เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

โรงงานภาคกลางไฟตกดับบ่อย เอกชนสบช่องร้องรัฐกลางวง ครม.สัญจร-

25 ก.ย. 2560 | 07:00น.

เอกชนร้องไฟตกดับบ่อยพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะในนิคม จี้รัฐเร่งแก้ไขหวั่นกระทบการผลิต “อุตตม สาวนายน” สั่ง กนอ.เร่งแก้ไข สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เอกชนในพื้นที่พร้อมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 ราย

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.สัญจร) เมื่อเร็ว ๆ นี้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รวมถึงหอการค้าไทย และผู้ประกอบการโรงงานต่าง ๆ ทั้งในและนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ได้มีการนำเสนอปัญหาที่ต้องการให้ภาครัฐดำเนินการแก้ไขคือ ปัญหาไฟฟ้าตกและดับในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) ซึ่งแม้ว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น ๆ แต่เมื่อระบบไฟฟ้ามีปัญหา เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะหยุดชะงักและต้องใช้เวลาในการเริ่มต้นระบบผลิตใหม่ โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งหน่วยงานที่ดูแลคือ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อุตสาหกรรมจังหวัด และการไฟฟ้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ต่าง ๆ เร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีโรงงานรวมประมาณ 2,400 โรง และมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รวม 3 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค (บ้านหว้า) และนิคมสหรัตนนคร ที่มีโรงงานตั้งอยู่อีกกว่า 200 โรง

นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ภายหลังจากลงพื้นที่ก็พบว่า กรณีปัญหาไฟฟ้าดับและไฟตกจะเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1) อุบัติเหตุทั่วไปที่เกิดขึ้นจากระบบสายส่งไฟฟ้า และ 2) ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความตึงตัว จนกระทั่งเกิดไฟฟ้าตกหรือดับ ในแง่ของการป้องกันอุบัติเหตุนั้นสามารถทำได้ทันทีคือ การตัดแต่งต้นไม้ที่อาจจะเกี่ยวเกาะสายไฟฟ้าได้ ส่วนในแง่ของระบบไฟฟ้าก็จะประสานไปที่หน่วยงานเกี่ยวข้องต่อไปเพื่อแก้ไข ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในพื้นที่ภาคกลางเท่านั้น ได้รับรายงานว่าเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเดิมทีก็มีปัญหาอยู่แล้ว เนื่องจากกำลังผลิตภาพรวมมีมากกว่าความต้องการใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังต้องใช้วิธีส่งไฟฟ้าจากพื้นที่ภาคกลางลงไปเสริมด้วย รวมถึงนิคมอุตสหากรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ที่เริ่มขยายตัวมากขึ้น จะต้องวางแผนระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

“อย่างในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ตามแผนนั้น บางช่วงก็อาจจะต้องรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียเข้ามาเสริม ซึ่งก็มีราคาค่าไฟฟ้าค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อไฟฟ้าจากระบบปกติ เมื่อพิจารณาพื้นที่ที่จะพัฒนาให้เกิดนิคมใหม่ ๆ ตามมา อย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมสะเดา จังหวัดสงขลา แต่ในช่วงเริ่มต้นของนิคมอาจจะยังไม่มีปัญหาเพราะผู้ประกอบการเป็นกลุ่มคลังสินค้าที่ไม่ได้มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากนัก รวมถึงขณะนี้ต้องดูนิคมอื่น ๆ ทั่วประเทศด้วยว่า มีความพร้อมด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวหรือไม่”

ด้านแหล่งข่าวจากผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้สนใจที่จะเข้ามาลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าในพื้นที่ประเภทโรงไฟฟ้าขยะ ประเภท RDF พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร รวม 2 ราย เช่น บริษัทในเครือเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีจี แอนด์ ซี 5714 จำกัด ซึ่งหากพัฒนาโครงการในพื้นที่ได้ก็จะช่วยแก้ปัญหาไฟฟ้าตกดับได้ ที่สำคัญจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนด้วย

ขณะที่นายวรวุฒิ อนุรักษ์วงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมขยายการลงทุนเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าในพื้นที่รองรับความต้องการใช้ของผู้ประกอบการที่จะเพิ่มขึ้นในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จากเดิมที่มีกำลังผลิตเพียง 117 เมกะวัตต์ ให้เพิ่มเป็น 235 เมกะวัตต์

ด้าน กฟผ.รายงานถึงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งในอนาคตจะเริ่มมีโรงไฟฟ้าที่หมดอายุลง ทำให้ กฟผ.ต้องเตรียมสร้างส่วนโรงไฟฟ้าทดแทนเพื่อรักษาความมั่นคงให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในช่วงปี 2562-2568 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รวม 5 โรง กำลังผลิตโรงละ 1,300 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตใหม่ในช่วงดังกล่าว 6,500 เมกะวัตต์