เมื่อ Creativity + Technology บุกรันเวย์! เด็กแฟชั่นดีไซน์ ม.กรุงเทพ ขนไอเดียสุดสร้างสรรค์สะเทือน TCDC
เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมากสำหรับแฟชั่นโชว์ชุด Digital Sculpture เมื่อนักศึกษาภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ยกทัพบุกศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) นำชุดที่ออกแบบอย่างสวยงามมาบวกเข้ากับเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ จนกลายเป็นชุดที่ล้นด้วยจินตนาการและสไตล์สุดล้ำ สมกับแนวคิด C+T ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ว่า เมื่อความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ผสานกับเทคโนโลยี (Technology) อนาคตแบบไหนก็ไร้ขีดจำกัด เครื่องแต่งกายก็ไร้ขีดจำกัดเช่นกันถ้ารู้จักนำองค์ประกอบทั้งสองมาผสมผสาน เรียกได้ว่าเป็นการพลิกมิติแฟชั่นโชว์แบบเดิมๆ ให้เป็นแฟชั่นโชว์สุดตระการตาแบบที่ไม่เคยเห็นจากฝีมือนักศึกษาของที่ไหนมาก่อน

ทั้ง 23 ชุดที่นำไปแสดงออกแบบโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ภายใต้วิชา Digital & Technology in Fashion, Fashion Design & Innovation และ Research Method in Fashion นำทีมผู้สอนโดย ผศ.ดร.ณัฐสุภา เจริญยิ่งวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการออกแบบแฟชั่น และคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผศ.ดร.ธโนทัย มงคลสินธุ์ ผศ.จิราพรรณ วงศ์ทองสงวน และอาจารย์ดาลิตา เกตุศักดิ์ โดย ผศ.ดร.ณัฐสุภา ได้เป็นตัวแทนทีมอาจารย์กล่าวถึงที่มาที่ไปของโปรเจ็กต์สะเทือนรันเวย์ครั้งนี้ว่า

“โปรเจ็กต์นี้เป็นการบูรณาการทั้งสามวิชาเข้าด้วยกัน โดยทั้งสามวิชาดังกล่าวล้วนเกี่ยวกับเทคโนโลยี และเป็นวิชาที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แนวคิด C+T ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพโดยเฉพาะ ด้วยเราเล็งเห็นว่าแฟชั่นในยุคดิจิทัลไม่ได้เป็นแค่เรื่องการออกแบบให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังหมายถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สวมใส่ และยังต้องมีลูกเล่นสนุกสนาน ทำให้ชีวิตมีรสชาติมากขึ้นด้วย ซึ่งเทคโนโลยีนี่เองที่จะมาทำให้การออกแบบแฟชั่นเกิดนวัตกรรมขึ้นได้ นอกจากนี้เราเชื่อว่าถ้านักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้วยนั้น เขาจะกลายเป็นดีไซเนอร์ผู้มีไอเดียกว้างไกลกว่าคนอื่น”

จากโจทย์ดังกล่าว นักศึกษาจึงสร้างสรรค์ชุดออกมาโดยใช้เทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบ เช่น ชุดผ้าพิมพ์ลายที่เมื่อมองด้วยเทคโนโลยี AR ในโทรศัพท์มือถือจะเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวหรือลายที่ซ่อนอยู่บนตัวชุด ชุดผ้าพิมพ์ลายด้วยสารเรืองแสงที่มองเห็นได้ในความมืด ชุดที่ควบคุมด้วยวงจรแบตเตอรีเพื่อให้ผ้าสามารถขยับได้ รวมทั้งชุดที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมที่เข้ามาสัมผัส เช่น ความร้อน ความชื้น ดังเช่นชุดที่ประพันธุ์ ระกิติ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ออกแบบ

“อาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาไปค้นคว้าเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนางานออกแบบของเรา” ประพันธ์กล่าว “ผมจึงค้นจนเจอหลักการเกี่ยวกับค่า PH Balance ด้วยการนำสารจากวัสดุทางธรรมชาติซึ่งมีค่า PH Balance ที่เหมาะสมอย่างเช่นขมิ้นมาย้อมผ้า โดยชุดนี้ผมจะย้อมผ้าให้เป็นลายไว้ก่อน จากนั้นมาย้อมขมิ้นให้เป็นสีเหลืองอีกทีหนึ่ง พอผ้าโดนน้ำที่ผสมเบกกิ้งโซดาก็จะทำปฏิกิริยากันจนสีเหลืองหายไป แล้วทำให้เห็นลายผ้าที่ซ่อนอยู่ ในอนาคตผมอยากพัฒนาต่อให้เป็นชุดที่สวมใส่ได้จริง เช่น เมื่อชุดโดนฝน ชุดจะเปลี่ยนสี ซึ่งจะช่วยให้ผู้สวมใส่รู้ว่าค่า PH เริ่มมีอันตรายต่อผิวแล้ว”

ประพันธ์ยังกล่าวด้วยว่า รู้สึกสนุก ท้าทาย และตื่นเต้นกับการทดลองออกแบบเสื้อผ้าในครั้งนี้มาก และคิดว่าถ้าดีไซเนอร์นำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการออกแบบก็จะสร้างนวัตกรรมที่แตกต่างและน่าตื่นตาตื่นใจให้แก่วงการแฟชั่น
แฟชั่นโชว์ของนักศึกษาในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนแนวคิด C+T ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่ตั้งใจแทรกความรู้ด้านเทคโนโลยีเข้าไปในทุกคณะและสาขาวิชาแล้ว ยังตอกย้ำให้เห็นว่า เมื่อความคิดสร้างสรรค์ผสานกับเทคโนโลยี สิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ก็เป็นไปได้ สมดังความตั้งใจของภาควิชาการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ต้องการปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตอบโจทย์วงการแฟชั่นยุคดิจิทัล