ้นลดภาษีเหลือ 10%

05 พ.ย. 2569 | 12:46น.
อัทธ์ พิศาลวานิช

จับตาผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2026 พลิกทิศทางเศรษฐกิจโลก หลังนักวิชาการประเมินพรรคเดโมแครตมีโอกาส 65% ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจและการค้าลำบากขึ้น เปิดช่องจำกัดอำนาจขึ้นภาษีนำเข้า ลุ้นไทยเจรจาลดภาษีมาตรา 301 จาก 12.5% เหลือ 10% ขณะที่สถานการณ์สงครามอิหร่านอาจคลี่คลาย กดราคาน้ำมันดิบลดลง 9.7% ช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อไทย 0.15–0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ พร้อมแนะรัฐบาลเร่งเจรจาสหรัฐฯ รักษาตลาดส่งออกและเตรียมรับมือความผันผวนพลังงาน

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ เรื่อง “ผลเลือกตั้งกลางเทอม 2026 สหรัฐฯ : ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย” ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ว่า การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครั้งนี้มีความสำคัญต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะหากพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญข้อจำกัดมากขึ้น

ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 218 ที่นั่ง เทียบกับพรรคเดโมแครต 214 ที่นั่ง ขณะที่วุฒิสภารีพับลิกันมี 53 ที่นั่ง และเดโมแครต 45 ที่นั่ง โดยการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่ง และวุฒิสภา 35 ที่นั่ง

สำหรับการประเมินผลเลือกตั้ง ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาไทย บทวิเคราะห์รวบรวมการคาดการณ์จากหลายสำนัก ซึ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่การแข่งขันในวุฒิสภายังคงสูสี

โดย Decision Desk HQ คาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตจะได้ 241 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร เทียบกับรีพับลิกัน 194 ที่นั่ง และเดโมแครตอาจครองวุฒิสภา 52 ต่อ 48 ที่นั่ง ขณะที่ The Economist ประเมินเดโมแครตจะได้ 234 ที่นั่ง เทียบกับรีพับลิกัน 201 ที่นั่ง ส่วน Wall Street Journal คาดเดโมแครตได้ 224 ที่นั่ง เทียบกับรีพับลิกัน 211 ที่นั่ง และวุฒิสภาอาจแบ่งกันฝ่ายละ 50 ที่นั่ง

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ที่บทวิเคราะห์รวบรวมไว้ ไม่ใช่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

ชี้เดโมแครตมีโอกาส 65% ยึดสองสภา

ดร.อัทธ์ประเมินว่า ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ 2 ฉากทัศน์สำคัญ ได้แก่ พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา มีความน่าจะเป็น 65% และพรรคเดโมแครตครองสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่รีพับลิกันยังรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภา มีความน่าจะเป็น 35%

หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา จะเพิ่มอำนาจในการต่อรองงบประมาณและขัดขวางการออกกฎหมายใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงสามารถผลักดันกฎหมายจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการขึ้นภาษีนำเข้า และมาตรการกีดกันทางการค้าอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีอำนาจต่อรองงบประมาณสำหรับปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน และสามารถผลักดันกฎหมายจำกัดการใช้กำลังทางทหารได้มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้สถานการณ์ความขัดแย้งมีโอกาสคลี่คลาย

แต่หากเดโมแครตชนะเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่รีพับลิกันยังครองวุฒิสภา การดำเนินนโยบายของทรัมป์จะเผชิญการตรวจสอบและแรงกดดันเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายบริหารยังสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายเดิมได้ โดยการแก้ไขกฎหมายสำคัญยังต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภา

ลุ้นภาษีสหรัฐฯ ลดเหลือ 10%

สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย ดร.อัทธ์ประเมินว่า หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา จะเพิ่มโอกาสให้สภาคองเกรสผลักดันกฎหมายจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ในการกำหนดภาษีนำเข้า

โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าตามมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ ซึ่งบทวิเคราะห์ระบุอัตราภาษีที่ 12.5% มีโอกาสปรับลดลงเหลือ 10% ภายใต้ฉากทัศน์ที่เดโมแครตครองทั้งสองสภา

อย่างไรก็ตาม หากพรรคเดโมแครตครองเพียงสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่รีพับลิกันยังครองวุฒิสภา อัตราภาษีดังกล่าวอาจยังคงอยู่ที่ 12.5% เนื่องจากการแก้ไขกฎหมายต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองสภา

บทวิเคราะห์จึงเสนอให้รัฐบาลไทยเร่งหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อเจรจาปรับลดภาษีมาตรา 301 จาก 12.5% เหลือ 10% พร้อมผลักดันการทบทวนอัตราภาษีเป็นรายสินค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย

น้ำมันดิบจ่อลด 9.7% เงินเฟ้อไทยมีโอกาสชะลอ

อีกหนึ่งผลกระทบสำคัญคือทิศทางราคาพลังงานโลก โดยบทวิเคราะห์ประเมินว่า หากเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา และมีความคืบหน้าในการเจรจาสถานการณ์อิหร่าน จนการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซคล่องตัวขึ้น จะเพิ่มโอกาสให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง

ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจลดลงจาก 103.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือ 93.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือลดลง 9.7%

หากต้นทุนพลังงานที่ลดลงส่งผ่านมายังราคาน้ำมันขายปลีกของไทย ทำให้ราคาปรับลดลง 3–5% และกำหนดให้สินค้ากลุ่มดังกล่าวมีน้ำหนัก 5% ในตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภค จะส่งผลโดยตรงให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยต่ำกว่ากรณีฐานประมาณ 0.15–0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ภายใต้เงื่อนไขที่ปัจจัยอื่นเป็นไปตามกรณีฐาน

นอกจากนี้ ยังประเมินว่า ไทยมีโอกาสไม่ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อผ่อนคลายลง

ในทางกลับกัน หากเดโมแครตครองเสียงข้างมากเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่รีพับลิกันรักษาวุฒิสภา ราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวที่ระดับ 103.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจา ขณะที่อัตราภาษีนำเข้า เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากกรณีฐานตามสมมติฐานของบทวิเคราะห์

แนะไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ รักษาตลาดส่งออก

ดร.อัทธ์เสนอแนวทางรับมือสำหรับประเทศไทย 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าตามมาตรา 301 และขอทบทวนภาษีเป็นรายสินค้า

ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและหลักฐานการตรวจสอบย้อนกลับ โดยเฉพาะถิ่นกำเนิดวัตถุดิบและหลักฐานด้านแรงงาน เพื่อรองรับมาตรการตรวจสอบทางการค้าของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง หากต้นทุนพลังงานกลับมาปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนภาคการส่งออก จำเป็นต้องรักษาฐานตลาดสหรัฐฯ ควบคู่กับการกระจายตลาดใหม่ โดยเปรียบเทียบอัตราภาษีของสินค้าไทยกับประเทศคู่แข่งเป็นรายสินค้า เพื่อรักษาคำสั่งซื้อเดิมและเพิ่มโอกาสขยายตลาดส่งออกในระยะต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐ เลือกตั้ง