หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าลบ 4.20 จุด ซื้อขายกว่า 2.1 หมื่นล้าน
วันที่ 20 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีSETเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และอยู่ในแดนลบ ก่อนจะปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,603.05 จุด ลบ 4.20 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 21,362 ล้านบาท โดยมีหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 582 หลักทรัพย์ ลดลง 798 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 474 หลักทรัพย์
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 20 พ.ย.62 ว่า มีมุมมองเป็นลบ คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) อ่อนตัวลงทดสอบ 1,600 จุด ก่อนจะสลับรีบาวด์ จากสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ไม่แน่นอน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากันได้ (ทั้งนี้สหรัฐมีกำหนดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนขึ้นอีก 15% ยอด 3 แสนล้านดอลลาร์ ในวันที่ 15 ธ.ค.) ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยโดยล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี อ่อนตัวลงสู่ 1.77%
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดลงแรงจากคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะเพิ่มขึ้นรวมถึงรัสเซียจะไม่ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีกในการประชุมวันที่ 5 – 6 ธ.ค. ซึ่งกดดันต่อกลุ่มพลังงานและภาวะตลาดให้อ่อนตัวลง
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4/62 ยังคงเติบโตขึ้น ได้แก่ CPF, ERW, TASCO, EPG, SAWAD, MTC และ JMT กลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive Stock) ได้แก่ AOT, INTUCH, ADVANC, BEM, BTS, BDMS, BCH, CHG, GPSC และ TTW
นอกจากนี้ แนะนำหุ้นที่ได้รับการปรับน้ำหนักเข้าคำนวณในดัชนี MSCI (MSCI Rebalance) มีผล 26 พ.ย. กลุ่มมาตรฐานโลก (Global Standard) เพิ่ม BGRIM, GPSC, OSP และ SAWAD ส่วนกลุ่มหุ้นเล็ก (Small Cap) เพิ่ม CENTEL, DOHOME, JMT, SPRC, STPI, TPIPP และ TQM
