เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยลด-โอนงบฯ 63 แก้วิกฤติโควิด-19 แนะดึงผู้นำฝ่ายค้านร่วมวง

02 เม.ย. 2563 | 18:05น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ทุกฝ่ายจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจความยากลำบากของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ จึงหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ในทางสาธารณะ แต่เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ยังมีปัญหาการสื่อสารที่ไม่เป็นเอกภาพ

จึงได้นำเสนอความคิดเห็น 9 ประเด็น เช่น แยกกันไม่ได้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับปัญหาด้านสาธารณสุข สถานการณ์ของไทยคล้ายกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนคือไม่เลวร้ายเท่ากับจีนเมื่อต้นปีหรือโลกตะวันตก ซึ่งเป็นผลมาจากความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทยและบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

และให้ปรับลดงบประมาณในปีงบประมาณ 2563 ทั้งหมดที่ไม่สามารถใช้ได้ตามปกติในช่วงหกเดือนที่เหลือ แล้วออกกฎหมายโอนมาเป็นงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตโควิด-19 เป็นการเฉพาะ

ทั้งนี้ ข้อความของอภิสิทธิ์ ระบุ ดังนี้

“ข้อคิดเกี่ยวกับวิกฤต CoVid-19”

มีเพื่อน ๆ หลายคนในเพจอยากให้ผมแสดงทัศนะต่อปัญหาวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ต้องบอกว่าช่วงที่ผ่านมาผมหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นในทางสาธารณะ ไม่ใช่เพราะไม่ห่วงใยกับสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ได้เลือกให้ความเห็นเป็นการส่วนตัวกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ประสงค์จะได้รับข้อคิดจากผม ที่สำคัญเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยประสบมาก่อนและความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ยังมีจำกัด เช่น ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครสรุปได้ชัดเจนทั้งหมดเกี่ยวกับหนทางการติดต่อของโรค คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัย หรือความเป็นไปได้ที่บุคคลสามารถติดเชื้อซ้ำ ทุกฝ่ายจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจความยากลำบากของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ

ผมจึงหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ในทางสาธารณะต่อมาตรการต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ดีเมื่อรัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินมาเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วและดูจะตั้งหลักได้ทั้งในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการสื่อสารที่เป็นเอกภาพมากขึ้น ผมจึงขอถ่ายทอดความคิดในประเด็นหลัก ๆ ในภาพรวมดังนี้

1. เราต้องไม่มองการบริหารสถานการณ์นี้เหมือนเป็นทางเลือกระหว่างการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข เพราะแท้ที่จริงแล้วสองเรื่องนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ในขณะนี้ เนื่องจากตราบใดที่ปัญหาด้านสาธารณสุขไม่คลี่คลายไปอย่างชัดเจน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะปกติเพราะผลกระทบต่อฝ่ายต่าง ๆ และการขาดความเชื่อมั่น จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไม่ได้ ในทางกลับกันหากไม่มีมาตรการทางด้านเศรษฐกิจรองรับที่ดีพอปัญหาด้านสาธารณสุขก็จะจัดการไม่ได้เพราะความจำเป็นของผู้คนที่จะอยู่รอดทางเศรษฐกิจจะส่งผลต่อความร่วมมือกับมาตรการต่าง ๆ หรือการหยุดการเคลื่อนย้ายเพื่อจัดระยะห่างทางสังคมก็จะไม่ประสบความสำเร็จ การทำงานของทั้งฝ่ายเศรษฐกิจและฝ่ายสาธารณสุขจึงต้องประสานกันอย่างใกล้ชิดโดยมีเป้าหมายเดียว คือ การสร้าง “สุขภาวะ” ให้กับสังคมและประชาชน

2. สถานการณ์ของไทยในขนาดนี้คล้าย ๆ กับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนคือไม่เลวร้ายเท่ากับจีนเมื่อต้นปีหรือโลกตะวันตกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลมาจากความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทยและบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ เช่น วัฒนธรรมการดำรงชีวิตหรือแม้แต่สภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกันเราก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งการติดเชื้อที่เติบโตขึ้นประมาณวันละร้อยกว่าคนได้ ซึ่งหากดำเนินต่อไปแรงกดดันที่มีต่อระบบสาธารณสุขจะทำให้เกิดความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสุ่มเสี่ยงต่อการเข้าสู่สภาวะที่ควบคุมไม่ได้เช่นเดียวกับหลาย ๆ ประเทศ นอกจากนี้มีข้อเท็จจริงที่เราต้องตระหนักคือจำนวนคนที่ได้รับการตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ในไทยถือว่าน้อยมากและยังมียอดสะสมจำนวนที่รอผลการตรวจมากพอสมควร นอกจากนี้การที่เราเลือกตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการบ่งบอกว่าเราน่าจะมีผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการและไม่ถูกยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อประมาณสี่เท่าของจำนวนที่รายงานในปัจจุบันซึ่งคนเหล่านี้สามารถแพร่เชื้อไปยังคนอื่นได้

(Photo by Allison Joyce/Getty Images)

3.จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาตรการจัดระยะห่างทางสังคม จึงยังต้องดำเนินต่อไปและด้วยความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น ขณะที่การลงทุนที่เร่งด่วนที่สุดคือความพร้อมของระบบสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นการเตรียมห้องดูแลผู้ป่วยหนัก เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เวชภัณฑ์ สถานที่กักกันสำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงหรือผู้ที่ต้องได้รับการเฝ้าดูอาการ บุคลากรและอาสาสมัครที่สามารถสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้ โดยการยกเว้นภาษี เร่งรัดขั้นตอนการนำเข้าและการอนุญาตหรือแม้แต่สร้างมาตรการจูงใจให้เกิดการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น

4. ที่เร่งด่วนที่สุดคือการจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ให้มากพอที่จะนำไปสู่การสุ่มตรวจประชากรที่ไม่มีอาการได้อย่างกว้างขวางเพราะแม้มาตรการทางสังคมจะประสบความสำเร็จในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว การจะให้การใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลับไปสู่ภาวะปกติจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจอย่างกว้างขวางเพื่อนำไปสู่การแยกตัวของผู้ติดเชื้ออย่างเคร่งครัด หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะเกิดการระบาดรอบสองตามมาเหมือนกับที่เริ่มมีปัญหาแล้วในบางประเทศ จนถึงปัจจุบันความขาดแคลนของชุดตรวจเป็นที่ปรากฏชัดซึ่งต้องเร่งแก้ไข

5. รัฐบาลต้องทุ่มกำลังทางด้านงบประมาณไปสู่การช่วยเหลือให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถที่จะอยู่รอดได้ทางเศรษฐกิจ มาตรการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันต้องให้มั่นใจว่าเกิดความครอบคลุม รัฐบาลน่าจะเริ่มปรับระบบการช่วยเหลือทั้งหมดเข้าสู่หลักการการประกันรายได้ให้คนไทยทุกคนเพื่อให้การสนับสนุนของรัฐบาลนั้นไม่ลักลั่น ตกหล่น หรือซ้ำซ้อน มาตรการเหล่านี้นอกเหนือจากจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนแล้วยังต้องมีเป้าหมายในการช่วยลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมอื่น ๆ เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้

AFP PHOTO/Christophe ARCHAMBAULT

6.สำหรับแหล่งเงินที่จะต้องใช้นั้น ฐานะการเงินการคลังของรัฐบาลไทย มีความเข้มแข็งเพียงพอจึงควรเร่งการสร้างความมั่นใจด้วยการแสดงแหล่งที่มาของเงินเริ่มต้นจากการปรับลดงบประมาณในปีงบประมาณ 2563 ทั้งหมดที่ไม่สามารถใช้ได้ตามปกติในช่วงหกเดือนที่เหลือ แล้วออกกฎหมายโอนมาเป็นงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตโควิด-19 เป็นการเฉพาะ นอกเหนือจากจะได้เงินหลายแสนล้านบาทจากตรงนี้แล้วยังเป็นการส่งสัญญาณให้ประชาชนมองเห็นว่าทุกกระทรวงและหน่วยราชการตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารเงินในยามวิกฤตได้เป็นอย่างดี หากจำนวนเงินไม่พอจึงจะใช้วิธีการกู้เงินเพิ่มซึ่งยังอยู่ในวิสัยที่จะกระทำได้มากพอสมควร

7. การดำเนินการเกี่ยวกับงบประมาณและการกู้เงินนั้นหากนายกรัฐมนตรีจะเชิญผู้นำฝ่ายค้านปรึกษาหารือเป็นพิเศษและสามารถนำไปสู่ความร่วมมือของรัฐบาลและฝ่ายค้านในการอนุมัติเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากจะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาแล้วยังจะช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระบบการเมืองการบริหารของประเทศมากขึ้น

(Photo by Vachira Kalong/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)

8. ในการดำเนินการของรัฐบาลในทุกเรื่องในช่วงนี้แม้จะมีอำนาจพิเศษ แต่ต้องไม่ปิดกั้นการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน ควรทำทุกเรื่องอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ให้เกิดความโปร่งใส

9. เมื่อวิกฤตนี้ผ่านพ้นไป กลไกและโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้คนคงไม่กลับไปเหมือนเดิม รัฐบาลควรจัดให้มีการศึกษาถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ประเทศไทยและคนไทยต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และผู้ประกอบอาชีพอื่น ๆ ที่ต้องเสียสละและเผชิญความเสี่ยงเพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้ และหวังว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนร่วมมือร่วมแรงร่วมใจเพื่อให้ประเทศของเราฝันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้