ตลาดหุ้นหวั่นสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าจีนอีก 3 แสนล้านเหรียญ กดดันทิศทางการลงทุนต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 22 พ.ย.62 ว่า เรามีมุมมองเป็นกลาง คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) แกว่งตัว 1,585 – 1,600 จุด แม้ว่าภาวะตลาดจะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นราว 2.8% จากคาดการณ์การประชุมของกลุ่มโอเปกและพันธมิตรในวันที่ 5-6 ธ.ค. มีโอกาสจะขยายเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปถึงกลางปี 2020 รวมถึงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นจะเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ความกังวลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ไม่แน่นอน หลังสหรัฐผ่านร่างกฎหมายปกป้องสิทธิมนุษยชนในฮ่องกงซึ่งกดดันต่อความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ล่าสุด แม้ว่าทางจีนได้เชิญผู้แทนการค้าสหรัฐเข้าร่วมการเจรจารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง แต่ยังไม่มีการกำหนดวันที่ชัดเจน ส่งผลให้สหรัฐมีโอกาสเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 15% รวม 3 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งกดดันต่อทิศทางการลงทุนโดยรวม
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4/62 จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ CPF, ERW, TASCO, EPG, SAWAD, MTC และ JMT หุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive Stock) ได้แก่ AOT, INTUCH, ADVANC, BEM, BTS, BDMS, BCH, CHG, GPSC และ TTW รวมถึงหุ้นที่ได้รับการประบน้ำหนักเข้าคำนวณในดัชนี MSCI (MSCI Rebalance) ที่จะมีผล 26 พ.ย.62 ได้แก่ ในกลุ่มมาตรฐานโลก (Global Standard) เพิ่ม BGRIM, GPSC, OSP และ SAWAD ส่วนกลุ่มหุ้นเล็ก (Small Cap) เพิ่ม CENTEL, DOHOME, JMT, SPRC, STPI, TPIPP และ TQM
ขณะที่หุ้นเด่น (Top Pick) วันนี้แนะนำซื้อ JMT (ราคาปิดที่ 22.8 บาท ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท) โดยคาดว่าแนวโน้มกำไรจะยังพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ (All time high) ได้ทุกไตรมาส จากรายได้ของการเรียกเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตหรือฐานลูกหนี้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพอร์ตหนี้ในการบริหารทั้งหมด 1.4 แสนล้านบาท สามารถสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องไปได้อีกอย่างน้อย 12 ปี และล่าสุดได้ข่าวดี MSCI ปรับเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global small cap
รวมถึง CPF (ราคาปิดที่ 26.00 บาท ราคาเป้าหมาย 33.50 บาท) แนะนำทยอยสะสม โดยมองว่าราคาหุ้นลดลงสะท้อนข่าวแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์หมูแอฟริกาไปแล้ว ขณะที่ปัจจุบันราคาหมูในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากระดับ 55 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 61-62 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับราคาหมูเวียดนามที่ฟื้นตัวขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 33,000 ดองต่อกิโลกรัม ขึ้นเป็น 60,000 ดองต่อกิโลกรัม คาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาส 4 ให้สามารถฟื้นตัวได้