เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล ไฟเขียวเพิ่มกรอบเยียวยา ชายแดนไทย–กัมพูชา อีก 240 ล้าน
Politics รัฐบาล ไฟเขียวเพิ่มกรอบเยียวยา ชายแดนไทย–กัมพูชา อีก 240 ล้าน
รัฐบาล วางมาตรการเข้มสกัดทุจริตสอบราชการ เปลี่ยนระบบสอบ e-Exam ใน 3 ปี
Politics รัฐบาล วางมาตรการเข้มสกัดทุจริตสอบราชการ เปลี่ยนระบบสอบ e-Exam ใน 3 ปี
TSA เปิดให้ผู้ไม่มีตั๋วเข้าเกทได้อีกครั้ง หลังหายไปนานเกือบ 25 ปี จากเหตุการณ์ 9/11
Economic TSA เปิดให้ผู้ไม่มีตั๋วเข้าเกทได้อีกครั้ง หลังหายไปนานเกือบ 25 ปี จากเหตุการณ์ 9/11
ครม.เห็นชอบหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.สตาร์ตอัป’ เพิ่มโอกาสถึงแหล่งทุน ให้สิทธิประโยชน์
Politics ครม.เห็นชอบหลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.สตาร์ตอัป’ เพิ่มโอกาสถึงแหล่งทุน ให้สิทธิประโยชน์
ครม.ตั้ง ‘จีระภา’ เป็นเลขาประกันสังคม-‘โปรดปราน’ นั่งผู้ว่า กกท.
Politics ครม.ตั้ง ‘จีระภา’ เป็นเลขาประกันสังคม-‘โปรดปราน’ นั่งผู้ว่า กกท.
ครม.ไฟเขียวปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ สกัดทุจริตสอบ ขรก. – ปรับระบบจัดซื้อรัฐ
Politics ครม.ไฟเขียวปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ สกัดทุจริตสอบ ขรก. – ปรับระบบจัดซื้อรัฐ
Lazada 9.9 เปิดตัวสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ-เพิ่มสิทธิประโยชน์สมาชิก
Tech Lazada 9.9 เปิดตัวสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ-เพิ่มสิทธิประโยชน์สมาชิก
นายกสิงคโปร์ ชี้ เงินเดือนนักการเมืองต้องสูง ถึงจะดึง ‘คนเก่ง’ มาทำงานได้
World นายกสิงคโปร์ ชี้ เงินเดือนนักการเมืองต้องสูง ถึงจะดึง ‘คนเก่ง’ มาทำงานได้
ครม.ไฟเขียวรับ ‘แรงงานศรีลังกา’ 1 หมื่นคน ยันไม่แย่งอาชีพคนไทย
Politics ครม.ไฟเขียวรับ ‘แรงงานศรีลังกา’ 1 หมื่นคน ยันไม่แย่งอาชีพคนไทย
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณบาทละ 69,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณบาทละ 69,650 บาท
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่กนง.คงดอกเบี้ยและหั่นคาดการณ์ GDP ลง

20 ธ.ค. 2562 | 17:30น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศระหว่างวันที่ 16-20 ธันวาคม 2562 สำหรับค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (16/12) ที่ระดับ 30.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (13/12) ที่ระดับ 30.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังสหรัฐกับจีนประกาศบรรลุการทำข้อตกลงการค้าขั้นแรก ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐปรับลดภาษีนำเข้าบางรายการที่เรียกเก็บจากสินค้าจีน และส่งผลให้สหรัฐระงับแผนการเริ่มเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนมูลค่า 1.60 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้สหรัฐได้ตกลงที่จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลงครึ่งหนึ่ง จากเดิม 15% สู่ 7.5% สำหรับสินค้าจีนมูลค่า 1.20 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 62 ขณะที่จีนตกลงเรื่องการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น โดยคาดกันว่าผู้เจรจาต่อรองหลักทั้งสองประเทศจะลงนามในข้อตกลงนี้ที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมปีหน้า ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐประจำเดือนพฤศจิกายนที่ออกมาอ่อนแอ โดยยอดค้าปลีกเบื้องต้นของสหรัฐขยายตัวเพียง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน จากที่ขยายตัว 0.4% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 0.5% ขณะที่ 0.5% ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ โดยไอเอชเอส มาร์กิต ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.2 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 52.0 ในเดือนพฤศจิกายนใกล้เคียงกับตลาดคาดการณ์ โดยดัชนี PMI ได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน

อย่างไรก็ดีในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย 2 ข้อหา ประกอบด้วย 1.การใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยลงมติด้วยคะแนนเสียง 230 ต่อ 197 เสียง และ 2.การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส โดยมีมติด้วยคะแนนเสียง 129 ต่อ 198 ในมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นประธานาธิบดีรายที่ 3 ที่ถูกสภาคองเกรสพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ดีนักลงทุนจับตาดูการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐ ในการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์อีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

สำหรับตัวเลขในช่วงปลายสัปดาห์กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 18,000 ราย สู่ระดับ 234,000 ราย ส่วนตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ ปรับตัวลดลง 0.9% สู่ระดับ 1.21 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 3 โดยการลดลงของตัวเลขดังกล่าวได้รับแรงกดดันจากการลดลงของการนำเข้าน้ำมัน

สำหรับปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ตามตลาดคาดการณ์ โดยคณะกรรมการเห็นว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย นอกจากนี้ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีดี) ปีนี้ลงมาที่ 2.5% จากเดิม 2.8% พร้อมปรับลดคาดการณ์การส่งออกสู่ระดับ -3.3% จากเดิมที่ -1% และลดคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปีนี้สู่ระดับ 0.7% จากเดิม 0.8% พร้อมกังวลภาวะเงินบาทที่ยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง จึงเห็นควรให้ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน และการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมมีเครื่องมือที่จะนำมาใช้ดูแลหากจำเป็น ทั้งนี้ค่าเงินบาทมีกรอบเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.17-30.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (20/12) ที่ระดับ 30.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (16/12) ที่ระดับ 1.1125/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/12) ที่ระดับ 1.1175/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนายบอริส จอห์นสัน พรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งในอังกฤษด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่นายจอห์นสันจะสามารถผลักดันให้สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรปแบบมีข้อตกลงได้สำเร็จในเดือนมกราคมปีหน้า อย่างไรก็ดี การที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษเตรียมออกกฎหมายป้องกันไม่ให้มีการขยายเวลาช่วงเปลี่ยนผ่านของอังกฤษหลังจากแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) เกินสิ้นปี 2563 เพื่อกดดันให้ EU เร่งบรรลุข้อตกลงทางการค้านั้น เริ่มสร้างความไม่มั่นใจว่าอังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรปได้ทันโดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1106-1.1175 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/12) ที่ระดับ 1.1115/19 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (16/12) เปิดตลาดที่ระดับ 109.37/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/12) ที่ระับ 109.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 8.21 หมื่นล้านเยน (749 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ซึ่งยอดส่งออกของญี่ปุ่นลดลง 7.9% ในเดือนพฤศจิกายน โดยสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับร้อยละ -0.1 รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ร้อยละ 0.0 แม้ว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะมีสัญญาณของการชะลอตัวลงนับตั้งแต่ที่ได้มีการปรับขึ้นภาษีอุปโภคบริโภคเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์เคลื่อนไหวระหว่าง 109.17-109.67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (20/12) ที่ระดับ 109.28/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

 

Advertisement