เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ดูทั้งหมด

ส่องเทรนด์ “เงินบาท” ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง สงครามราคาน้ำมัน-ไวรัส

12 มี.ค. 2563 | 11:47น.

ความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มค่าเงินบาทปี 2563 นี้ ทำให้เคลื่อนไหวกลับข้างกลับทิศ ต่างไปจากปีก่อนที่ทั้งปีเงินบาท “แข็งค่า” ไป 10% มากที่สุดในเอเชีย

โดยปีนี้ มีหลายปัจจัยลบเกิดขึ้นในโลก และที่ส่งผลกระทบหนักหน่วงอยู่ขณะนี้ ก็คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีผลทำให้ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบันเงินบาท “อ่อนค่า” ไปราว 5% แล้ว ซึ่งเป็นการอ่อนค่า “มากที่สุดในเอเชีย” เช่นเดียวกัน

ล่าสุดก็มีปัจจัยเรื่องสงครามราคาน้ำมันเข้ามาอีกระลอก ซึ่งในมุมผลกระทบต่อค่าเงินบาทนั้น “ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์” นักวิเคราะห์ตลาดการเงินและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงมากไม่น่าจะกระทบทำให้ทิศทางค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าค่าเงินบาทในไตรมาสแรกจะอยู่ที่ 31.7 บาทต่อดอลลาร์, ไตรมาส 2 แข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 30.7 บาทต่อดอลลาร์, ไตรมาส 3 อ่อนค่ากลับไปที่ 31.2 บาทต่อดอลลาร์ และสิ้นปีเงินบาทน่าจะแข็งค่าไปที่ 30.5 บาทต่อดอลลาร์

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์

ทั้งนี้ การที่ค่าเงินบาทจะไม่เปลี่ยนไปมาก ส่วนแรกมาจากการที่ราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ “แพงกว่า” การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ดังนั้น แม้ระยะสั้นอาจไม่ดีกับสกุลเงินที่ผันผวนสูง แต่ไม่น่ามีผลระยะยาวมากนัก

“ถ้าเกิดเป็นสงครามราคาน้ำมันจริง ถามว่าจะลงไปได้ลึกแค่ไหน เพราะผู้ผลิตจะเป็นฝั่งที่เจ็บเอง ส่วนเงินบาทแม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากแนวโน้มการลงทุนก็จริง แต่ระยะยาวเศรษฐกิจน่าจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ถูกลงมากกว่า” ดร.จิติพลกล่าว

ขณะที่ “รุ่ง สงวนเรือง” ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ไตรมาสแรกนี้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าไปที่ 31.75 บาทต่อดอลลาร์ จากการขยายวงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ประกอบกับมีประเด็นเรื่องราคาน้ำมัน ตลาดหุ้นจึงปิดรับความเสี่ยง (risk off) ทำให้มีกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven)

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงไตรมาส 2 ที่หากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย คาดว่าค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าในกรอบ 31 บาทต่อดอลลาร์ และหากกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินต่อได้ภายในเดือน เม.ย.-พ.ค.ก็จะส่งผลให้เงินบาททั้งปีกลับมาแข็งค่าในกรอบ 30.25 บาทต่อดอลลาร์

โดยทั้งหมดนี้อยู่บนสมมุติฐานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยอีก 0.25% และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 25 มี.ค.นี้

“ข่าวซาอุดีอาระเบียดัมพ์ราคาน้ำมัน ถือเป็นข่าวช็อกตลาด ซึ่งเราก็ต้องรอดูสถานการณ์ว่าจะมีการเจรจากันหรือไม่ แต่วันแรกจะเห็นตลาดตอบรับ หุ้นตกลงมาค่อนข้างมาก แต่ในระยะกลางเรามองว่า แม้ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่จะอ่อนค่า แต่น่าจะเห็นเงินบาทอ่อนค่ากลาง ๆ ไม่ได้อ่อนค่ามากกว่าสกุลอื่นเช่นเดียวกัน หากแข็งค่าเงินบาทก็จะไม่แข็งค่านำตลาดเกิดใหม่จะล้อไปกับภูมิภาค” รุ่งกล่าว

“ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์” นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ความขัดแย้งเรื่องราคาน้ำมัน แม้จะเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามา แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยใหญ่เทียบเท่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเมินทิศทางค่าเงินบาทค่อนข้างยาก เพราะจะเห็นว่าต้นปีค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะ 32 บาทต่อดอลลาร์ และกลับมานิ่งอยู่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงนี้

“จากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 เศรษฐกิจชะลอตัว การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ และปัจจัยซาอุฯที่เข้ามาใหม่ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่ากว่าที่ธนาคารประเมินไว้ว่าทั้งปีอยู่ที่กรอบ 31 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากสถานการณ์เหล่านี้ปรับตัวดีขึ้น การท่องเที่ยวกลับมาได้ ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ ดุลบัญชีเดินสะพัดดีขึ้น ก็อาจทำให้เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าในกรอบ 31 บาทต่อดอลลาร์ได้” ดร.ทิมกล่าว

“นริศ สถาผลเดชา” ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันลดลง มูลค่าการนำเข้าก็จะลดลง ทำให้ไทยจะเกินดุลมากขึ้น แต่ประเด็นก็คือ คงไม่เกินดุลเพิ่มมาก เนื่องจากขณะนี้การส่งออกก็ทำได้ไม่มาก เพราะซัพพลายเชนถูก “ดิสรัปต์” จากกรณีการปิดประเทศป้องกันการระบาดของไวรัสของจีน ซึ่งคงเทียบไม่ได้กับเรื่องนักท่องเที่ยวที่หายไปต่อเนื่อง หรือเงินลงทุนที่มีแนวโน้มไหลออกไปนอกประเทศมากขึ้น โดยทิศทางเงินลงทุนจะไหลไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

นริศ สถาผลเดชา

“เงินบาทขณะนี้เราสูญเสียความเป็น safe haven ไปแล้ว โดยตั้งแต่ต้นปีมาค่าเงินบาทก็อ่อนค่าไปแล้ว 5% ในขณะที่ค่าเงินเยนเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยตัวจริง แข็งค่าขึ้นไป 6% ดังนั้น จึงเป็นโฟลว์ไหลออก และตั้งแต่ต้นปีมีโฟลว์ไหลออกจากหุ้นกับพันธบัตรไปแล้วราว 8 หมื่นล้านบาท จึงไม่มีแรงมาหนุนให้บาทแข็ง โดยครึ่งปีแรกมีโอกาสที่จะอ่อนค่าทะลุ 32 บาท” นายนริศกล่าว

ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน นักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินคงต้องติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้หาทางรับมือได้ทันท่วงที