เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
Biz Movement มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
Finance สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
ประกันสังคมขาย BCP 3 ล้านหุ้น ลดถือเหลือ 9.94% จังหวะราคาพุ่งสูงสุดรอบ 29 ปี
Finance ประกันสังคมขาย BCP 3 ล้านหุ้น ลดถือเหลือ 9.94% จังหวะราคาพุ่งสูงสุดรอบ 29 ปี
ดูทั้งหมด

แบงก์เด้งรับนโยบาย ธปท. เพิ่มความเข้มข้นมาตรการ “พักหนี้” ทั้งต้นทั้งดอก 6 เดือน

08 เม.ย. 2563 | 14:15น.
ภาพประกอบข่าว ธนบัตร เศรษฐกิจ

“ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ” เด้งรับนโยบาย ธปท.ทันที เพิ่มความเข้มข้นมาตรการ “พักหนี้” ทั้งต้นทั้งดอก 6 เดือน ประคองลูกค้าเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤต

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โรคโควิด 19) ออกมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอเพื่อดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงานต่อไปได้ ทั้งมาตรการเลื่อนกำหนดการชำระหนี้สำหรับธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน และ มาตรการสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (Soft Loan) ให้แก่ธุรกิจ SMEs วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษ 2% ต่อปี และ ไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรกออกไป

ล่าสุด หลายธนาคาร ทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยมีการประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าออกมาเพิ่มเติม

กสิกรไทยพร้อมอัดเงินกู้เสริมสภาพคล่อง

เริ่มจากธนาคารกสิกรไทย ที่ประกาศมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับลูกค้าผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อ ไม่เกิน 100 ล้านบาท ระยะเวลา 6 เดือน เริ่ม 1 เมษายน 2563-30 กันยายน 2563 รวมถึงพร้อมให้เงินกู้เสริมสภาพคล่องลูกค้าผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยให้ลูกค้าสามารถกู้ได้ 20% ของยอดวงเงินเดิม คิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี และไม่คิดอัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

ไทยพาณิชย์ชู 2 มาตรการ อัดซอฟต์โลนเพิ่ม

ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้ประกาศมาตรการพักชำระสินเชื่อทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้แก่ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาททุกราย โดยจะธนาคารดำเนินการพักหนี้ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางด้านค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง

ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อซอฟต์โลน อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยในระยะ 6 เดือนแรก เนื่องจากรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าวแทนผู้ประกอบการ สามารถขอสินเชื่อซอฟต์โลนใหม่ได้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไป

ทั้งนี้ ลูกค้าเอสเอ็มอีมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาททุกรายจะได้รับการพักชำระหนี้ 6 เดือนโดยอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องติดต่อธนาคาร เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อซอฟต์โลนสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2563 – 30 กันยายน 2563
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้กระจายความรุนแรงไปสู่ทุกภาคธุรกิจ ธนาคารพยายามแสวงหาแนวทางให้ความช่วยเหลือเพื่อเยียวยาและประคับประคองให้ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารทุกรายสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างดีที่สุด และครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ธนาคารพร้อมตอบสนองมาตรการจากภาครัฐในทันที

กรุงไทยช่วยทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ

ด้านธนาคารกรุงไทยร่วมออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือ SME ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามร่างพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ โดยประกาศพักชำระหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 6 เดือน ให้กับลูกค้าธุรกิจที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อรับมือกับรายจ่ายที่จำเป็นของธุรกิจ เริ่มมีผลเดือนเมษายน-กันยายน 2563

นอกจากนี้ ธนาคารยังสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (Soft Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กลุ่มลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ 31 ธันวาคม 2562 อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี โดยธนาคารไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าทั้งรายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤติโควิด-19 อย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มทุกขนาด โดยออกมาตรการเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมมาโดยตลอด ด้วยการพักชำระเงินต้น 12 เดือนให้กับลูกค้ารายย่อย พักชำระเงินต้น 12 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อ Trade Finance ออกไป 6 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีรายได้ลดลง

พักชำระหนี้ให้ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีสถานะชำระปกติทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ทั้งสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท

รวมทั้งให้สินเชื่อกรุงไทยต้านภัยโควิด-19 ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม บสย. ค้ำประกัน 4 ปี ทำธุรกรรมโอน รับ จ่าย ไม่คิดค่าธรรมเนียมนาน 1 ปี สำหรับลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม รถเช่า ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าไปแล้วกว่า 3,500 ราย วงเงินกว่า 40,000 ล้านบาท และมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 70,000 ราย วงเงินประมาณ 280,000 ล้านบาท รวมวงเงินช่วยเหลือ 320,000 ล้านบาท

แบงก์กรุงเทพดูแลลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ใกล้ชิด

ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ ก็ได้สนับสนุนมาตรการเพิ่มเติมของ ธปท. เพื่อช่วยลูกค้าผู้ประกอบการให้มีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงานต่อไป โดยการช่วยเหลือ ประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ 1. สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการค้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ ระยะเวลา 6 เดือน และไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต เพื่อช่วยให้มีสภาพคล่องรองรับรายจ่ายจำเป็น ทั้งนี้ ลูกค้าผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ธนาคารขอแนะนำให้ชำระหนี้ตามปกติ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

2. ธนาคารพร้อมสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (soft loan) เพื่อเป็นเงินกู้เสริมสภาพคล่อง สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการค้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษ 2% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก และไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6เดือนแรก ทั้งนี้ลูกค้าต้องมีสถานะผ่อนชำระปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน (ยังไม่เป็น NPL) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยแต่ละรายสามารถขอกู้ได้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้างของลูกหนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในระหว่างการใช้ 2 มาตรการดังกล่าว ธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด ทั้งในการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับแผนการผ่อนชำระหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ และช่วยจัดโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้าผู้ประกอบการ ด้วยธนาคารเข้าใจถึงสถานการณ์ความยากลำบากที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่ จึงเน้นให้ความช่วยเหลือก่อนที่ลูกค้าจะกลายเป็นหนี้เสีย ซึ่งจะกระทบต่อประวัติเครดิตของลูกค้า และเป็นผลเสียต่อการขอใช้บริการสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต สำหรับลูกค้าที่มีศักยภาพหรือมีความสามารถในการผ่อนชำระได้เช่นเดิม ยังคงสามารถใช้บริการและชำระสินเชื่อต่างๆ ได้ตามปกติ เพื่อร่วมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ล่าสุด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นอีกแบงก์ที่ประกาศมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือนแก่ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท และมาตรการให้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง (Soft loan) แก่ลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยสามารถกู้ได้สูงสุด 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นปี 2562 ในอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 2 ปี และไม่ต้องชำระดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก

กรุงศรีเปิดโครงการรับเรื่องลูกค้าผ่านเว็บไซต์

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า จากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทุกภาคส่วน รวมทั้งผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยและเป็นกลุ่มลูกค้าที่กรุงศรีให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้น ธนาคารจึงได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการ SME มาอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาผลกระทบและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า พร้อมตอบสนองนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน

“กรุงศรีจะให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน และการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นเวลานานถึง 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของลูกค้า” นายสยามกล่าว
โดยสรุป มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ของกรุงศรี มีดังนี้

มาตรการที่ 1 การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2563
มาตรการที่ 2 การให้เงินกู้เพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่อง (Soft loan) สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถกู้เพิ่มได้สูงสุดไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อัตราดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 2 ปี ไม่ต้องชำระดอกเบี้ย 6 เดือนแรก โดยลูกค้าผู้ประกอบการ SME สามารถติดต่อผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ หรือแจ้งขอรับมาตรการความช่วยเหลือได้ที่ “โครงการรับเรื่องจากลูกค้าสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19” บนเว็บไซต์ krungsri.com

LH BANK พร้อมช่วยลูกค้าเอสเอ็มอี

ล่าสุด วันที่ 9 เม.ย. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แจ้งลูกค้าผ่านไลน์ ว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs โดยจะพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน สำหรับเอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท รวมถึงพร้อมปล่อยกู้เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน ซึ่งกู้ได้ไม่เกิน 20% ของหนี้คงค้าง ณ 31 ธ.ค.2562

ออมสินพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย อัตโนมัติทันที

ขณะที่ฝั่งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ก็มีธนาคารออมสิน ที่ออกมาประกาศขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย โดยอัตโนมัติทันที สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.2563

 

ธพว.เลื่อนชำระ “เงินต้น-ดอกเบี้ย” 6 เดือน โดยอัตโนมัติ

ฟากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ระบุว่า ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือ SMEs โดยเลื่อนชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติให้ลูกค้า เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ถึงเดือนกันยายน 2563 สำหรับภาระหนี้ที่พักชำระไว้ ธนาคารจะนำยอดดังกล่าว ไปรวมกับค่างวดในงวดสุดท้าย ซึ่งในช่วงที่ผ่อนปรนนี้ ไม่ถือว่าเสียประวัติข้อมูลเครดิต

ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที ไม่ต้องแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ หรือลงทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น และหากลูกค้าท่านใด ต้องการชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่เคยได้รับ สามารถชำระได้ตามปกติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

ธพว.พักหนี้ “SMEs เกษตร” 6 เดือน

ด้านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แจ้งว่า ธนาคารพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และ SMEs เกษตร โดยพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน (1 เม.ย.-30 ก.ย.2563) เพื่อเป็นการสนับสนุนเงินกู้เสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าตามร่างพระราชกำหนดให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน)

EXIM พักหนี้ทุกรายที่เจอผลกระทบโควิดทั้งทางตรง-ทางอ้อม

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ EXIM BANK แจ้งว่า ธนาคารได้มีมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน สำหรับลูกค้าทุกราย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมกันนี้ยังมีเงินกู้เสริมสภาพคล่องสำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยให้กู้ได้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ 31 ธ.ค.2562 คิดอัราดอกเบี้ยต่ำ 2% ต่อปี และ ปลอดดอกเบี้ยช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อขอกู้ได้จนถึง 31 ธ.ค.2563

ไอแบงก์พักชำระ “เงินต้น-กำไร” 6 เดือน อุ้มเอสเอ็มอี

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) พร้อมเยียวยาลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs ตามมาตรการของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 ด้วยสอง มาตรการช่วยเหลือ ทั้งการพักชำระหนี้เงินต้นและกำไร นาน 6 เดือน และการให้วงเงินสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง คิดอัตรากำไรต่ำพิเศษ 2% 2 ปี พร้อมฟรีกำไร 6 เดือนแรก

จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายประสบปัญหา ไอแบงก์ ขานรับเยียวยาลูกค้าตามมาตรการของ ธปท. ทันที 2 มาตรการ เพื่อช่วยเหลือลูกค้า SMEs ดังนี้

  1. มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและกำไร ระยะเวลา นาน 6 เดือน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อ ไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยธนาคารจะดำเนินการปรับให้อัตโนมัติ ลูกค้าไม่ต้องติดต่อใดๆ กับธนาคาร ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 นี้ เป็นต้นไป จะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าและจะไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต
  2. มาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยจะเป็นการให้สินเชื่อใหม่กับลูกค้าเดิมของธนาคาร วงเงินไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งจะคิดอัตรากำไรพิเศษ 2% ต่อปี นาน 2 ปี พร้อมฟรีกำไร 6 เดือนแรก ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ดูแลบัญชีของท่าน หรือติดต่อที่ ไอแบงก์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พักหนี้ แบงก์ชาติ