เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
Real Estate SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
ดูทั้งหมด

พรุ่งนี้ “อนุทิน-ศักดิ์สยาม” เคาะแผนลงทุนรถไฟฟ้าสายสีส้ม-สคร.ห่วงนับหนึ่งใหม่ทำโครงการช้า

07 ต.ค. 2562 | 20:59น.

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้เรียกกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มาให้ข้อมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีสมตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – บางขุนนนท์ ระยะทาง 27 กม. เงินลงทุน 122,041 ล้านบาทแล้ว โดยให้กรอบไปว่าต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3 ส่วนคือ ประชาชน รัฐบาล และเอกชน

โดยกรมราง ได้นำข้อมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย – มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง) มาเปรียบเทียบ ก็พบว่าทั้งสองสายเป็นระบบโมโนเรลและใช้รูปแบบการลงทุนแบบ PPP เพราะว่าระบบโมโนเรล ขบวนรถจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดรูปแบบของการสร้างราง ซึ่งไม่สามารถแยกงานโยธาออกมาได้เหมือนการทำรางหนัก (Heavy Rail)

ส่วนสนข.เสนอมิติที่เป็นข้อกังวลในประเด็นต่างๆ เช่น ค่าโดยสารที่จะจัดเก็บ, เพดานหนี้สาธารณะ เป็นต้น แต่เมื่อดูต้นทุนแล้ว หากแยกงานโยธาออกมาจะทำให้ต้นทุนของโครงการถูกขึ้น จากเดิมประมาณ 120,000 ล้านบาท จะเหลือเพียง 90,000 ล้านบาท

อีกทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้ก็จะถูกกว่าให้เอกชนเป็นผู้รับผิดชอบด้วย แต่ข้อมูลคาดการณ์ผู้โดยสารมองว่า ยังน้อยไป เพราะข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า เมื่อรวมผู้โดยสารทั้งสองช่วงจะมีผู้โดยสารใช้งาน 440,000 คน/วัน จึงให้สนข.ไปปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยมากขึ้น เพราะควรจะต้องมีผู้โดยสารมากกว่านี้

ส่วนอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return: IRR) ของโครงการอยู่ที่ 9.75% แต่ไม่ส่งลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี เพราะตอนนี้เพดานอยู่ที่ 42% จากเดิมที่ให้ 60% ยังไม่มีปัญหา

ในวันที่ 8 ต.ค.จะนำข้อมูลทั้งหมดเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมเป็นผู้พิจารณา ตัดสินใจเลือกรูปแบบการลงทุนที่ดีที่สุด หากเลือก PPP เดิม ก็เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบได้เลย แต่หากจะแยกงานโยธาออก ก็จะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) รับทราบ ยืนยันว่าหากแยกงานจริงก็ไม่ทำให้โครงการล่าช้า

ด้านนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร .) กล่าวกับ”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า หากกระทรวงคมนาคมจะเสนอแยกงานโยธาออกจากงานระบบจริง ก็จะต้องทำความเห็นเสนอให้ครม.เห็นชอบก่อน เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สรค.) จัดวาระรอเสนอ ครม.แล้ว

เมื่อครม.เห็นชอบ กระทรวงคมนาคมจะต้องนำเรื่องนี้ตีกลับไปที่ รฟม. เพื่อให้รฟม.แยกงานโยธาออกจากงานระบบ โดยงานโยธาที่จะให้รัฐทำเอง จะต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560

ส่วนงานระบบที่จะนำมาลงทุนแบบ PPP จะต้องตีกลับมาให้บอร์ดรฟม.อัพเดทผลการศึกษาใหม่ และต้องปรับรูปแบบโครงการให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน 2562 (พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562) ด้วย เนื่องจากเดิมโครงการนี้อยู่ในพ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 ซึ่งโครงการจะอนุมัติได้ช้าหรือเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคมว่าจะใช้เวลาศึกษานานหรือไม่ เพราะในกระบวนการพิจารณาของ สคร. ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 – 6 เดือนแล้ว

“ที่เรื่องนี้เป็นประเด็น ก็เนื่องจากในขั้นตอนขอรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอครม. สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) มีความเห็นว่า หากแยกงานโยธาออกมาให้รัฐทำเอง จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้ลงได้มาก เพราะการทำ PPP รัฐอาจจะต้องชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้เอกชน ในกรณีที่เอกชนไปกู้เงินมาทำโครงการ แต่ สบน.บอกว่าไม่คัดค้านแค่มีข้อสังเกตเท่านั้น จึงเป็นประเด็นที่ประชุมครม.เศรษฐกิจสั่งการให้ทบทวนโครงการนี้ในที่สุด”

นายประภาศ กล่าวอีกว่า จริงๆแล้ว สคร.เคยทำความเห็นชี้แจง สบน.แล้วว่า การร่วมทุนแบบ PPP จะทำให้รัฐไม่ต้องมีภาระงบประมาณมาก ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เอกชนได้รับจะสูงและรัฐต้องชดเชยนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องชดเชยในคราวเดียว สามารถแบ่งชำระได้ ไม่เป็นภาระงบประมาณแน่นอน