เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
Business “การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
Business ‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
Real Estate ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
Economic วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
Tech เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
Finance หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
Finance เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
Finance คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
News ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

แชร์ลูกโซ่ระบาดหนัก ร้องปปง.สอบเส้นทางเงิน-อายัดทรัพย์เพจดัง หลังโพสต์ชวนลงทุน

13 ก.ค. 2560 | 14:24น.

แชร์ลูกโซ่ ระบาดหนัก ผู้เสียหายตบเท้าร้องปปง.ตรวจสอบสอบเส้นทางเงิน-อายัดทรัพย์เพจลงทุนไม้กฤษณาหลังโพสต์ชวนคนลงทุนแชร์ลูกโซ่ หวั่นประชาชนตกเป็นเหยื่อ ด้าน ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย เสนอ 3 ข้อปราบปรามแชร์ลูกโซ่ให้หมดจากสังคมไทย วอนรัฐบาลใส่ปัญหานี้ในยุทธศาสตร์ชาติ ชี้แชร์ลูกโซ่ เป็นภัยต่อสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคงของไทย

วันที่ 13 ก.ค. 2560 นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้นำผู้เสียหายจาก การลงทุนในไม้กฤษณา ( สาริกาลิ้นทอง ) มาร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.)เพื่อให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์กับเจ้าของเพจ ที่ชักชวนให้ลงทุนในสาริกาลิ้นทอง ที่มีการหลวกหลวงประชาชน โดยชักชวนให้มีการลงทุนไม้กฤษณาแบบแชร์ลูกโซ่ คือมีการหลอกให้ลงทุนโดยมีค่าความเสียหายหลายล้านบาท

โดยทางสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้พบภาพว่า เจ้าของเพจดังกล่าวได้ เอาเงินสดจำนวนนับหลายสิบล้านบาท มาถ่ายโปรโมทกับเจ้าของเพจ เพื่อเป็นการหลอกลวงและชักชวนให้คนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น จึงเกรงว่าจะมีประชาชนตกเป็นเหยื่อ ประกอบกังวลว่า มิจฉาชีพจะโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปก่อน จะทำให้ผู้เสียหายไม่ได้ทรัพย์สินคืน จึงเดินทางมาเขียนคำร้องทุกข์ต่อท่านเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และ ใช้อำนาจ ตามกฏหมายอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน

นายสามารถ กล่าวว่า ผู้เสียหายเหล่านี้ มาจากต่างจังหวัด อาทิเช่น ภูเก็ต อุดรธานี เป็นต้น ฯลฯ ที่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ที่มีการชักชวนให้ลงทุน ในสาริกาลิ้นทอง โดยมีการบังคับให้รักษายอดสูงถึงเดือนละ 50,000 บาท แล้วจะได้ค่าแนะนำ 30% โดยการมาร้องทุกข์กับ ปปง. ครั้งนี้ เนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับเจ้าของเพจ ที่ชักชวนให้ลงทุนในสาริกาลิ้นทองแล้ว ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน จึงเป็นอำนาจและหน้าที่ของ ปปง. ที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในให้ลงทุนในสาริกาลิ้นทอง ชื่อน.ส.ประวีณ์นุช จันทร์ประเสริฐ อายุ 33 ปี ผู้เสียหายจาก จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับเพจเฟซบุ๊ก “Pumpuy Apple Shop – สาริกาลิ้นทอง” เมื่อปลายปี 58 ซึ่งประกาศขายวัตถุมงคลประเภทต่างๆ อ้างว่าได้นำเข้าสาริกาจากพม่า โดยมีพระเป็นผู้แกะสลักจากไม้กฤษณาขาวและไม้อำพัน รวมทั้ง นำเข้าพิฆเนศจากอินเดียทุกรุ่น ตนจึงติดต่อซื้อ สาริกา รุ่น รวยเปรี้ยง ราคา 3,900 บาท เพื่อบูชาเสริมสิริมงคลและทำมาค้าขาย จากนั้น ประมาณต้นเดือน พ.ค.59 เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ประกาศเปิดรับตัวแทนแต่ละจังหวัดจำหน่ายสินค้าวัตถุมงคลทางออนไลน์ โดยตนสนใจและสมัครค่าสมาชิกครั้งแรก 35,918 บาท

“ต่อมาช่วงปลายเดือน พ.ค.59 เจ้าของเพจเฟซบุ๊กได้ติดต่อมาเพื่อให้สมัครเป็นตัวแทนระดับ วีไอพี (VIP) แต่ต้องเสียค่าสมัครเพิ่มอีก 200,000 บาท ซึ่งจะได้วัตถุมงคลเพิ่มเติมคือ พระพิฆเนศ และ กำไรข้อมือ โดยก็ตอบรับเพราะยังมีลูกค้าเป็นเพื่อนและบุคคลรู้จักในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ช่วยอุดหนุนสินค้าดังกล่าวทำให้สามารถพอประคับประคองตัวไปได้ จนกระทั่ง เดือน ต.ค.59 เจ้าของเฟซบุ๊กยังมีโปรชั่นให้สามารถเปิดช็อปหน้าร้านค้าขายสินค้าได้ แต่ต้องจ่ายเงินอีก 1,000,000 บาท และจัดส่งวัตถุมงคลมาให้ครบทุกรุ่น” น.ส.ประวีณ์นุช กล่าว

น.ส.ประวีณ์นุช เผยต่อว่า จากนั้น เมื่อต้นปี 60 เจ้าของเพจเฟซบุ๊กได้บอกตนว่าทำผิดกฎระเบียบเพราะไม่สั่งของตามเงื่อนไขเดือนละ 50,000 บาทจึงบล็อกออกจากกลุ่มและไม่รับสินค้าคืนทำให้ตนเสียหายกว่า 8,600,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีคนรู้จักเตือนแล้วว่าวัตถุมงคลที่ตนจำหน่ายนั้นคล้ายกับสินค้าแถวย่านท่าพระจันทร์ พาหุรัด ฯลฯ จึงตัดสินใจเดินทางมาดูด้วยตนเองพบว่าเหมือนกันมากจึงรู้ว่าถูกหลอกขาย ก่อนรวมตัวผู้เสียหายมาขอความช่วยเหลือและร้องทุกข์กล่าวโทษกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง

ทางด้าน ผู้เสียหายอีกหลายรายได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า โดยมีการบังคับให้ลงทุนเดือนละ 50,000 บาท แล้วจะได้ค่าแนะนำ 30% ถ้าไม่ลงทุนสั่งของ ก็จะถูกตัดรหัส ออกไปจึงทำให้ผู้เสียหายต้องยอมไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน ผู้เสียหายบางคนต้องเอารถยนต์ที่ตัวเองมีไปเข้าไฟแนนซ์ก็มี

โดยเหตุที่เชื่อในตอนแรก เพราะมิจฉาชีพได้นำภาพ ที่เอาเครื่องรางไปปลุกเสกที่พม่ามาโชว์ จึงหลงเชื่อว่า ไม้กฤษณาสาริกาลิ้นทอง มีพุทธคุณจริง แต่หลังจากลงทุนมาจะครบ 1 ปี เริ่มหาข้อมูลเพิ่มเติม จนได้บินไปถึงวัดที่พม่า จนรู้ตัวแล้วว่าถูกร้อง ผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์กล่าว

นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลมีมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เพราะอาชญากรรมดังกล่าว ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ที่ประเทศชาติต้องเสียหายนับแสนล้านบาท และทำลายครั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงประเทศ

ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลมีการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ 1. ให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษผู้กระทำความผิดในฐานฉ้อโกงประชาชน ที่แต่เดิมมีอัตราโทษเพียงแค่ 3-5 ปีเป็น 7-14 ปี เพื่อทำให้มิจฉาชีพติดคุกอย่างต่ำ50 ปี

“เหตุที่ต้องเสนอแบบนี้ เพราะเราเห็นตัวอย่างคดีแชร์ลูกโซ่ที่แม้จะมีโทษเป็นหมื่นปีแสนปี แต่ติดจริงไม่กี่ปี อย่างเช่น คดียูฟันศาลพิพากษาจำคุกจำเลยคดีนี้ 22 คน ตั้งแต่ 12,255-12,267 ปี แต่มิจฉาชีพติดจริงแค่ 20 ปี เพราะมีกฎหมายอาญามาตรา 91 (2) ระบุว่าถ้าอัตราโทษไม่ถึง 10 ปี ลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปีเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้เสียหายที่บางรายถึงขั้นฆ่าตัวตาย ควรมีการคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายเหล่านี้ ด้วยการลงโทษผู้กระทำผิดสถานหนัก เพื่อทำให้มิจฉาชีพเกรงกลัวกฎหมายและไม่กล้าทำความผิดแบบนี้อีก”

2. ภาครัฐควรมีหน่วยงานลักษณะ “One Stop Service บริการแบบเบ็ดเสร็จรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงโดยเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนไม่ทราบที่แจ้งความอย่างชัดเจน

“ปัญหาที่พบคือ เมื่อเกิดฉ้อโกงขึ้น แต่ประชาชนไม่รู้จะไปแจ้งที่ไหน สถานีตำรวจ กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ประชาชนไม่เข้าใจ และบางครั้งหน่วยงานที่ไปแจ้งก็ไม่รับแจ้ง เพราะฉะนั้น ต้องมีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ มีเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีประชาชนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ทุกวัน”

3. รัฐบาลควรมีปฏิบัติการเชิงรุก มีกระบวนการเยียวยาผู้เสียหายให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการสร้างการรับรู้ แสวงหาตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงประชาชน ไม่รอให้เกิดความเสียหายจำนวนมหาศาลขึ้นก่อน

“อยากให้รัฐบาลบรรจุเรื่องนี้ให้อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ เพราะแชร์ลูกโซ่เป็นปัญเป็นอาชญากรเลือดเย็น ฆ่าคนทั้งเป็นได้ อย่าหลงเชื่อเขาเด็ดขาด แม้เป็นข้อมูลจากคนใกล้ตัว หากไม่ชอบมาพากลหรือมีผลประโยชน์น่าสงสัย ขอให้ตั้งสติและตรวจสอบก่อนอย่างรอบคอบ ที่สำคัญถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนต้องเข้ามาร่วมมือกันเพื่อปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อและกลายเป็นปัญหาของสังคม เพราะนั่น คือทุกข์ของคนไทยทุกคน” นายสามารถ กล่าว