เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
Finance กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
Economic ‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
SD องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
Politics สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
Finance กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
Finance บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
Finance บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
Business สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
Politics ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
ดูทั้งหมด

ส่อง “สตาร์ตอัพ AI” จีน ถูกสหรัฐ “แบล็กลิสต์” ปมอุยกูร์

18 ต.ค. 2562 | 12:55น.

“จีน” เป็นประเทศยักษ์ใหญ่ที่ตั้งเป้าเป็นชาติผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ “เอไอ” ภายในปี 2030 ไม่ต่างจากชาติมหาอำนาจอื่นที่ต่างมองว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าจะช่วยให้สามารถพัฒนาประเทศแซงหน้าชาติอื่นได้ ทำให้รัฐบาลจีนมุ่งส่งเสริมสตาร์ตอัพเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างมาก ท่ามกลางคำถามด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลจากการใช้งานเทคโนโลยีของจีน

โดยหลังจากที่สหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำ “บริษัทและหน่วยงาน 28 แห่งของจีน” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยห้ามไม่ให้ซื้อหรือนำเข้าเทคโนโลยีที่ผลิตในสหรัฐ ด้วยเหตุผลว่า บริษัทและหน่วยงานเหล่านี้มีส่วนในการสร้างเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้อย่างละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการสอดส่องความเคลื่อนไหว และจับกุมชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน

“ซีเอ็นเอ็น” รายงานถึงสถานการณ์การเติบโตของสตาร์ตอัพเอไอของจีนว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจีนส่งเสริมสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีเอไอเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการวิจัยและพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งของต่างชาติและของจีน โดยมีบริษัทสตาร์ตอัพเอไอ ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปอยู่ในจีนถึง 6 จาก 11 บริษัททั่วโลก

“เซนส์ไทม์” (SenseTime) เป็นหนึ่งในสตาร์ตอัพที่ถูกแบนโดยสหรัฐ ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพด้านเอไอที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีน ด้วยเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทขนาดใหญ่ทั้ง “ซอฟต์แบงก์” บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และ “อาลีบาบา” อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน โดยปัจจุบันเซนส์ไทม์มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยเซนส์ไทม์เป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าจากข้อมูลทั้งกล้องในโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์จีน และจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ในจีน รวมไปถึงยังมีการพัฒนา “อ็อกเมนเต็ดเรียลิตี้” (augmented reality) หรือเทคโนโลยีที่ผสมผสานความเป็นจริงเสมือนในแอปพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง “สแนปแชต” ด้วย

ขณะที่ “แมกวี” (Megvii) บริษัทสตาร์ตอัพจีนอีกแห่งที่ปรากฏชื่อในบัญชีดำ ก็เป็นผู้พัฒนาระบบจดจำและวิเคราะห์ใบหน้าอย่าง “เฟซพลัสพลัส” (Face++) ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในจีน ปัจจุบันแมกวีมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ “อีถู” (YITU) ผู้พัฒนาเอไอจดจำใบหน้าอีกแห่งในแบล็กลิสต์ของสหรัฐ ซึ่งใช้สำหรับภาคธุรกิจบริการทางการเงินและภาครัฐอีกราย ก็มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของซีบีอินไซต์ส (CB Insights) บริษัทวิจัยสตาร์ตอัพของสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมี “ฮิกวิชั่น” (Hikvision)ผู้ผลิตกล้องวงจรปิดด้วยระบบเอไอ และ “ไอฟลายเท็ก” (iFlyTek) ผู้พัฒนาระบบรับรู้ด้วยเสียงที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยสหรัฐด้วย

บริษัทเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนการเติบโตของสตาร์ตอัพเทคโนโลยีเอไอของจีนที่ขยายตัวอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากการที่จีนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเอไอในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการบุคคลทั่วไป การจัดการโลจิสติกส์ การตรวจสอบปรับปรุงคุณภาพโรงงาน การปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสม ไปจนถึงการวิเคราะห์เวชระเบียนผู้ป่วยในโรงพยาบาล

รายงานระบุว่า อุตสาหกรรมเอไอของจีน มีศักยภาพสูงจากหลายปัจจัย ทั้งแรงงานรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลจีนที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง รวมทั้งจำนวนชาวจีนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตราว 850 ล้านคน ขณะที่ภาคธุรกิจจีนก็มีการปรับตัวอย่างมากเช่นกัน ยักษ์เทคโนโลยีจีนหลายราย อย่าง “ไป่ตู้” (Baidu) และ “เทนเซ็นต์” (Tencent) ได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยในสหรัฐเพื่อพัฒนาเอไอของตน

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐครั้งนี้ จึงมองว่าเป็นการพุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีของจีนโดยเฉพาะ แม้จะกล่าวอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนในซินเจียงก็ตาม อย่างไรก็ตาม “พอล ทริโอโล” ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเทคโนโลยีระดับโลกของ “ยูเรเซียกรุ๊ป” ระบุว่า “สหรัฐและจีนกำลังต่อสู้กันเพื่อครอบครองเทคโนโลยีแห่งอนาคตในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี”

ผลจากการแบนของสหรัฐครั้งนี้ อาจทำให้การเติบโตของสตาร์ตอัพจีนชะลอตัวลงเพราะยังต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิปของสหรัฐ แต่หลายบริษัทของจีน เปิดเผยว่ามีแผนรับมือแล้ว เช่น “แมกวี” เผยว่าบริษัทกำลังลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์อเมริกัน และหันมาซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในจีนมากขึ้น ทั้งระบุว่า ซัพพลายเออร์ที่แมกวีซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ใน 5 อันดับแรกตั้งอยู่ในจีน สหรัฐเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการผลิตสินค้าเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญของยูเรเซีย ระบุด้วยว่า ทุกบริษัทจีนมีแนวโน้มที่จะสำรองชิ้นส่วนชิปสำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งหาซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหม่แต่การตัดสินใจของสหรัฐครั้งนี้อาจทำให้บริษัทเทคโนโลยีจีนไม่สามารถหาตัวเลือกใหม่ที่มีคุณภาพเทียบเท่าเทคโนโลยีจากสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการคุกคามอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนในระยะยาวได้เช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาลีบาบา