เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบท่ามกลางความไม่แน่นอนในประเด็นการค้าจีน-สหรัฐ

14 พ.ย. 2562 | 19:08น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/11) ที่ระดับ 30.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (13/11) ที่ระดับ 30.24/25 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่นักลงทุนยังรอความชัดเจนในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งเมื่อคืนวาน (13/11) ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน พร้อมกับกล่าวว่า เขาจะยอมรับข้อตกลงที่ดีสำหรับสหรัฐ และแรงงานสหรัฐ นอกจากนี้ นายทรัมป์ได้กล่าวว่า สหรัฐและจีนใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าระยะแรกแล้วโดยทางจีนได้ยินอมที่จะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ บนยอดเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของจีน เมื่อวานสำนักข่าว
วอลสตรีทเจอร์นอลได้รายงานว่า จีนยังคงระมัดระวังที่จะระบุยอดเงินและรายการสินค้าออกมาเป็นสัญญาที่ชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลจีนพยายามจะหลีกเลี่ยงการทำข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ ที่จะให้สหรัฐได้เปรียบมากกว่าจีน และจีนต้องการความยืดหยุ่นทางนโยบายทางการค้าหากเกิดข้อพิพาทกับสหรัฐอีกในอนาคต

นอกจากนี้เมื่อวาน (13/11) นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรซ โดยระบุว่าเฟดไม่มีแนวโน้มจะปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ ตราบใดที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงดำเนินไปตามแนวทางปัจจุบัน พร้อมกับย้ำว่าการที่เฟดได้ใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในปีนี้ ได้หนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ตลาดเงินในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในตลาดหลังจากมีความผันผวนในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืน ท่ามกลางสภาพคล่องที่ตึงตัวนั้นถือเป็นการดำเนินการทางเทคนิค ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายทางการเงินของเฟดแต่อย่างใด ถึงแม้การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เฟดมีงบดุลสูงขึ้น 2.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.21-30.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/11) ที่ระดับ 1.1002/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13/11) ที่ระดับ 1.1015/16 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงสวนทางกับเงินดอลลาร์จากแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงตามความกังวลที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนในประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ตามระหว่างวัน (14/11) มีรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนีในเดือนตุลาคมออกมาปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเปรียบเทียบรายเดือนซึ่งเท่ากับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อีกทั้งมีรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปในเดือนกันยายนออกมาปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับลดลงร้อยละ 0.2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0992-1.1015 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1001/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/11) ที่ระดับ 108.78/79 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13/11) ที่ระดับ 108.90/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยนแข็งค่าจากแรงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยขณะที่นักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประเด็นของข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.55-108.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (14/11), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนตุลาคม (14/11), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (14/11), ยอดค้าปลีกเดือนตุลาคม (15/11), ราคานำเข้าและส่งออกเดือนตุลาคม (15/11), ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพฤศจิกายน (15/11), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนกันยายน (15/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.35/-1.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.25/1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ