“บลจ.วี” เตรียมขายกองทุนหุ้นไทย “WE-THEQ-A” 20 มี.ค. – 1 เม.ย.นี้
บลจ.วี มองหุ้นไทยราคาปรับตัวลงเป็นจังหวะลงทุน เล็งขาย IPO กองทุนเปิดหุ้นไทย “วี ไทย อิควิตี้ ชนิดไม่จ่ายปันผล (WE-THEQ-A)” ระหว่างวันที่ 20 มี.ค. – 1 เม.ย.63 ชูกลยุทธ์ลงทุนเชิงรุกในหุ้นพื้นฐานดีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในราคาที่เหมาะสม
นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี) เปิดเผยว่า แม้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของทั้งโลก แต่สถานการณ์ในประเทศจีนที่เริ่มดีขึ้นนั้นทำให้การดำเนินธุรกิจในประเทศจีนเริ่มกลับมา เห็นได้จากการเดินทางของคนและตัวเลขการใช้ถ่านหินที่สูงขึ้น จึงคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะกลับมาดำเนินได้ในระดับปกติช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกับจีนเช่นไทย
ขณะเดียวกันการดำเนินมาตรการของธนาคารกลางหลายประเทศในตอนนี้ ทั้งสหรัฐ ยุโรป จีนและญี่ปุ่น ที่ใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย (QE) ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการอัดฉีดเงินเพิ่มสภาพคล่องแก่ระบบเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสนับสนุนภาคการผลิตให้ฟื้นตัว ซึ่งเป็นผลบวกแก่ภาคการลงทุนและการบริโภค รวมไปถึงทำให้มีกระแสเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในระบบเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งของไทยในระยะต่อไป ลดความเป็นไปได้ที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แม้ธนาคารกลางในหลายประเทศมีความสามารถในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายค่อนข้างจำกัด แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไปจะดำเนินผ่านนโยบายทางการคลังเป็นหลัก
ส่วนของประเทศไทยนโยบายรับมือผลกระทบในระยะสั้นของรัฐบาลที่ดำเนินผ่านมาตรการทางการเงินด้วยการผ่อนผันภาระทางด้านการเงินให้แก่ผู้ประกอบการ และลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระในการจ่ายชำระหนี้ของผู้ประกอบการ รวมถึงใช้มาตรการทางภาษี ด้วยการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถคงระดับอัตราการจ้างงานได้ ซึ่ง บลจ.วี คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นและบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และสนับสนุนกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมไปถึงการบริโภคในประเทศ
ในส่วนภาวะตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างมากจนเริ่มมีระดับราคาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price to Book Value) ของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หรืออยู่ที่ระดับ 1.14 เท่า ขณะที่ในอดีต 10 ปีย้อนหลังพบว่าเมื่อ Price to Book Value ไปถึงระดับ 1.66 เท่า SET Index มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 20-40% ในช่วงระยะเวลา 1 ปีถัดไป
นอกจากนี้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นเมื่อเทียบพันธบัตรรัฐบาล (Earnings Yield Gap) อยู่ในระดับที่สูงสุดในรอบ 4 ปีสะท้อนว่ามีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นตามแนวโน้มการขยายตัวของผลประกอบการ
ดังนั้นด้วยปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและระดับราคาหุ้นที่น่าสนใจ บลจ.วี มองว่าโอกาสสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย จึงเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด วี ไทย อิควิตี้ ชนิดไม่จ่ายปันผล (WE-THEQ-A) ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 1 เมษายน 2563 เน้นลงทุนเชิงรุกในหุ้นไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในราคาที่เหมาะสม (Growth Stock with Reasonable Price)
โดยพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Portfolio) จะคัดเลือกลงทุนในบริษัทที่มีลักษณะดังนี้
1.บริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนที่สูง โดยเปรียบเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยทางการเงิน (ROIC vs WACC) อย่างต่อเนื่อง
2.บริษัทที่มีความเฉพาะตัวในด้านผลิตภัณฑ์และบริการในการสร้างมูลค่าเพิ่มและความสามารถในการแข่งขัน รวมไปถึงแนวโน้มการเติบโตของบริษัท
และ 3.เลือกบริษัทที่มีการปรับตัวและขยายธุรกิจสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยงจากการ Disruption Risk และเพิ่มโอกาสการเติบโต โดยในช่วงเริ่มต้นกองทุนจะทยอยลงทุนหุ้นในกลุ่ม SET50 Index เป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มหุ้นที่นำทิศทางตลาด และมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงโดยเปรียบเทียบ
“แม้ตลาดหุ้นโลกจะยังมีความผันผวนจากความกังวลเรื่องการระบาดของ COVID-19 แต่การปรับตัวลงของตลาดเป็นโอกาสที่น่าสนใจในการลงทุนในกลุ่มบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจการแข่งขันซึ่งมีความสามารถในการเติบโตที่สูงเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวและระดับราคาหุ้นในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ จึงเป็นจังหวะที่ดีในการพิจารณาลงทุนในกองทุนเปิด WE-THEQ-Aซึ่งนับเป็นกองทุนแรกจาก บลจ.วี ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในอนาคต” นายอิศรา กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมพร้อมรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.วี โทรศัพท์ 02-648-1111 หรือตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนของ บลจ.วี ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า, บล.โนมูระพัฒนสิน, บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมินา, บล.กรุงศรี และ บลน.เวลท์ รีพับบลิค