บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 2 ต.ค. 2562 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระหว่างวันการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐ หลัง ISM เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนก.ย.ดิ่งลงสู่ระดับ 47.8 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2009 และบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว จึงก่อให้เกิดความวิตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญกับสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในอนาคต ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาทวิตตำหนิธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ว่า เฟดกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูงจนเกินไป และปล่อยให้ดอลลาร์แข็งค่าจนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี พร้อมๆกับกระตุ้นแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงถึง 343.79 จุด หรือ -1.28% จึงเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงบวกลงในช่วงปลายตลาด สำหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย.จาก ADP และถ้อยแถลงของนายชาร์ลส์ อีวานส์ ประธานเฟดชิคาโก และนายแรนดัล ควอร์เลส หนึ่งในผู้ว่าการเฟด
ปัจจัยทางเทคนิก
หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวานนี้ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซน 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสำคัญที่ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน
เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้น หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำเปิดสถานะขายหากไม่ผ่านโซน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวโดยอาจใช้บริเวณ 1,467-1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับให้ชะลอการซื้อคืนรวมถึงการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป
คำแนะนำ เน้นเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยมีแนวต้านบริเวณ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซนแนวต้าน ขณะที่การเสี่ยงซื้ออาจดูบริเวณแนวรับ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไป