มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯรับลมหนาว จัดงาน “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดงาน “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6 รับลมหนาวเดือนธันวาคม-มกราคม เน้นอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี วิถี 6 ชนเผ่าจากรุ่นสู่รุ่น ส่งเสริมท่องเที่ยวแบบครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการจัดงานเทศกาลประจำปี “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6 ขึ้น บริเวณโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยมีนายพลชม จันทร์อุไร ประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิด ภายในงานมีการจัดแสดงทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การรำนก รำโตของชาวไทใหญ่ การปล่อยลูกโป่งตัว “โต” ที่สูงกว่า 9 เมตร ที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลแห่งความสุขท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายและดอกไม้เมืองหนาว ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมในพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้งานจัดขึ้น 4 ช่วงคือ ระหว่างวันที่ 4-10 ธ.ค. วันที่ 14-15 ธ.ค. วันที่ 21 ธ.ค. 2562-21 ธ.ค. 2563 และวันที่ 11-12 ม.ค. 2563 ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

กิจกรรมภายในงานมีการจัดโซนอาหารแบบชนเผ่าดั้งเดิมและอาหารรสเลิศตำรับชาววัง เช่น ข้าวปุ๊กจากชาวลาหู่ ข้าวฟืนทอดจากชาวไทใหญ่ ฯลฯ โซนหัตถกรรม โซนถ่ายรูปเช็กอิน โซนกิจกรรมซึ่งเปิดให้ผู้ไปเยือนได้ผจญภัยกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนสะพานเรือนยอดไม้ในป่าความสูงกว่า 30 เมตร การจัดกิจกรรมงานฝีมือ การละเล่นพื้นบ้าน เช่น ไม้ต่อขา สะบ้าดอย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโซนดอยช้างมูบที่จะพานักท่องเที่ยวชมสวนรุกขชาติดอยช้างมูบและอื่น ๆ และที่สำคัญที่สุดในปีนี้มีการจัดกิจกรรมร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ มากมาย เช่น การใช้วัสดุตกแต่งจากธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น การรณรงค์พกถุงผ้า แก้วน้ำมาเอง มีการจัดแยกขยะ 8 ประเภทเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน จ.เชียงราย แวะเวียนไปชมงานเป็นจำนวนมาก

นายพลชมกล่าวว่า ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้จัดงาน “สีสันแห่งดอยตุง” ต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 6 แล้ว โดยได้ผสมผสานเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อต่อยอดการพัฒนาศักยภาพชุมชน กระบวนการเรียนรู้และความสามารถในการเป็นเจ้าของธุรกิจชุมชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี วิถีชนเผ่าจากรุ่นสู่รุ่น และยังเป็นเวทีให้ทั้ง 6 ชนเผ่า ได้แก่ อาข่า ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทลัวะ ลาหู่ และจีนยูนนาน ได้เผยแพร่วัฒนธรรมให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งยังได้สัมผัส ถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบครอบครัว เพื่อตอบรับคนทุกเพศทุกวัย