เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมการจัดหางาน หนุนวัยเก๋า 60+ มีงานทำ ดันเข้าโครงการสร้างอาชีพ
HR กรมการจัดหางาน หนุนวัยเก๋า 60+ มีงานทำ ดันเข้าโครงการสร้างอาชีพ
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
หุ้นไทยทุบสถิติใหม่! ปันผลทะลุ 8 แสนล้าน แบงก์แชมป์จ่าย 2 แสนล้าน พลังงาน-สื่อสารตามติด
Finance หุ้นไทยทุบสถิติใหม่! ปันผลทะลุ 8 แสนล้าน แบงก์แชมป์จ่าย 2 แสนล้าน พลังงาน-สื่อสารตามติด
กรุงไทย ชูออมไร้พรมแดน ส่งเงินฝากประจำ USD ดอกเบี้ยสูงสุด 4.6% ต่อปี
Finance กรุงไทย ชูออมไร้พรมแดน ส่งเงินฝากประจำ USD ดอกเบี้ยสูงสุด 4.6% ต่อปี
ผุด ‘ข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์’ คุมเข้มปราบส่วย เอาผิด จนท.รัฐ ละเมิดกฎหมาย
Politics ผุด ‘ข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์’ คุมเข้มปราบส่วย เอาผิด จนท.รัฐ ละเมิดกฎหมาย
SCB จับมือชับบ์ ลุยประกันอุบัติเหตุทุกวัย ชูเบี้ยเริ่ม 960 บาท-ซื้อผ่านแอป
Finance SCB จับมือชับบ์ ลุยประกันอุบัติเหตุทุกวัย ชูเบี้ยเริ่ม 960 บาท-ซื้อผ่านแอป
พรุ่งนี้ชง ครม. ขอเพิ่มงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ หมื่นล้าน จ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน
Politics พรุ่งนี้ชง ครม. ขอเพิ่มงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ หมื่นล้าน จ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน
ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
Biz Movement ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5% แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
World จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5% แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank-แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
Politics ‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank-แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

เงินบาททยอยแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า ตัวเลข GDP ไตรมาส3-ดีลการค้าจีน-สหรัฐ

17 พ.ย. 2562 | 08:52น.
เงินบาททยอยแข็งค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการทำข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยแข็งค่า โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย ที่ได้รับแรงหนุนท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การเจรจาการค้าของสหรัฐฯ-จีน ซึ่งมีสัญญาณเชิงลบตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวว่ายังไม่มีการตอบตกลงเรื่องการทยอยลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน และสหรัฐฯ อาจปรับเพิ่มภาษีอีกครั้ง หากสองประเทศไม่บรรลุข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกระหว่างกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาทรงตัวในกรอบแคบๆ ในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนยังคงรอประเมินความคืบหน้าของดีลการค้าของสหรัฐฯ-จีนอย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ (15 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.21 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.38 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 พ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.10-30.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/62 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วย มุมมองเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด และสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ย. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การขออนุญาตก่อสร้าง ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนก.ย. นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามบันทึกการประชุมเฟด (29-30 ต.ค.) และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ และประเทศชั้นนำอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

สวนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,602.23 จุด ลดลง 2.17% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 47,763.36 ล้านบาท ลดลง 19.10% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 3.95% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 319.49 จุด

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่ายังไม่ได้ตกลงจะยกเลิกกำแพงภาษีต่อสินค้าจีน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จีนเรียกร้องหากต้องการบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ แรงขายหุ้นบิ๊กแคปบางตัวยังฉุดให้ดัชนีฯ ร่วงลงต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,590 และ 1,575 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,615 และ 1,625 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 ของไทย สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน สถานการณ์ BREXIT รวมถึงถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ บันทึกการประชุมเฟด ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) และผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น รวมถึงดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนพ.ย.ของยูโรโซนและญี่ปุ่น