เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
Politics พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
การศึกษา ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 68,750 บาท
นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
Politics นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
Politics เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ผู้ทรงเป็นเมนเทอร์ โอปอล-สุชาตา
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ผู้ทรงเป็นเมนเทอร์ โอปอล-สุชาตา
เปิดอินไซต์ PR ยุค AI ‘เอบีเอ็ม’ ชี้ SEO ไม่พอ ชู GEO ดักทาง LLM ก่อนแบรนด์ถูกลืม
Biz Movement เปิดอินไซต์ PR ยุค AI ‘เอบีเอ็ม’ ชี้ SEO ไม่พอ ชู GEO ดักทาง LLM ก่อนแบรนด์ถูกลืม
ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
Finance ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
Finance ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

ลุ้นการเมืองผ่อนคลาย-บาทอ่อน ช่วยเศรษฐกิจไทยปี 2563 โต 2.8%

13 ม.ค. 2563 | 15:48น.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2653 ว่า ภายใต้สมมติฐานที่สหรัฐเพิ่มมาตรการแซงชั่นกับอิหร่าน โดยที่ไม่มีปฏิบัติการทางทหารร่วมด้วย สหรัฐและจีนมีข้อตกลงร่วมกันและไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราภาษีระหว่างกัน เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.00-30.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สถานการณ์ภัยแล้งกระทบเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา การเมืองมีเสถียรภาพทาง หากเป็นเช่นนี้ เชื่อว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ GDP ของไทยในปี 2563 ขยายตัวอยู่ที่ 2.8% ส่วนการส่งออกขยายตัวอยู่ที่ 0.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อขยายตัวอยู่ที่ 0.99% โดยมีความเป็นไปได้อยู่ที่ 60%

นอกจากนี้ หอการค้ายังประเมินในกรณีที่ดีที่สุดภายใต้สมมติฐานที่สหรัฐและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ สงครามการค้าอยู่ในภาวะผ่อนคลาย เงินบาทอ่อนค่าขึ้นอยู่ที่ระดับ 30.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ การเมืองรักษาเสถียรภาพได้ดี โดยจะทำให้ GDP ของไทยขยายตัวอยู่ที่ 3.2% การส่งออกขยายตัวอยู่ที่ 2.1% อัตราเงินเฟ้อขยายตัวอยู่ที่ 1.0% โดยมีความเป็นไปได้อยู่ที่ 15%

แต่ทั้งนี้หอการค้ายังประเมินกรณีที่แย่ที่สุดภายใต้สมมติฐานที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านมีความรุนแรงมากขึ้น มีปฏิบัติการทางทหารซึ่งเป็นแรงกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น สงครามการค้ามีความเข้มข้น เงินบาทแข็งค่าทำให้หลุดกรอบที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ภัยแล้งมีสถานการณ์ใกล้เคียงกับปี 2557-2559 การเมืองขาดเสถียรภาพ โดยจะทำให้ GDP ของไทยขยายตัวอยู่ที่ 2.5% การส่งออกติดลบ 0.4% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.8% โดยมีความเป็นไปได้สูงถึง 25%

“แต่หากดูมุมมองความกังวลที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยที่หอการค้าประเมินไว้นั้น คือ ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากปัญหาทางการเมือง โดยมีการประท้วง และเกิดภาวะ สร้างความมั่นใจให้กับ ประชาชนภายในประเทศ โดยส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การบริโภคชะลอตัว นักลงทุนไม่กล้าลงทุน ค่าเงินบาทแข็งค่า โดยปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยสูงมาก แต่ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2563 หากดูในเรื่องของปัจจัยบวก เช่น สงครามการค้าเริ่มมีสัญญาณที่ผ่อนคลาย เศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่องของภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเห็นผล การลงทุนของภาครัฐเริ่มปรับตัวดีเมื่อเทียบจากปีก่อน เอกชนเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี แบงก์ชาติมีมาตรการผ่อนคลาย ส่วนปัจจัยลบที่จะมีผลกระทบนั้น เช่น ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิหร่าน เงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินอื่น ความเสี่ยงเรื่องของผลกระทบจากภัยแล้ง การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นเป็นผลให้ มีการปล่อยสินเชื่อน้อยลง ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยเชื่อว่าจะกระทบต่อเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจหายไปประมาณ 100,000 ล้านบาท เช่น ปัญหาภัยแล้งคาดว่าจะกระทบต่อเม็ดเงินในระบบ 10,000 ล้านบาท การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน จะส่งผลต่อเม็ดเงินในระบบถึง 25,000 – 30,000 ล้านบาท ขณะที่ การส่งออกหากหดตัวไป 1% จะทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบ 70.000-80,000 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวภาครัฐอาจจะต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งมองว่ามีความล่าช้าโดยคาดว่าจะเห็นการเบิกจ่ายการลงทุนได้ประมาณช่วงกลางปี 2563

ส่วนการประเมินเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.6% ส่วนความกังวลเรื่องของค่าเงินบาทจะแข็งค่ารถในกรอบ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองว่าไม่น่าจะหลุดกรอบดังกล่าวโดยจะยังคงอยู่ในระดับนี้ไปก่อน อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิดทั้งภายในและภายนอก ปัญหาเรื่องความภัยแล้งระดับน้ำในเขื่อน การปล่อยสินเชื่อของสถาบันทางการเงิน อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยการขยายตัวการส่งออก การลงทุนของภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงภาคการผลิต การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้