เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ด่วน ! รัฐบาล เคาะปรับโครงสร้าง ‘ภาษีรถ EV นำเข้า’ เป็น 35%
Economic ด่วน ! รัฐบาล เคาะปรับโครงสร้าง ‘ภาษีรถ EV นำเข้า’ เป็น 35%
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,750 บาท
ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
Finance ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์ บลจ. เปิดข้อมูลรายปีฉบับเดียว ให้ผู้ลงทุนเทียบก่อนเลือกกองทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
Politics นายกฯ สวมเสื้อผ้าหมี่ขิด นำถก ‘ครม.สัญจรอุดร’ วางนโยบายเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ
‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
Economic ‘ปตท.-กรุงไทย’ จับมือกรมโลกร้อน ศึกษาโมเดล Blended Finance ปลดล็อกลงทุนสีเขียว
CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
Finance CGSI ชี้หุ้นไทยแกว่งตัว น้ำมันดิ่งกว่า 7% กดดันพลังงาน ชู TRUE-BDMS หุ้นเด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังมีความคืบหน้าเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
Economic ปฏิบัติการเช็กบิลโรงงานกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดแล้ว 1 ปรับปรุง 63 โรง
‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
Politics ‘จุลพันธ์’ ยันรัฐบาลกลมเกลียว ‘เพื่อไทย’ ไม่แตกแถว โหวตหนุน 18 รมต.
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังเฟดลดดอกเบี้ยแบบฉุกเฉิน 0.5%

06 มี.ค. 2563 | 18:40น.
ภาพประกอบข่าวดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวขอตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (2/3) ที่ระดับ 31.50/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (28/2) ที่ระดับ 31.55/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลาร์สหรัฐ หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉินนอกตารางการประชุมซึ่งกำลังจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 17-18 มีนาคม ธนาคารกลางสหรัฐ ได้เปิดเผยรายงานประกอบว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.50 ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ กรอบร้อยละ 1.00-1.25 พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า แม้ปัจจุบันปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ทางธนาคารเล็งเห็นถึงความเสี่ยงขาลงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เศรษฐกิจสหรัฐ กำลังเผชิญ ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการจ้างงานให้อยู่ในจุดสูงสุดและรักษาเสถียรภาพของราคา คณะกรรมการการเงินมีความเห็นว่าควรมีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐได้กล่าวเสริมว่า ความรุนแรงและระยะเวลาที่ COVID-19 มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐนั้นมีความไม่แน่นอนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ทางธนาคารจึงเห็นว่าควรเข้ามาจัดการทันที และจากนี้ไปทางธนาคารจะจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมต่อไป โดยเครื่องมือทางนโยบายที่น่าจะถูกนำมาใช้ยังคงเป็นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่จะใช้การซื้อขายสินทรัพย์ของธนาคารกลางหรือการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐจะมีประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจโลก 7 ประเทศ (G7) ได้จัดการประชุมทางโทรศัพท์ร่วมกัน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรับ คือนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด พร้อมกับเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศญี่ปุ่น เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส แคนาดา และสหราชอาณาจักร เพื่อหารือถึงแนวทางการจัดการกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของ COVID-19 ร่วมกัน ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวมีรายงานออกมาว่าธนาคารกลางของทุกประเทศพร้อมใช้เครื่องมือทางนโยบายทั้งด้านการเงินและการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และยังระบุถึงความร่วมมือจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) อีกด้วย นอกจากนั้นนายสตีเวน มนูชิน ได้ตอบคำถามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนว่า สหรัฐยังไม่มีนโยบายพิจารณาลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศจีน เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

ส่วนปัจจัยภายในประเทศนั้น สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวในการแถลงข่าวโดยคาดว่าการส่งออกไทยปี 2563 อาจติดลบประมาณ 1.5% หลังประเมินครึ่งปีแรกการส่งออกจะหดตัวราว 3.3% ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลังหากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าคลี่คลายลง ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการส่งออกและนำเข้าของไทย ภายใต้สมมติฐานว่า การส่งออกไปจีนในเดือน ก.พ.จะติดลบ 75% เดือน มี.ค.หดตัว 50% และช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.ติดลบ 25% โดยผลกระทบดังกล่าวจะทำให้การส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส 1/63 หดตัวประมาณ 3.6% และไตรมาส 2 ติดลบราว 2.9% ส่งผลให้ครึ่งปีแรก การส่งออกจะหดตัวประมาณ 3.3%

ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2563 เหลือโต 1.5-2.0% หลังปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่องยังไม่คลี่คลาย และมีการกระจายตัวของปัญหามากขึ้น โดยเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กกร.คาดจีดีพีปีนี้จะขยายตัว 2.5-3.0% ก่อนที่จะปรับลดคาดการณ์เหลือ 2.0-2.5% เมื่อเดือน ก.พ. และปรับลดคาดการณ์อีกครั้งในเดือนนี้ นอกจากนี้ตลาดจับตามองว่าหลังจากการเดินทางกลับมาประเทศไทยของกลุ่มแรงงานไทยที่ไปค้าแรงงานที่ประเทศเกาหลีใต้นั้นจะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นหรือไม่ และจะส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่การแพร่ระบาดของระยะที่ 3 หรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.26-31.67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (6/3) ที่ระดับ 31.42/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (2/3) ที่ระดับ 1.1060/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/2) ที่ระดับ 1.1044/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้เปิดเผยดัชนีอัตราการว่างงานเดือนมกราคมออกมาทรงตัว และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ผลสำรวจพบว่า ธุรกิจในยูโรโซนสามารถต้านทานผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในเดือน ก.พ. โดยกิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 เดือน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) แบบคอมโพสิตขั้นปลายของบริษัทไอเอชเอส มาร์กิต เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.6 ในเดือน ก.พ.จาก 51.3 ในเดือน ม.ค.

อย่างไรก็ตาม ตลาดจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 12 มีนาคม 2563 ขณะที่นักลงทุนในตลาดเงินคาดว่า มีโอกาส 90% ที่ธนาคารกลางยุโรป จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.10% ในปัจจุบัน ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1001-1.1279 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (6/3) ที่ระดับ 1.1273/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยน เปิดตลาดในวันจันทร์ (2/3) ระดับ 107.73/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/2) ที่ระดับ 108.66/69 เยน/ดอลลาร์ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก หลังนักลงทุนเข้าซื้อเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลด้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ยกระดับการเตือนภัยความเสี่ยงขึ้นสู่ระดับสูงมาก อีกทั้งยังประกาศเพิ่มอัตราการเสียชีวิตจาก COVID-19 เดิมที่ร้อยละ 2 เป็นร้อยละ 3.4 ซึ่งถ้าเทียบกับกรอบที่เคยประมาณการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2-4 ถือว่าขยับขึ้นมาใกล้กรอบบนมากขึ้น โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อเยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 105.65-108.57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (6/3) ที่ระดับ 105.77/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ