เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
Real Estate AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Politics อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
News Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
Tech TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
Biz Movement เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
Economic ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
Finance บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
Economic PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
รัฐบาลไทย แจ้ง เมียนมา ระวังเหตุสู้รบชายแดน ไม่ให้ทำลายชีวิตประชาชน
Politics รัฐบาลไทย แจ้ง เมียนมา ระวังเหตุสู้รบชายแดน ไม่ให้ทำลายชีวิตประชาชน
เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
World เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเริ่มทรงตัว หลังความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าลดลง

14 ก.พ. 2563 | 18:20น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันอังคาร (11/2) ที่ระดับ 31.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (7/2) ที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังความกังวลที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสเริ่มลดลง ทำให้นักลงทุนเริ่มเทขายสินทรัพย์สกุลปลอดภัย และกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง รวมถึงกลับเข้าซื้อค่าเงินของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดที่ถูกเทขายอย่างหนักไปก่อนหน้านี้ โดยล่าสุดจากที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยาของจีน ได้ออกมาให้ข่าวว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่าจะเริ่มลดลงในเร็ว ๆ นี้ โดยคาดว่าการระบาดจะรุนแรงถึงจุดสูงสุดในช่วงกลางหรือปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะทรงตัวและเริ่มลดลง

นอกจากนี้ สำหรับมุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจจีนนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าทางธนาคารกลางจีนจะสามารถรับมือได้ โดยล่าสุดธนาคารกลางจีนได้ออกมาให้คำมั่นว่า จะใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการสนับสนุนภาคธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงการพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง หลังจากธนาคารกลางอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ตลาดเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยเช่นเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค หลังคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) ได้แจ้งว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 14,840 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 242 ราย ภายใน 1 วัน โดยการเพิ่มขึ้นของตัวเลขดังกล่าว มีสาเหตุจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การวินิจฉัย โดยให้นับรวมผู้ติดเชื้อที่ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิก (Clinically diagnosed cases) ซึ่งคือกลุ่มผู้ป่วยที่แสดงอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังไม่ทราบผลการตรวจตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และให้นับรวมกรณีที่ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการตรวจทางวิทยาศาสตร์ด้วย ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.09-31.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยในต่างประเทศนั้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยมีสาเหตุจากการลดความกังวลของเรื่องไข้หวัดไวรัสโคโรน่า นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนหลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริหารการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันอังคาร (11/2) โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังมีการขยายตัวปานกลาง และปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนก็ยังคงมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้เบาบางลงในช่วงปลายปีที่แล้ว ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้คลี่คลายลง และการขยายตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศเริ่มส่งสัญญาณการมีเสถียรภาพ ขณะที่แนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้าได้ลดน้อยลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีนายพาวเวลเตือนว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในจีนได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยระบุว่า เฟดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และผลกระทบที่มีต่อจีน รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญนั้น ในวันพฤหัสบดี (13/2) ตัวเลชดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมกราคม ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยปรับตัวเพิ่มขึันร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบเป็นรายปี

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันอังคาร (11/2) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.0909/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/2) ที่ระดับ 1.0951/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงอยู่ในทิศทางการอ่อนค่าโดยได้อ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความกังวลด้านสภาวะเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม โดยในวันพุธ (12/2) สหภาพยุโรปเปิดเผยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป เดือนธันวาคม ออกมาลดลงร้อยละ 2.1 เทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 4.1 เทียบกับปีก่อนหน้า และในวันศุกร์ (14/2) เยอรมนีประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/62 ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนหากเทียบรายไตรมาส จีดีพีอยู่ที่ระดับทรงตัว ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0826-1.0925 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 1.0843/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันอังคาร (11/2) เปิดตลาดที่ระดับ 109.91/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/2) ที่ระดับ 109.76/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าหลังจากที่สถานการณ์ความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าเริ่มผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตามแนวต้านที่ระดับ 110.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่ง อีกทั้งในช่วงปลายสัปดาห์ทางจีนมีการปรับทวนยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วย สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจนั้น ญี่ปุ่นเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 เทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 109.60-110.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 109.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ