เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

‘กสิกร’ ลุ้น กนง. หั่นดอกเบี้ยต่ำ 1% เซ่นพิษนักท่องเที่ยว ก.พ. ลดฮวบ 30%

18 ก.พ. 2563 | 17:21น.

“กสิกรไทย” หั่นเป้าจีดีพีปี’63 เหลือโต 2% เก็งธปท.ลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง หลังท่องเที่ยวเดือน ก.พ.ทรุดหนัก-นักท่องเที่ยวหาย 30% YoY ชี้ช่องลงทุนหุ้น “ไฟแนนซ์-บริษัทบริหารหนี้” อานิสงส์ดอกเบี้ยขาลงต้นทุนธุรกิจถูก

คาดต้น มี.ค. สถานการณ์ไวรัสฟื้น

นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ภายในต้นเดือน มี.ค.63 ประเมินว่าผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จะมีพัฒนาที่ดีขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ที่อยู่ในช่วงสังเกตอาการในประเทศจีนช่วงวันที่ 7 ก.พ.63 ได้ปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1.9 แสนคนไปแล้ว ขณะที่วันที่ 17 ก.พ.63 ที่ผ่านมาปรับลดลงเหลือเพียง 1.4 แสนราย หรือเฉลี่ยลดลงวันละ 1 หมื่นราย ดังนั้น จากนี้ไปหากไม่มีการติดเชื้อรอบ 2 เกิดขึ้นคาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศจีนจะดีขึ้นภายใน 20 วันหลังจากนี้

“คนส่วนใหญ่ที่วิ่งเข้ามาหาหมอในเมืองจีน สัดส่วน 93% ตรวจสอบแล้วไม่ติดเชื้อ โดยมีเพียง 7% เท่านั้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่าติดเชื้อไวรัส ซึ่งในจำนวนนี้มีอัตราการตายประมาณ 2-3% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันและโรคแทรกซ้อน” นายภาสกร กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมความเสี่ยงในประเทศจีนเริ่มมีทิศทางคลี่คลายลง แต่ปัญหาผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนยังคงมีอยู่ โดยประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทยจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าประเทศในเขตหนาว ดังนั้น หากไวรัสโควิด-19 มีสถานการณ์ดีขึ้นตามที่คาดการณ์ และ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 สามารถเบิกจ่ายได้จะส่งผลให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในเดือน เม.ย.63

งบผ่านฉลุยหนุนรัฐออกบอนด์ใหม่ 1.2 ล้านล้านบาท

นายภาสกร กล่าวอีกว่า ฝ่ายวิจัยประเมินว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ที่ปรับลดลงต่ำกว่า 1.2% จะสามารถปรับขึ้นได้หลังจากนี้ เนื่องจากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมามีการออกพันธบัตรชดเชยการขาดดุลค่อนข้างต่ำ และส่วนใหญ่เป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อรีไฟแนนซ์เท่านั้น ดังนั้น เชื่อว่าในปี 2563 จะมีการเร่งออกพันธบัตรใหม่ออกมา

“เราคาดว่ารัฐบาลจะออกพันธบัตรใหม่ออกมามูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการออกพันธบัตรใหม่ 6.6 แสนล้านบาทเพื่อชดเชยขาดดุลปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 4.69 แสนล้านบาท โดยไตรมาส 1 ของปีงบประมาณคาดว่าจะมีพัธบัตรออกมาจำนวน 1.45 แสนล้านบาท ไตรมาส 2 จำนวน 1.42 แสนล้านบาท ไตรมาส 3 จำนวน 1.5 แสนล้านบาท และจะพีกสุดในไตรมาส 4 จำนวน 1.8 แสนล้านบาท ส่วนอีก 5.6 แสนล้านบาทจะเป็นส่วนที่ออกมาเพื่อรีไฟแนนซ์” นายภาสกร กล่าว

โดยซัพพลายของพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับขึ้นในระยะถัดไป โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่จะได้อานิสงส์จากบริษัทเอกชนหันมากู้เงินเพิ่มขึ้นแทนการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ และกลุ่มประกันชีวิตที่มีการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างสูง

คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,700 จุด

นายภาสกร กล่าวว่า กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในปี 2563 ยังคงเป้าหมายดัชนีไว้ที่ระดับ 1,700 จุด โดยกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นในช่วง 1 เดือนให้ไว้ที่ 1,520-1,570 จุด และหากสถานการณ์เศรษฐกิจและไวรัสเริ่มดีขึ้นเชื่อว่าดัชนีจะสามารถเคลื่อนไหวในกรอบถัดไปที่ 1,570-1,614 จุดได้

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยที่ประเมินเอาไว้อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้่งถัดไปในวันที่ 25 มี.ค.63 อีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 0.75% โดยฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสสูงที่ กนง.จะปรับลดดอกเบี้ย หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวในเดือน ก.พ.ลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งผลกระทบจะลากยาวไปจนถึงเดือน มี.ค. และคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเดือน เม.ย.

ปรับเป้าจีดีพีเหลือโต 2%

“ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2563 เราปรับลดจีดีพีทั้งปีลงมาอยู่ที่ 2% จากเดิมคาดว่าจะโต 2.8% โดยจีดีพีไตรมาส 1 น่าจะติดลบ 1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันจากภาคการส่งออกที่คาดว่าปีนี้จะติดลบ 1.7% โดยส่งออกบริการติดลบ 5% และส่งออกสินค้าติดลบ 1%” นายภาสกร กล่าว

ขณะที่หุ้นที่จะเสียประโยชน์หาก ธปท.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเส้นอัตราผลตอบแทนที่ปรับขึ้นทุกๆ 1% จะมีผลต่อราคาหุ้นประมาณ 3-6% ส่วนกลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน/กองทุนอสังหาริมทรัพย์/ทรัสเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ทุกๆ 1% จะมีผลต่อราคาหุ้นประมาณ 3-12%

สำหรับทิศทางค่าเงินบาทปี 2563 คาดว่า ณ สิ้นปีจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการท่องเที่ยวและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย โดยเชื่อว่าหลังการแพร่ระบาดจบลงค่าเงินบาทมีแนวโน้มจะกลับมาแข็งค่าต่อไป

เปิดกรุลงทุนหุ้นรับดอกเบี้ยต่ำ

นายสุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ในภาวะดอกเบี้ยต่ำจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มที่มีต้นทุนทางการเงินเป็นดอกเบี้ย เช่น กลุ่มไฟแนนซ์ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่มีอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าการฝากเงินในธนาคาร ดังนั้น ในภาวะดอกเบี้ยต่ำนักลงทุนจึงโยกเงินเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง

นอกจากนี้ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ครั้งที่ผ่านมาจะส่งผลให้ธนาคารปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทต่างๆ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเบิกเงินเกินบัญชี (MOR) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้ผ่อนสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีภาระการผ่อนน้อยลง

และสุดท้ายแนะนำกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก โดยเฉพาะในธนาคารขนาดเล็กที่มีการปล่อยกู้แบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) และหุ้นกลุ่มสินเชื่อ (Non-Bank) ที่มีอัตราเงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

โดยหุ้นเด่น (Top Pick) ได้แก่ กลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์แนะนำซื้อ บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากไวรัสโคโรน่า (Virus Play) แนะนำ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) และ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) แม้ระยะสั้น AOT จะได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า แต่ในปี 2564 จะเริ่มรับรู้รายได้จากคิงเพาเวอร์ และในปี 2567 หลังสนามบินสุวรรณภูมิก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้อีกราว 30-40 ล้านราย

ขณะที่ CPN มีปัจจัยเชิงบวกจากการเตรียมขายสินทรัพย์เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) และการทำอสังหาริมทรัพย์ประเภทมิกซ์ยูสเพื่อรองรับการไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะส่งผลให้ CPN สามารถสร้างรายได้ได้มากขึ้น

ถัดมาแนะนำ บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) และ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ได้อานิสงส์แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า รวมถึงกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนก๊าซที่ปรับลดลง ได้แก่ บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) และ บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) กลุ่มพลังงานแนะนำลงทุน บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) อานิสงส์กลุ่มโอเปกยังคงประคองการลดอัตราการผลิตลงเพื่อประคองราคาน้ำมันดิบ

รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างแนะนำ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) อานิสงส์การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 และสุดท้ายกลุ่มที่มีสตอรี่การเติบโตเฉพาะตัว บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) ซึ่งในปี 2563 คาดการณ์กำไรสุทธิเติบโต 20% ผ่านการขยายตลาดไปยังประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ธนาคารกสิกรไทย (KBank)