เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

เลียม กัลลาเกอร์ ต้องรับผล (กรรม) อย่างไรเมื่อไม่มี Oasis

16 ต.ค. 2562 | 20:35น.
คอลัมน์ Music Talk โดย ท้องฟ้าสีเทา

คอลัมน์ Music Talk ฉบับนี้พูดตรง ๆ ง่าย ๆ เลย คือ อยากจะชวนคุณผู้อ่านไปดูหนัง Liam Gallagher : As It Was หนังสารคดีชีวิตของเลียม กัลลาเกอร์ (Liam Gallagher) ร็อกสตาร์ฝีปากกล้าแห่งวง Oasis ที่กำกับโดย ชาร์ลี ไลเทนนิ่ง (Charlie Lightening) และ กาวิน ฟิตซ์เจอรัลด์ (Gavin Fitzgerald) ซึ่งกำลังฉายในโรงภาพยนตร์อยู่ขณะนี้

Oasis เป็นร็อกสตาร์จากอังกฤษที่โด่งดังแห่งยุค 1990s ถึงแม้ว่านับถึงปัจจุบันพวกเขาจะยุบวงแยกย้ายกันไป 10 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังครองพื้นที่สื่อได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ยิ่งกว่าวงที่ยังแอ็กทีฟอยู่ซะอีก เรียกว่าเป็นวงที่สื่อดนตรีรักที่จะเขียนข่าวถึงมาก ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นข่าวอะไรเกี่ยวกับพวกเขาก็ “ขายได้” และ “ขายดี” โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า Oasis จะรียูเนี่ยน แม้โอกาสจะเกิดขึ้นจริงยาก แต่ทุกครั้งที่มีข่าวก็จะเป็นเรื่องฮือฮาเสมอ เพราะมีแฟน ๆ ทั่วโลกหวังให้ข่าวลือกลายเป็นความจริง

คนที่เป็นแฟน Oasis หรือสนใจเรื่องราวของวงดนตรี อาจจะเคยดูหนังสารคดีเรื่อง Oasis : Supersonic ที่กำกับโดย แม็ต ไวต์ครอสส์ (Mat Whitecross) เมื่อปี 2016 ที่บอกเล่าเรื่องราวการเกิดและการแตกหักที่นำไปสู่จุดจบของวง Oasis ซึ่งตัวแปรสำคัญที่ผลักดันให้วงไปถึงจุดแตกหักก็คือ นักร้องนำตัวปัญหา เลียม กัลลาเกอร์ นี่เอง

(อย่างที่หลายคนรู้อยู่แล้ว) หลังจากที่ Oasis มีปัญหากันมานาน (ซึ่งจริง ๆ คนที่มีปัญหากันก็คือ สองพี่น้องนี่แหละ) จนถึงจุดหนึ่ง โนล กัลลาเกอร์ พี่ชายผู้เป็นกระดูกสันหลังของวงก็ทนไม่ไหว แล้วออกจากวงไป ทำให้ Oasis ต้องถึงจุดจบไปโดยปริยาย

จากนั้นโนลทำผลงานเดี่ยวของตัวเอง ในชื่อ Noel Gallagher’s High Flying Birds ส่วนเลียมกับสมาชิกวงที่เหลือก็เดินหน้าต่อไปในชื่อวง Beady Eye มีผลงานออกมา 2 อัลบั้ม แต่วงชื่อใหม่นี้ก็ถึงจุดจบอีกในปี 2014

เลียมใช้ชีวิตเคว้งคว้างอยู่นานก่อนจะเอาตัวเองออกจากช่วงเวลาที่เลวร้าย แล้วทำผลงานในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยออกอัลบั้มแรกเมื่อปี 2017 และเพิ่งมีอัลบั้มที่ 2 ชื่อ Why Me ? Why Not ออกมาในปีนี้ ซึ่งเขาวางแผนเลือกจังหวะเวลาปีเดียวกันนี้ปล่อยภาพยนตร์ชีวิตของตัวเองออกมาเสริมกระแสการกลับมาทวงบัลลังก์ร็อกสตาร์ฝั่งอังกฤษ

จุดเริ่มของโปรเจ็กต์ภาพยนตร์สารคดี As It Was มาจากการที่เมื่อหลายปีก่อน เลียมอนุญาตให้สองผู้กำกับ ชาร์ลี ไลเทนนิ่ง และ กาวิน ฟิตซ์เจอรัลด์ เข้าไปบันทึกทุกอย่างในชีวิตของเขา นับตั้งแต่การล่มสลายของวง Oasis ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการงาน ถ่ายทอดตัวตนทุกอย่างของเขา ทั้งในฐานะศิลปินผู้โด่งดังและในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับการเดินทางในเส้นทางของศิลปินเดี่ยว

ถ้าเรื่องราวในภาพรวมของวง หลาย ๆ ปัญหามาจากเลียม ผู้เขียนคิดว่า หนังสารคดี Liam Gallagher : As It Was ที่ติดตามเรื่องราวชีวิตของเลียม นับตั้งแต่จุดสูงสุดของวงในอัลบั้ม (What’s the Story) Morning Glory ? มาถึงยุคที่เป็น Beady Eye จนมาถึงปัจจุบัน ก็น่าจะเหมือนเป็นภาคต่อของ Oasis : Supersonic ที่ทำให้เราได้เห็นว่า หลังจากสร้างปัญหาแล้ว เลียมได้รับผลจากการกระทำของตัวเองยังไงบ้าง

ในคอนเทนต์โปรโมตจากบริษัทผู้สร้างหนัง Liam Gallagher : As It Was บอกว่า “หนังเรื่องนี้จะเผยให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของเลียม กัลลาเกอร์ ร็อกสตาร์ระดับไอคอน ที่แตกต่างจากที่แทบลอยด์ของอังกฤษเคยเปิดเผยมา” ขณะที่ผู้กำกับ กาวิน ฟิตซ์เจอรัลด์ พูดถึงเลียมว่า “แรกเริ่ม ผมประหลาดใจนะที่เขาเป็นคนดี …เขาเป็นคนขี้เล่น ตลก และขี้โอ่ และเขาดูผ่อนคลายมาก ๆ ด้วย”

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือ เป็นเรื่องราวของบุคคลที่อยู่ในความสนใจของผู้คนเสมอมาเป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้ว และเมื่อมันถูกนำมาเล่าอย่างจริงจังด้วยความพอใจนำเสนอของเจ้าตัว มันก็จะทำให้คนดูรู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้นแน่ ๆ

คำเตือนมีอยู่ว่า สิ่งที่คนดูคงต้องเผื่อใจไว้ (ณ ตอนที่คนเขียนก็ยังไม่ได้ดู) คือ เราไม่แน่ใจว่าหนังจะเล่าด้วยน้ำเสียงที่เข้าข้างเลียมมากไปหรือเปล่า เพราะชาร์ลี ไลเทนนิ่ง นอกจากจะเป็นผู้กำกับของเรื่องแล้วยังเป็นเพื่อนของเลียมด้วย

ยังไงก็เถอะ นี่ก็เป็นหนังสารคดีที่แฟน ๆ Oasis จะพลาดไม่ได้อยู่แล้ว รวมถึงคนที่สนใจเรื่องราวชีวประวัติคนดัง ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน เพราะนี่คือหนึ่งในคนดังที่สุดของยุคสมัยหนึ่ง ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเขานั้นสนุกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขนาดเป็นข่าวที่เราอ่านกันแค่ text ก็ยังสนุกเลย แล้วในหนังสารคดีคือภาพเคลื่อนไหว ได้ยินน้ำเสียง ได้ยินคำสบถ ได้เห็นสีหน้าอารมณ์ ได้เห็นสถานที่สำคัญในแต่ละเหตุการณ์ ก็ยิ่งจะทำให้เรารู้จักและเข้าใจเขามากขึ้น และจะได้เห็นว่า นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ข่าวของ Oasis ยังมีเสน่ห์อยู่เสมอ